“นายกฯ แพทองธาร” แจงช่วงท้ายศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2568 แนะผู้นำฝ่ายค้านอย่าด้อยค่าคนอื่น ทั้งที่ถูกกล่าวหาถูกครอบงำเหมือนกัน สวน ย้ำเรื่องภาวะผู้นำ เป็นสิ่งที่ตัวเองขาดหรือไม่ ท้าประกาศให้ชัดสมัยหน้าจะร่วมกับใคร

เมื่อเวลา 21.16 น. วันที่ 25 มีนาคม 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2 วันของการอภิปราย ได้ยินชื่อตัวเองมากที่สุดในชีวิต คิดว่าทุกท่านได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ อะไรที่เป็นเนื้อหาสาระ เป็นประโยชน์ จะได้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน อะไรที่เรากระทบกระทั่งกันบ้างก็ถือเป็นเรื่องปกติ คิดว่าน่าจะทำงานร่วมกันต่อไปได้

นายกรัฐมนตรี ระบุต่อไปว่า “ท่านผู้นำฝ่ายค้านย้ำในเรื่องภาวะผู้นำและเรื่องการถูกครอบงำอยู่หลายครั้ง คนที่ย้ำเรื่องเดิมๆ อยู่หลายครั้งไม่แน่ใจว่านั่นเป็นสิ่งที่ตัวเองขาดหรือไม่ ดิฉันคิดว่าเราก็ไม่ต้องคิดแบบนั้นก็ได้ ที่จริงไม่ใช่แค่ดิฉันที่ถูกกล่าวหาเรื่องการถูกครอบงำ ท่านเองก็ถูกกล่าวหาว่าถูกครอบงำเช่นกัน แต่ว่าต่างกันตรงที่ดิฉันถูกกล่าวหาว่าถูกครอบงำโดยคุณพ่อ ของท่านถูกครอบงำโดยคนที่ไม่ใช่พ่อ มีความต่างกันค่ะ ดิฉันคิดเลยว่าไม่อยากให้ใครพูดแบบนี้ ส่วนตัวดิฉันเคารพและให้เกียรติท่านผู้นำฝ่ายค้าน และไม่เคยรู้สึกเช่นนั้นเลย และไม่เคยออกมาจากปากดิฉันว่าจะสงสัยในภาวะผู้นำของท่านหรืออย่างไร

เราอายุใกล้ๆ กัน เราควรมีความเข้าใจ และในเรื่องของเส้นทางการเมืองก็มีความคล้ายกันอยู่บ้าง ไม่ว่าเราจะมาถึงตรงนี้ได้ เราก็เจอชะตากรรมและการถูกกระทำของพรรคการเมือง ทำให้เรามาถึงวันนี้ เพราะถ้าพรรคของดิฉันไม่ถูกกระทำทางการเมือง ในวันนี้เราอาจจะยังมีนายกฯ ที่ชื่อ ดร.ทักษิณ (ชินวัตร) ก็ได้ แล้วพรรคของท่านก็อาจจะมีหัวหน้าพรรคที่ชื่อธนาธร (จึงรุ่งเรืองกิจ) ก็ได้ แต่ไม่ได้เป็นอย่างนั้น ชะตากรรมการเมืองมาเป็นแบบนี้ ทั้งดิฉันและทั้งตัวท่าน ก็คงจะต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และการที่จะด้อยค่าคนอื่นแบบนี้ ดิฉันคิดว่าก็อย่าทำเลยค่ะ”

...

