"รักชนก" ชำแหละ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” รัฐบาลแก้ปัญหาล่าช้า คอร์รัปชันฝังราก ชี้สัมพันธ์เครือข่ายกัมพูชา-ทุนไทย จับมือหลอกประชาชน นายกฯ ชี้ แก้ปัญหาลดลง 50% พร้อมเร่งรัดร่าง พ.ร.ก. ปราบฯ
"รักชนก ศรีนอก" สส.พรรคก้าวไกล เปิดฉากอภิปรายรัฐบาลปมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่า แม้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์จะเหมือนได้รับการตอบรับจากรัฐบาล แต่เป็นเพียงผักชีโรยหน้า เกิดการเกี่ยงงาน จนเกิดผลกระทบต่อทรัพย์สินของประชาชน จนต้องให้รัฐบาลต่างชาติเข้ามาถึงได้ลงมือปราบปราม และต้องอาศัยมาตรการเด็ดขาดจัดการกลุ่มทุนไทยเทาที่ไร้จิตสำนึก แต่นายกฯ จงใจให้เกิดการทุจริตในระบบราชการ ทำให้ตอนนี้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่รู้จะไปจบตรงไหน

มูลค่าความเสียหายจากการถูกหลอกลวงกว่า 8 หมื่นล้านบาท เป็นข้อมูลรวบรวมโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การปราบปรามเรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่ของนายกฯ ไม่ใช่แค่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ที่ไม่สามารถแก้ได้ที่ต้นตอ เนื่องจากนายกฯ ไม่ได้มีความสามารถจัดการกับคณะรัฐมนตรีได้ และไม่กล้าจัดการกลุ่มทุนไทยเทา
การแก้ปัญหาโดยการตัดไฟฟ้าเป็นเพียงก้าวแรกทลายรังของมิจฉาชีพ แต่รัฐบาลจัดการกับการตัดไฟ เพราะไทยเป็นคนส่งทั้งสัญญาณไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
...
“การตัดไฟฟ้าที่ไทยทำงานช้าไปเพียงวันเดียว มีคนที่สูญเสียในระหว่างที่รอไปจริงๆ จนกระทั่งคุณทักษิณออกมาพูดเรื่องการตัดไฟเพื่อนบ้าน และการที่รัฐมนตรีจีนเดินทางมากดดันให้รัฐบาลไทยทำหน้าที่ของตัวเอง การตัดไฟเป็นก้าวแรกที่ยากเย็น แต่ตัดได้เพียงไม่กี่ที่ฝั่งเมียนมา ทั้งที่ฝั่งกัมพูชาเป็นแหล่งใหญ่ที่หลอกลวงคนไทย”
รัฐบาลควรบังคับให้ค่ายมือถือในการบังคับให้ กสทช.ออกกฎบังคับค่ายมือถือ ซึ่งควรมีกรอบบังคับระยะเวลา โดย สมช.มีข้อมูลของแก๊งคอลเซ็นเตอร์รอบประเทศทั้งหมด แต่ไม่เอามากาง และแก้ไขเสาสัญญาณที่ส่งไปฝั่งเพื่อนบ้าน
ท่าข้ามเป็นท่าส่งของชั่วคราวเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชายแดน ซึ่ง สมช.ให้ข้อมูลว่าท่าข้ามที่เปิดชั่วคราวมีการกำหนดระยะเวลา และต้องขอในการข้าม แต่บางท่าที่แม่สอดกลายเป็นท่าข้ามถาวร และความยิ่งใหญ่ของมิจฉาชีพ เช่น เมียนมายังมีสงครามอยู่ แต่อิฐหินปูนทรายที่สร้างอาณาจักรถูกลำเลียงผ่านท่าข้าม โดยที่ จ.ตาก มีกว่า 59 ท่าข้าม
แต่ไม่ใช่ทุกท่าข้ามที่มีปัญหา สภาความมั่นคงแห่งชาติมีข้อมูลว่า 10 ท่าที่ส่งของให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ที่ผ่านมาเราไม่รู้ว่าเป็นหน้าที่ใครในการปิดท่าข้าม สุดท้ายแล้วนายกฯ ต้องมีอำนาจสั่งการในการปิดท่าข้าม แต่พอฝ่ายค้านจะอภิปราย กลับปิดไปแล้ว 1 ท่า
“ท่าข้ามใน จ.ตาก แข็งแรงมั่นคง ไม่ได้สร้างจากไม้ อิฐ หิน ปูน ทราย แต่สร้างจากเงินที่มาจากส่วย มาจากการคอร์รัปชัน จากการปิดหูปิดตาของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เปิดกระเป๋ารับเงินรับส่วย นี่คือเคล็ดลับที่ตำรวจทั้งประเทศอยากไปกินตำแหน่งที่ จ.ตาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แม่สอด”
สิ่งที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ต้องการอย่างมากคือ แรงงานทาสที่มาจากทั่วโลก แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไทยยังไม่ค่อยสนใจ แต่พอมีเรื่องของดาราจีน ก็เริ่มมีการดำเนินการ ท่ามกลางแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนมาก แต่รัฐบาลไทยได้เข้าไปช่วย "ซิง ซิง" เพียงคนเดียว
กระบวนการปราบปรามเป็นไปได้ช้ามาก โดยเฉพาะฝั่งกัมพูชาที่บิดานายกฯ อ้างว่ารู้จักกัน การตอบสนองเรื่องค้ามนุษย์ รัฐบาลไทยกลับช่วยเหลือได้ช้ากว่าชาติอื่น
กระบวนการเข้าถึงเหยื่อผู้เสียหาย ต้องเข้าถึงบัญชีม้า ทุกวันนี้ กสทช.ยังไม่กล้าปิดเบอร์ด้วยซ้ำ แต่ทำไมเราต้องรอกระบวนการราชการ ซึ่งการปิดเบอร์ควรทำได้ง่ายกว่าการปิดบัญชีธนาคาร และการเข้าถึงคริปโต
“มิจฉาชีพเอาเงินไปในคริปโต โดยโอนเป็นเงินดิจิตอล ซึ่งเจ้าหน้าที่จัดการค่อนข้างยาก โดยมีการนำไปแลกเปลี่ยนนอกเหนือการควบคุมของ กลต.”
ที่ผ่านมามีหน่วยงานเอกชนไหนที่ทำข้อมูลลูกค้ารั่วไหลแล้วถูกลงโทษบ้าง และปีที่แล้วมีแฮกเกอร์ท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า เอกชนในไทยบริษัทพวกนี้ไม่ได้สนใจข้อมูลหลุดของลูกค้า และไม่เคยมีการจำคุกตาม พรบ.PDPA
ดิฉันตั้งคำถามเรื่องนายตำรวจที่มีเรื่องฉาวโฉ่แล้วถูกสั่งย้าย ได้มีการดำเนินการอื่นๆ ต่อไปหรือไม่
ทุนไทยเทามีข้อมูลรายชื่อและสถานที่เปิดแก๊งคอลเซ็นเตอร์บังหน้า ซึ่งข้อมูลนี้ สมช.ก็มีแต่ทำไมไม่ปราบปราม ตัวอย่างเช่น “ตือ คอสโม่” ที่มีเครือข่ายสีเทา และนักการเมืองหลายท่านรู้จักกันดี
อาชญากรออนไลน์เติบโตได้ เพราะไทยอำนวยความสะดวกให้กับเขาในทุกขั้นตอน ปัญหาไม่ใช่แค่ไร้ประสิทธิภาพในการจัดการ แต่จงใจปล่อยปละละเลย ด้วยประโยชน์ทับซ้อน ไม่แก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ปัญหาที่เหมือนจะคลี่คลาย แต่ก็กำลังรอกลับมาปะทุใหม่

