ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทย แผ่นดินไหวรุนแรงจนตึกถล่ม ภัยธรรมชาติที่มาแบบไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว ล้อไปกับอากาศระอุเดือดฤดูร้อนเมืองไทย ในจังหวะสถานการณ์ “ลื้อดูร้อน” ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจลดโทนลงระดับหนึ่ง
ภายหลังการลงมติโดยที่ประชุมสภาเสียงส่วนใหญ่ โหวตให้ความไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่งต่อไปด้วยคะแนน 319 ต่อ 162 เสียง งดออกเสียง 7 คน
แต้มท่วมท้นขบวน สส.หามผู้นำหญิงฝ่าด่านเชือดในสภาแบบนอนมา
อารมณ์สบายอกสบายใจ สไตล์โคตรเซียนการตลาด น.ส.แพทองธาร รีบโชว์ถ่ายรูปหมู่กับรัฐมนตรีฉลองชัยชนะ จัดฉากผนึกกำลังแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลตั้งโต๊ะแถลงอวยกันไปอวยกันมา
ยกนิ้วให้ผู้นำหญิงคนสุดท้องตระกูลชินเก่งมาก สอบผ่านสบายๆ
แต่นั่นไม่หมายรวมถึง “คะแนนไว้วางใจนอกสภา”กระแส สังคมทั่วไป ในสายตาคนดูทางบ้านที่กดปุ่มให้คะแนนข้างเวที
อ้างอิงตามสถิติค่อนข้างเป็นทางการ ไม่เอียงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
คะแนนแบบเรียลไทม์ของสื่อหลักที่สำรวจจากฐานผู้ติดตาม มีไอดียืนยันตัวตนไม่ใช่ “โพลยกเมฆ” เสกตัวเลขกันตามอำเภอใจ ทั้งโพลของ “ไทยรัฐทีวี” ที่สอดคล้องกับการสำรวจของทีม “กรรมกรข่าว” ไปทางเดียวกับโพลไลน์ทูเดย์
กว่าร้อยละ 70–80 ให้ “นายกฯอิ๊งค์” สอบไม่ผ่าน เชื่อฝ่ายค้านมากกว่า
ให้น้ำหนักมาตรฐานของกองทัพส้ม ไล่มาถึงยี่ห้อพรรคประชาชน นอกจากฟอร์มไม่ตกยังยกระดับจากเด็ก ฟันน้ำนมเป็นเขี้ยวแหลมๆคมๆ
สูตรผสมตัวตึง ตัวจี๊ด บุ๋น บู๊ สู้เกมเก๋าการเมืองได้เนียนๆ
ฟาดขบวนการ “กีกี้” ปะทะ “องครักษ์เบบี้บูมเมอร์” ฝุ่นตลบห้องประชุมสภา แต่ในภาพรวมเป็นทีมเด็กรุ่นใหม่ที่ได้แต้มเนื้อหาสาระ ทำให้คนคล้อยตามมากกว่าฟากฝั่งรัฐบาล
...
ไล่ตั้งแต่มวยเบอร์หลักอย่างนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ปฏิบัติการไล่จี้ปมตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตั๋ว PN ในการโยกหุ้นกับแม่ พี่สาว ลุง ป้าสะใภ้ คนในครอบครัว เลี่ยง “ภาษีโอนหุ้น”
ฉายภาพ “นายกฯคนลูก” เดินตามรอย “นายกฯคนพ่อ”
แถมด้วยช็อต “โรยเกลือ” ต่อ ไล่เค้นคออธิบดีกรมสรรพากร ให้เคลียร์ “แพทองธารโมเดล” ขู่วิบากกรรมเลียนแบบนางเบญจา หลุยส์เจริญ อดีตอธิบดีกรมสรรพากรที่ติดคุก จากคดีซิกแซ็กหุ้นครอบครัว “นายใหญ่”
ขณะที่ไฮไลต์ “วีไอพี ชั้น 14” โรงพยาบาลตำรวจ ที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ กองทัพส้ม ฉายหนังซ้ำในเวอร์ชันที่เข้าใจง่าย มโนตามดิจิทัลฟุตปรินต์ของผู้นำหญิง เจาะเกราะแบบโชะๆ คนดูพยักหน้าตาม แม้แต่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำพรรคไทยภักดี ฝ่ายต่อต้านทีมส้ม ยังต้องปรบมือชื่นชม