“แพทองธาร” แนะผู้นำฝ่ายค้านอย่าด้อยค่าคนอื่น ท้าประกาศให้ชัดสมัยหน้าจะร่วมกับใคร
“แพทองธาร” แนะผู้นำฝ่ายค้านอย่าด้อยค่าคนอื่น ท้าประกาศให้ชัดสมัยหน้าจะร่วมกับใคร

ทั้งนี้ การที่ตนเป็นลูกของนายทักษิณ ถูกวิจารณ์ ถูกปรามาสมาตั้งแต่ยังเป็นนิสิตนักศึกษาอยู่แล้ว มาถึงวันนี้ตนเป็นนายกฯ ที่ถูกเมนชั่นรองตนก็คงจะเป็นคุณพ่อ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายเช่นกันที่จะรับฟังหรือนำข้อแนะนำของ นายทักษิณ มาใช้หรือพิจารณา เพราะท่านก็เป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ ถูกยอมรับในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ ถ้าความคิดของท่านจะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน มั่นใจว่าจะเป็นสิ่งที่ดี และมีนักการเมืองอีกหลายท่านที่โดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง ถูกยุบพรรค แต่ทุกคนยังเดินหน้าทำงานด้านการเมืองอยู่ ทั้งนโยบาย การเดินหาเสียงพบพี่น้องประชาชน ก็ยังทำได้ ทำไมถึงเป็นท่านทักษิณเพียงคนเดียวที่เป็นประเด็น หรือท่านทักษิณอาจจะโดนตัดสิทธิ์ยกกำลังสองก็ไม่แน่ใจ

ในเรื่องประเด็นเรื่องอุยกูร์ที่ตอนนี้ยังไม่มีกฎหมายของผู้ลี้ภัย เมื่อมีการลักลอบเข้าเมืองมาก็ถูกดำเนินคดีตามขั้นตอน โดยที่จะมีการยึดหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน แต่การที่เราจะขังเขาไว้เป็น 10 ปี ประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศแม่ เขาก็ขอรับตัวและทวงถาม โดยที่ประเทศที่สามยังไม่เคยมีการมาทวงหรือมาขออย่างเป็นทางการ เราติดต่อกับจีนขอให้ยืนยันในเรื่องความปลอดภัย เขาก็ยอมทำเป็นหนังสือออกมา สิ่งนี้ถือเป็นพันธสัญญาต่อสังคมโลก เราจึงต้องรีบส่งกลับไป ทุกคนปลอดภัยอยู่ที่บ้าน เชื่อว่าวิธีนี้ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายและประเทศไทย

ส่วนที่มีการต่อว่ารัฐบาลว่าไม่ทำตามใจชาวอุยกูร์ ตนรับฟัง แต่สิ่งที่ต้องคิดเป็นอันดับแรกคือคนไทยต้องการอะไร แล้วอะไรดีที่สุดต่อประเทศ นี่คือสิ่งที่ตนคิด และต้องปรึกษาคณะรัฐมนตรี (ครม.) เช่นกัน การส่งกลับไปอะไรคือประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย การที่เขากลับไปแล้วปลอดภัยเป็นสิ่งดีกว่าหรือไม่กับการที่ถูกกักอยู่เป็น 10 ปี ส่วนที่บางประเทศประณามหรือไม่ยอมรับ เราเคารพทุกความคิดเห็น ต้องใช้เวลาในการอธิบายทำให้ทุกประเทศเข้าใจ ไม่แปลกและไม่ผิดที่หลายประเทศจะคิดเพราะเขาไม่ทราบว่าไทยและจีนคุยอะไรกัน ถ้ามีหนังสือรับรองแล้วไม่เป็นแบบนั้น ประเทศจีนจะถูกมองไม่ดีในสายตาประเทศอื่นๆ เช่นกัน เราก็คิดเช่นนั้นถึงได้มั่นใจและส่งอุยกูร์กลับไป

“แพทองธาร” แนะผู้นำฝ่ายค้านอย่าด้อยค่าคนอื่น ท้าประกาศให้ชัดสมัยหน้าจะร่วมกับใคร
“แพทองธาร” แนะผู้นำฝ่ายค้านอย่าด้อยค่าคนอื่น ท้าประกาศให้ชัดสมัยหน้าจะร่วมกับใคร