...
นายกฯ ยืนยันคืบหน้าปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์
แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า คอลเซ็นเตอร์รัฐบาลได้แก้ปัญหาได้ไกลมากพอสมควรแล้ว แต่ก็ดีที่ท่านได้ช่วยสรุปข่าว การแก้ปัญหามีการประสานกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา จีน กัมพูชา ทั้งการจับ ปราบ และตัดไฟฟ้า
ในการตัดน้ำมันและอินเทอร์เน็ต ได้รับคำชมจากจีนในการทำงานอย่างรวดเร็ว ส่วนฝ่ายจีนได้สนับสนุนทางข้อมูล การแก้ปัญหาที่มีน้อยลง เนื่องจากความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการซีลชายแดน ต้องได้รับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน มีการทำงานเป็นทีม
ทางกระทรวงดีอี มีการระงับบัญชีม้า 1.92 ล้านบัญชี มีการตรวจสอบบัญชีใหม่ในการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนเรื่องซิมม้ากวาดล้างไปแล้ว 2.4 ล้านเลขหมาย และมีการตรวจสอบผู้ใช้โมบายแบงก์กิ้ง หลังมีการตัดไฟฟ้า และน้ำมัน มีคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลดลงกว่า 50% ตอนนี้มีการเร่งรัดร่าง พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของกฤษฎีกา

คดีคอลเซ็นเตอร์ลดลงกว่า 50%
ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงว่า การปราบบัญชีม้า ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และมีการเปิดบัญชีใหม่ให้ยากมากขึ้น รวมถึงบัญชีนิติบุคคลที่ทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ให้มากขึ้น
...
ตอนนี้ปิดบัญชีม้าแล้ว 7.5 หมื่นบัญชี ตอนนี้ กสทช.มีการให้มายืนยันตัวตนกรณีถือครองซิมเกินกว่า 100 ซิมขึ้นไป ถ้าไม่มายืนยันตัวตนจะระงับสัญญาณทันที ทำให้ระงับไปแล้ว 2.4 ล้านเลขหมาย และกำลังจะระงับเพิ่มอีก 2.8 ล้านเลขหมายที่ไม่ผ่านการยืนยันตัวตน
ส่วนมาตรการการตัดไฟฟ้า สัญญาณอินเทอร์เน็ต ซึ่งช่วงแรกหลายหน่วยงานอาจมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่พอเริ่มใช้ไปแล้วเริ่มเห็นว่าได้ผล รัฐบาลก็ดำเนินการทันที ทำให้กลุ่มเครือข่ายข้ามชาติ ไม่มีแหล่งพลังงานไฟฟ้าในการใช้ มีการรื้อเสาสัญญาณไปแล้วกว่า 200 ต้น
จากการดำเนินการที่ผ่านมาทำให้คดีต่างๆ ลดลงกว่า 50% แต่ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการต่อไปให้ปัญหาเหลือเป็นศูนย์