ในภาวะหาหลักฐานยากเย็นแสนเข็ญ แบบที่หน่วยงานหลักอย่าง ป.ป.ช. ยังแบไต๋หมดท่า เจอเกมบล็อกของทีมอารัก “นายใหญ่” ไม่ร่วมมือให้ข้อมูล
“สายลับ” ยี่ห้อ “รังสิมันต์ โรม” เชื่อมต่อสภาวการณ์แวดล้อมทำให้ “คดีมีมูล” หรือมือเจาะเกราะอย่างนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่เปิดปมการถือครองที่ดินโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ของนายกฯและครอบครัว ที่เป็นโฉนด 4 แปลงออกทับเขตต้นน้ำลำธาร
ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายฟันธง ประเด็นนี้ “อิ๊งค์” มีหวังเคลียร์เหนื่อย
อีกคนที่สมราคาก็คือ “ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ แม่ทัพหญิงทีมเศรษฐกิจ ค่ายส้ม ที่ได้รับเสียงชื่นชมในระดับกึ๋นและท่วงทำนองการนำเสนอภาพฟอร์มบริหารของรัฐบาลเพื่อไทย ไม่สมราคาฟอร์มแก้ปัญหาปากท้อง
ลีลาอภิปราย “เชือดนิ่ม” แต่แผลเลือดสาดบาดลึก
“มวยหลัก” โชว์ลำหักลำโค่น “มวยสร้าง” แจ้งเกิดเต็มตัว ทั้ง “ลิซ่า” ภัคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน
โดยเฉพาะมวยฟอร์มสดนายชยพล สท้อนดี สส.กทม.ที่เปิดโปงขบวนการ “ไอโอ” กองทัพ ซ่อนอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนเพื่อไทย จนนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา ทีม “นายใหญ่” ชิงปิดไมค์ ปิดปากไม่ให้อภิปรายต่อ
รับสภาพเพื่อไทยกลายเป็น รปภ. ตั้งด่านสกัด “เขตทหารห้ามเข้า”
มันคือเป้าหมายปลายทางของกองทัพส้ม ขมวดปม “ดีลแลกประเทศ” ขยายผล “นายกฯอิ๊งค์” ต้องยอมทุกอย่างใน “ดีลลังกาวี” แลก “นายใหญ่” ได้กลับบ้าน
โดยไม่สนหลักการประชาธิปไตยที่ประเทศไทยต้องสูญเสียไป
ที่สุดเลยพรรคประชาชน ทีมคนรุ่นใหม่ ก็สามารถผลักพรรคเพื่อไทยไปผนึกแน่นอยู่ในขบวนการโหนอำนาจอนุรักษ์นิยมแบบเต็มตัว
แบบที่ “กุมารเท้ง” นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาชน โชว์ฟอร์มแม่ทัพค่ายส้ม รับบทจั่วหัวและปิดฟลอร์ญัตติเชือด
ทดแทนพระเอกอย่าง “หนุ่มทิม” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้แบบไร้รอยต่อ
ค่ายประชาชนบรรลุตามเป้าหมาย เกมต่อยอดกระแสไปถึงศึกเลือกตั้งใหญ่รอบหน้า รู้ดีว่าธรรมชาติเกมอำนาจการเมืองแบบไทยๆยากจะโค่นผู้นำรัฐบาลคว่ำกลางสภา ยกสองแขนยังสู้ไม่ได้
ในขณะที่ “นายกฯอิ๊งค์” ที่ชนะแต้มโหวตในสภา แต่แพ้คะแนนนอกเวที ตามฟอร์มที่คนดูทางบ้านมองว่าชี้แจงได้ไม่ชัด เคลียร์ไม่ขาด
เพราะเน้นไปที่ลีลาเชือดเฉือน จ้องฟาดกลับฝ่ายตรงข้ามซะมากกว่า
อารมณ์ “ลูกสาวเถ้าแก่ใหญ่” ไม่ยอมลดราวาศอกให้ใคร ท่ามกลางองครักษ์ “เบบี้บูมเมอร์” คอยอารักขา คุ้มกัน หามแห่ให้ท้าย
อาการมั่นอกมั่นใจเกินร้อย แบบที่ไม่สนทหารเฒ่าลายคราม
ข้ามรุ่นฟาดกับ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในลีลาจัดจ้านแบบที่ ยกมือดูนาฬิกาข้อมูลของตัวเอง ก่อนตอบสั้นๆห้วนๆ “ที่ท่านอาวุโสพูดมาทั้งหมดไม่เป็นความจริง”
