ตอนที่ 4
แม้จะจับตัวคนร้ายได้แต่อลิซหรือนารีไม่มีบัตรประชาชนทำให้ตำรวจสงสัยว่าเธออาจเป็นหนึ่งในขบวนการโจรที่สวมบทเป็นพลเมืองดีเพื่อหนีความผิด อำไพออกโรงช่วยปกป้องเพราะรู้สึกผิดที่ทำให้นารีเดือดร้อน
“ฉันเป็นเจ้าของกระเป๋าตังค์ใบนี้ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนรู้จักของฉัน เธอช่วยวิ่งตามไปจับผู้ชายคนนี้ให้ ฉันพูดความจริง ถ้าไม่เชื่อโทร.ถามท่านนายพลศักดิ์ชายก็ได้ ฉันเป็นภรรยาของเขา”
ศักดิ์ชายโทร.มาไกล่เกลี่ยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับที่ดวินมาถึงสถานีและเอาตัวบังภรรยากำมะลอไม่ให้ถูกถ่ายภาพและถูกสัมภาษณ์จากเหล่านักข่าว
ดวินเห็นท่าไม่ดีจะพาอลิซกลับ ควักบัตรประจำตัวมาโชว์เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลคดี
“ท่านศักดิ์ชายได้โทร.มาคุยกับคุณแล้วใช่ไหมครับ...งั้นคุณคงรู้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนของผม เอาไว้เราค่อยประสานงานกันอีกทีนะ ตอนนี้ผมต้องรีบพาคนของผมกลับก่อน”
วีรกรรมกล้าหาญของนารีกลายเป็นข่าวใหญ่ แพนยกมือปิดปากเมื่อเห็นภาพดวินโอบกอดอลิซในคราบนารีอย่างปกป้อง อลันเห็นแล้วสงสัยจะคาดคั้นแต่แพนก็เปลี่ยนช่องทีวีและเฉไฉเอาตัวรอดไปได้
ดวินพาอลิซกลับบ้านพักทหารที่สัตหีบ ภาพข่าวมากมายเกี่ยวกับวีรกรรมของเธอถูกแชร์ว่อนบนโลกโซเชียล แม้จะเห็นหน้าไม่ชัดแต่ก็เป็นข่าวใหญ่จนดวินอดร้อนใจไม่ได้
“ยอดไลค์จากหลายเพจรวมกันได้หลายหมื่น ยอดแชร์อีกนับพัน”
“แต่ก็เห็นหน้าเราไม่ค่อยชัด ส่วนใหญ่จะเป็นภาพด้านหลัง”
“แต่พวกคนร้ายคงจำพระองค์ได้ไม่ยาก พระองค์ทรงคิดยังไง...อยู่ๆก็เสด็จออกจากบ้านโดยไม่บอกกระหม่อมก่อน แล้วนี่ยังจะมาจับโจรอีก แล้วถ้ากระหม่อมมาช่วยไม่ทัน ตำรวจเอาพระองค์ไปสอบประวัติ นักข่าวถ่ายรูปลงหนังสือพิมพ์ ออกทีวี จนมีคนมาตามล่าพระองค์ พระองค์จะทรงทำยังไงพระเจ้าค่ะ”
อลิซชะงักแต่วิสัยชอบเอาชนะทำให้ทิฐิโต้เสียงกร้าว
“ก่อนจะมาใส่เราเป็นชุด ช่วยหยุดถามก่อนได้ไหม ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“แล้วมันเกิดอะไรขึ้น”
“ไม่...ขี้เกียจรื้อฟื้น เล่าไปก็เหมือนแก้ตัว”
“อ้าว...ตกลงจะเล่าหรือไม่เล่าพระเจ้าค่ะ”
“ไม่เล่า...สรุปเลยแล้วกัน...ที่เรายอมออกจากบ้านเพราะกฎของนาย นายบอกให้ทำตัวกลมกลืน เขามาชวน...ถ้าเราปฏิเสธก็เหมือนทำตัวแปลกแยกไม่เข้าพวก พอเรามาตามที่นายบอกนายก็มาต่อว่าโดยไม่ถามสักคำ...ส่วนเรื่องจับโจร...คุณหญิงถูกฉกกระเป๋าต่อหน้าต่อตาแถมในกระเป๋ายังมีเงินจะเอาไปบริจาค...”
“แต่พระองค์ทรงเอาชีวิตไปเสี่ยงไม่ได้ ถ้าเกิดพระองค์ทรงเป็นอะไรไป เรื่องทุกอย่างจะยิ่งวุ่นวายกว่านี้”
“แล้วจะให้เรายืนอยู่เฉยๆให้คุณหญิงยิ่งเกลียดเราเหรอ นายก็รู้ว่าคุณหญิงไม่ชอบเราแค่ไหน แล้วการที่เราทำให้คุณหญิงยอมรับได้มันก็เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจไม่ใช่เหรอ”
ดวินอึ้งเมื่อได้ยินเหตุผลแต่อลิซไม่สนใจอะไรแล้ว ระเบิดอารมณ์อย่างเหลืออด
“ถ้าความมันจะแตก ภารกิจมันจะพังก็ช่างมัน เราจะเป็นคนรับผิดชอบเอง...ไม่ต้องห่วง!”
ooooooo