26 มี.ค. 2568 เวลา 10.00 น. ที่ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ-กองทัพเรือ ดร.ณพลเดช มณีลังกา เลขานุการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม (นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์) ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า วันนี้ได้เข้าร่วมประชุมหารือกับ พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ปษ.พิเศษ ทร./ประธาน กพอ.ทร. และคณะผู้บริหารท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ กองทัพเรือ ในโครงการพัฒนาท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับเรือสำราญและเรือเฟอร์รี่ โดยมุ่งเชื่อมโยงกับสนามบินอู่ตะเภาและเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (EEC) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภาคตะวันออกของประเทศไทย นอกจากนี้ โครงการยังมีเป้าหมายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำและสร้างความเจริญเติบโตผ่านเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตครับ โดยการดำเนินงานจะรวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างท่าเรือและความลึกหน้าท่าเพื่อรองรับการเทียบเรือสำราญ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร รวมถึงการจัดหาเรือ Tug อย่างน้อย 2 ลำ เพื่อรองรับการเทียบเรือขนาดใหญ่ครับ

ณพลเดช หนุนงบ 1 พันล้าน พัฒนาท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ เสริมท่องเที่ยว-เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

ซึ่งโครงการนี้ยังมีแผนการปรับปรุงท่าเทียบเรือหลายแผน เช่น การย้ายเรือหลวงสิมิลันไปยังท่าเทียบเรือที่ปรับปรุง และการสร้าง Dolphin เพิ่มเติมเพื่อรองรับการเทียบเรือขนาดใหญ่ โดยจะใช้รูปแบบการลงทุนแบบ PPP (Public Private Partnership) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณภาครัฐ และให้เอกชนลงทุนและบริหารเอง โดยมีสัมปทานให้เอกชนบริหารท่าเรือเป็นระยะเวลา 15 ปีขึ้นไปครับ

ณพลเดช หนุนงบ 1 พันล้าน พัฒนาท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ เสริมท่องเที่ยว-เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

ผมคิดว่าผลลัพธ์หากเกิดโครงการนี้ จะเพิ่มและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ การเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางเรือสำราญ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมถึงการเพิ่มรายได้ให้กับการท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ การพัฒนาองค์การท่าเรือจุกเสม็ดนี้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยการเชื่อมโยงกับธุรกิจอื่น ๆ และการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่จะนำไปสู่การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต หลังจากนั้นได้ไปดูสถานที่จริง ซึ่งเหมาะกับการพัฒนามากครับ

ณพลเดช หนุนงบ 1 พันล้าน พัฒนาท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ เสริมท่องเที่ยว-เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

อย่างไรก็ดี งบที่คาดว่าจะเริ่มต้นประมาณ 1,000 ล้านบาทครับ ผมเห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี เป็นการต่อยอด EEC อีกทั้งพัฒนาธุรกิจเรือสำราญและเรือพาณิชย์ที่แหลมฉบังเริ่มหนาแน่น อีกทั้งจะตอบรับกับโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล ที่การเดินทางโดยการบินอาจไม่เพียงพอ หากเป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public – Private Partnership: PPP) ด้วย ก็จะยิ่งเป็นผลดี ทั้งนี้ผมจะนำโครงการดังกล่าวเสนอต่อผู้ช่วยรัฐมนตรี (นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์) ซึ่งหากมีโอกาสเป็นไปได้จะเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลต่อไปครับ