“นายกฯ อิ๊งค์” เผย บกปภ.ช. ปรับลดระดับความรุนแรงสาธารณภัยแผ่นดินไหว จากระดับ 3 เป็น 2 คืนอำนาจผู้ว่าฯ 18 จังหวัด-ผู้ว่าฯ กทม. แต่ยังหนุนทุกพื้นที่ทำงานต่อเนื่อง ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติโดยเร็ว

เมื่อเวลา 07.34 น. วันที่ 31 มีนาคม 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงกรณีแผ่นดินไหว ว่า วันที่ 30 มีนาคม มีประกาศกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เรื่องการประเมินความรุนแรงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทั้ง 18 จังหวัด และ กทม. พบว่าความรุนแรงไม่ขยายวงกว้าง สามารถควบคุมพื้นที่ได้แล้ว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จึงได้ลดระดับความรุนแรงของสาธารณภัยจากขนาด 3 (การจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่) ลงเป็นระดับ 2 (การจัดการสาธารณภัยขนาดกลาง) คืนอำนาจให้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 เพื่อประสานงานและจัดการในพื้นที่ตัวเองต่อไป

พร้อมระบุในช่วงท้ายว่า “แต่ ปภ. จะยังคงเป็นผู้ประสานงาน ติดตาม และสนับสนุนการทำงานของทุกพื้นที่ต่อไป เพื่อการปฏิบัติการที่ต่อเนื่องของทุกจังหวัด ให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติโดยเร็วค่ะ”

สำหรับเนื้อของประกาศกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เรื่อง การลดระดับการจัดการสาธารณภัย ลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีดังนี้

...

ตามที่ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ประกาศยกระดับการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เนื่องจากสถานการณ์แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 8.2 ความลึก 10 กิโลเมตร ที่ละติจูด 21.682 องศาเหนือ และลองจิจูด 96.121 องศาตะวันออก บริเวณประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 326 กิโลเมตร สถานการณ์ดังกล่าวมีความรุนแรง สร้างความเสียหายและก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชนเป็นบริเวณกว้างนั้น

กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่า สถานการณ์ได้คลี่คลาย อีกทั้งผลกระทบต่อประชาชน ความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้รับการแก้ไข ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและเส้นทางคมนาคม รวมถึงความเป็นอยู่ของประชาชนกลับสู่ภาวะปกติ และการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังคงมีการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรุงเทพมหานครสามารถดำเนินการได้ในศักยภาพของพื้นที่

ในการนี้ ผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติพิจารณาแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ประกอบแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564 - 2570 จึงให้ลดระดับการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) เป็นการจัดการสาธารณภัยขนาดกลาง (ระดับ 2) ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด และผู้ว่าการกรุงเทพมหานครในฐานะผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้สั่งการควบคุม และบัญชาการในพื้นที่จังหวัดและในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อประสานการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกมิติที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ทั้งนี้ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จะยังคงดำรงการกำกับติดตาม ประสาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 เพื่อเร่งฟื้นฟูให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

นายกฯ เผย บกปภ.ช. ปรับลดความรุนแรงสาธารณภัยแผ่นดินไหว เหลือระดับ 2