"ดิจิทัลวอลเล็ต" ยังได้ไปต่อ เตรียมปรับเงื่อนไขใหม่ เปลี่ยนแจกเงินสด 10,000 บาท ให้ "กลุ่มเปราะบาง" และผู้ที่ลงทะเบียนขอรับสิทธิ ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"

วันที่ 22 สิงหาคม 2567 มีรายงานว่า โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ในกระเป๋าเงินดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งเป็นนโยบายภายใต้ความหวังของ "พรรคเพื่อไทย" ซึ่งหลายคนกังวลว่าหลังจาก นายเศรษฐา ทวีสิน ได้ลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วนั้น ในสมัยรัฐบาลของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร จะมีการดำเนินโครงการฯ ต่อหรือไม่ 

ล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ตยังสามารถเดินหน้าต่อได้ แต่รูปแบบอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนในบางส่วน เชื่อว่าหากจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขใดๆ ของโครงการ จะต้องเป็นประโยชน์ถูกใจประชาชนมากขึ้น

ทั้งนี้มีรายงานเพิ่มเติมว่า การเดินหน้าของโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะมีการปรับเงื่อนไขเบื้องต้นจะเป็นการแจกเงินให้กับกลุ่มเปราะบางที่ลงทะเบียนไว้ก่อนเป็นอันดับแรกในวงเงิน 1.22 แสนล้านบาท ตามที่สภาเห็นชอบอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม 1.22 แสนล้านบาท มาใช้แจกเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งจะเป็นการแจกเงินสดผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) จำนวน 10,000 บาท ในครั้งเดียว เพื่อเป็นการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐก่อน

ต่อมายังมีรายงานเพิ่มเติมอีกว่า โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลเพื่อไทยนั้น จะได้รับการตั้งชื่อใหม่ว่า "งบกระตุ้นเศรษฐกิจ" และเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจ งบประมาณก้อนนี้แบ่งเป็นวงเงินตามงบประมาณรายจ่ายปี 67 รวม 165,000 ล้านบาท ซึ่งจะถือเป็นเงินก้อนแรกที่จะเติมเงินในกระเป๋าให้แก่ประชาชนคนไทยผู้ลงทะเบียนขอรับสิทธิกับแอปฯ "ทางรัฐ" ไว้ราว 30-35 ล้านคน โดยจ่ายเป็นเงินสดให้ก่อนคนละ 5,000 บาท และประชาชนจะได้รับเงินภายในเดือน ก.ย.นี้ ตามรอบปีงบประมาณ 

...

ขณะที่รัฐบาลใหม่จะกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้งว่า ประชาชนผู้ขอรับสิทธิจะสามารถรับเงินได้อย่างไร ภายใต้กฎเกณฑ์ใด จากรัฐตรงสู่มือประชาชน หรือผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ โดยทางเลือกนี้ไม่มีระบบชำระเงิน หรือเติมเงินแบบดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง

ส่วนเงินที่เหลืออีกครึ่งหนึ่ง หรือ 5,000 บาทหลังนั้น รัฐบาลจะขอใช้ระบบการชำระเงินและเติมเงินใหม่ คือ "ดิจิทัลวอลเล็ต" ตามนโยบายเดิมที่มุ่งเป้าจะให้คนไทยมีโอกาสได้เรียนรู้เทคโนโลยีทางด้านการเงินที่กำลังคืบคลานเข้ามาในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม สำหรับรายละเอียดและความคืบหน้ายังไม่มีการชี้แจงที่ชัดเจน หากมีความคืบหน้าดังกล่าว จะรายงานให้ทราบต่อไป.