กรณีการกล่าวหารัฐบาลว่าทำผิดเรื่องนี้ ต้องถามจริงๆ ว่าท่านได้เปิดตามองครบมิติของโลกหรือเปล่า ท่านเป็นนักสิทธิมนุษยชนมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก หรือจะ 2 มาตรฐานสำหรับรัฐบาลนี้โดยเฉพาะ เท่าที่จำได้ยังไม่มีพรรคการเมืองไหนเลยที่มีนโยบายในเรื่องผู้ลี้ภัย พร้อมแนะให้ใช้เวทีออกนโยบายประกาศเสียเลย ว่าจะทำตามที่ผู้ลี้ภัยต้องการในทุกกรณี หรือจะมีแนวทางอย่างไรบ้าง ประชาชนจะได้รับฟัง

ในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย ตอนนั้นเราเป็นพรรคฝ่ายค้านด้วยกัน ลงสัตยาบันร่วมกันผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายหนแต่ทำไม่สำเร็จ เมื่อเรามาเป็นรัฐบาลได้แถลงนโยบายนี้ต่อรัฐสภา จุดยืนคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 แต่ด้วยข้อกฎหมายที่ซับซ้อนทำให้การแก้ไขทำได้ยาก มีข้อเห็นต่างจากพรรคร่วมรัฐบาลและวุฒิสภา ทั้งเรื่องกฎหมายการทำประชามติและจำนวนครั้งในการทำประชามติ เราพยายามเดินไปข้างหน้า ไม่ต้องเรียกร้องให้ตนแสดงภาวะผู้นำ เพราะทำอยู่ตลอดเวลา หารือกับพรรคร่วมรัฐบาลตลอด มีการแลกเปลี่ยนความเห็น แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่างให้ชัดเจน จนมีมติร่วมกันเห็นชอบยื่นศาลรัฐธรรมนูญ

“แม้ว่าจะช้าไปบ้างอาจจะไม่ทันใจ แต่แน่นอนว่านี่เป็นโอกาสที่ชัดเจนแห่งความสำเร็จ ส่วนภาวะผู้นำของดิฉันนะคะ ดิฉันคิดว่าก็ต้องมีความอดทน เราเป็นรัฐบาลที่มีพรรคร่วมหลายพรรค ต้องมีความอดทน มีเหตุผล และต้องมีความจริงใจด้วย สิ่งนี้ที่ดิฉันยึดถือและมองเห็นว่าผลสำเร็จจะเป็นยังไงอันนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะถ้าจะให้ดิฉันไม่ได้เป็นผู้นำในลักษณะนี้ ต้องดันทุรังแต่พังทุกรอบ มันก็จะไม่เป็นผลสำเร็จ เชื่อว่าการดันทุรังแบบนั้นจะไม่เกิดผลดีกับรัฐบาลของดิฉันค่ะ”

“แพทองธาร” แนะผู้นำฝ่ายค้านอย่าด้อยค่าคนอื่น ท้าประกาศให้ชัดสมัยหน้าจะร่วมกับใคร
“แพทองธาร” แนะผู้นำฝ่ายค้านอย่าด้อยค่าคนอื่น ท้าประกาศให้ชัดสมัยหน้าจะร่วมกับใคร

ทางด้านเรื่องการต่อสู้ของประชาชน รัฐบาลเคารพในสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของทุกฝ่าย ไม่เคยลืมว่าเราเคยบอบช้ำเจ็บปวดขนาดไหน เราเป็นพรรคการเมืองที่เคยต่อสู้เคียงข้างประชาชน ในพรรคของเราเต็มไปด้วยนักการเมืองที่ต่อสู้เคียงข้างกับประชาชนมา เราเห็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ มีคนเสื้อแดง มีลูกหลานของคนเสื้อแดงในพรรคอีกมากมาย ถึงเราจะไม่ได้พกหมวก พกผ้าพันคอมา แต่เราก็แสดงเรื่องนี้อย่างจริงจัง และอยู่ในใจของพวกเราเสมอนี่คือสิ่งที่พวกเราเป็น

นายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อไปในเรื่องคำว่าดีล หากหมายถึงการหาข้อสรุปเจรจาร่วมกัน การเมืองทุกที่ก็คงดีล ก่อนหน้านี้พรรคการเมืองของเราก็ดีลอยู่กับพรรคของท่าน ท่านก็ดีลกับพรรคของเรา ที่ผ่านมาเรารักษาคำพูดมาเสมอ ทำตามดีลทุกอย่าง การเลือกตั้งปี 2566 เรายกมือให้ท่าน ครั้งแรกไม่ผ่าน ครั้งที่ 2 เราก็ยกมือให้แคนดิเดตพรรคท่านมาตลอด แต่เท่าที่จำได้ท่านยังไม่เคยยกมือให้แคนดิเดตพรรคเราเลย เมื่อท่านตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ เราก็เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล เรารู้ดีว่าการตั้งรัฐบาลในครั้งนี้จะต้องพบกับความยากลำบาก ต้องอธิบายให้ประชาชนฟัง เรามีความตั้งใจอย่างมากที่จะผลักดันนโยบายให้ประชาชน ศักยภาพประเทศไทยโตช้ามาเป็น 10 ปี ถ้าเราไม่เริ่มตั้งแต่วันนั้นเราจะมีนโยบายไปถึงประชาชนอย่างวันนี้หรือ

“แพทองธาร” แนะผู้นำฝ่ายค้านอย่าด้อยค่าคนอื่น ท้าประกาศให้ชัดสมัยหน้าจะร่วมกับใคร
“แพทองธาร” แนะผู้นำฝ่ายค้านอย่าด้อยค่าคนอื่น ท้าประกาศให้ชัดสมัยหน้าจะร่วมกับใคร

นอกจากนี้การพูดถึงเรื่องนโยบายไม่ตรงปก แต่ชาวบ้านได้รับเงิน 10,000 บาท ถามประชาชนแล้วหรือยังว่ามีความสุขกับสิ่งนั้นหรือไม่ ถ้าเศรษฐกิจไม่ถูกกระตุ้นเลย จะกระเตื้องอย่างวันนี้หรือไม่ ถ้าไม่เริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันนั้น วันนี้ก็ยังจะติดลบอยู่ ถ้าเราไม่เริ่ม เมื่อไหร่ประเทศไทยจะเคลื่อนไปข้างหน้า เพื่อไทยหรือรัฐบาลนี้ก็แบกไว้ในเรื่องการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เป็นสิ่งที่เราภูมิใจว่าเราทำนโยบายต่างๆ แล้วก็เดินสายคุยต่างประเทศ นำเงินเข้าประเทศแล้ว ทำให้การลงทุนของประเทศไทยสูงสุดในรอบ 10 ปีแล้ว ทั้งที่เราเป็นรัฐบาลยังไม่ถึง 1 ปี แค่ 6 เดือนเท่านั้นเราก็เริ่มแล้ว

“ดิฉันเชื่อว่าในทุกๆ ที่ไม่มีใครอยากที่จะเป็นผู้ถูกกล่าวหา แต่เพื่อสร้างความชัดเจนและสร้างแนวการเมืองแบบใหม่ ท่านก็ควรจะประกาศให้ชัดไปเลยว่าสมัยหน้า ท่านจะร่วมหรือไม่ร่วมกับใคร พูดให้ชัดตั้งแต่วันนี้ประชาชนก็จะได้เกิดความสบายใจ” และจบการชี้แจงในเวลา 21.32 น.

“แพทองธาร” แนะผู้นำฝ่ายค้านอย่าด้อยค่าคนอื่น ท้าประกาศให้ชัดสมัยหน้าจะร่วมกับใคร
“แพทองธาร” แนะผู้นำฝ่ายค้านอย่าด้อยค่าคนอื่น ท้าประกาศให้ชัดสมัยหน้าจะร่วมกับใคร

บทความที่เกี่ยวข้อง