ตั้งใจยอกย้อนในสิ่งที่ “ลุงบ้านป่าฯ” เคยตอบญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจ
หรือการโต้กลับ “กุมารเท้ง” ที่อภิปราย “ภาวะผู้นำหุ่นเชิด” เป็นเชิงบลัฟผู้นำกองทัพส้มไร้ภาวะผู้นำ เลยเน้นย้ำในสิ่งที่ตัวเองขาด
ฟาดมา ฟาดกลับ ไม่สนรุ่น ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม สะท้อนอารมณ์ “ลูกสาวเถ้าแก่ใหญ่” พัฒนาการผู้นำคนสุดท้องตระกูลชินที่แทบไม่ต้องเติมภูมิต้านทานเกมปะทะในสภา มาตาม “ดีเอ็นเอธรรมชาติ” นายกฯเจน Y พร้อมนำองครักษ์เบบี้บูมเมอร์ บวกฝ่ายค้านรุ่นใหม่ และโดยฟอร์มดุดันไม่เกรงใจใครในสภา ก็พลุ่งพล่านต่อเนื่องมาถึงนอกเวทีจับอารมณ์ที่ น.ส.แพทองธาร ปฏิเสธคำถาม สื่อมวลชน ยืนกรานไม่มีแผนปรับ ครม. หลังศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ย้ำเสียงแข็งการจะปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ ถ้าจะไปทางไหน ยังไงก็ไม่เป็นผล หากมีการวิ่งไปหานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯผู้เป็นพ่อ เพื่อให้มากดดันก็คุยกันแล้ว พ่อเข้าใจว่ายังไม่ปรับ ครม.
“ก็ดูกันเองว่าวิ่งทางไหนแล้วเป็นผลแล้วกันค่ะ”
จับอาการขึงขังกระชับอำนาจการตัดสินใจอยู่กับตัวเอง ที่น่าสนใจกว่านั้น “นายกฯอิ๊งค์” แสดงถึงการไม่ให้ราคาเสียงฝ่ายค้านที่ข้ามโซนมาโหวตให้ 7 แต้ม
ไม่ได้พึ่งเสียงงูเห่าไม่จำเป็นเพราะ สส.รัฐบาลเต็มเอี้ยด อยู่แล้ว
แนวโน้มไม่ให้ความสำคัญ ไม่ต้องตอบแทนขาใหญ่ที่ต้อนเสียงนอกพรรคร่วมรัฐบาลมาเพิ่มแต้มสวย 312 เสียงไว้วางใจนายกฯแพทองธาร
ส่งสัญญาณออกอากาศ ไม่มีดีลสมนาคุณแต้มงูเห่า
และเป้าสายตาสื่อก็จ้องตาเดียวกันไปที่ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรคกล้าธรรม ที่แสดงตัวชัด ประกาศล่วงหน้าจะต้อนงูเห่ามาโหวตหนุน “ลูกสาวเถ้าแก่ใหญ่” นับ 10 หัว
แม้ถึงเวลาแสดงตัวแสดงตนแค่ 7 จากพรรคไทยสร้างไทย 5 ลากจากค่ายพลังประชารัฐ อีก 1 รวมถึง “ปูอัด” นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.พรรคไทยก้าวหน้า ที่ติดบ่วงคดีล่วงละเมิดทางเพศ
เหมาหมดไม่สนพวกเทาๆ ภาพกระดำกระด่าง
และนั่นยังโยงไปเพิ่มน้ำหนักของนายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน ที่เปิดโปง “นายหน้า”ล่อซื้องูเห่า เจรจาจ่ายสดๆในช่วงประชุมไม่ไว้วางใจ แฉหลักฐานชัดถึงขั้นระบุเบอร์เลขหมายปลายทาง
เชื่อเป็นการดิสเครดิตค่ายส้ม ผสมแต้มต่อรองโควตารัฐมนตรี
เกมไล่ต้อน “งูเห่า” เขย่านายกฯคนพ่อ กดดันนายกฯลูก ถูกขับเคลื่อนอย่างมีความหวัง ด้วยพลังของ “ผู้กองนัส” ฮึดฝ่าด่านจริยธรรม ลุ้นรีเทิร์นวง ครม.
วัดบารมี “นายกฯเจน Y ” จะ “เอาอยู่” หรือไม่.
ทีมการเมือง
คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม