เอาเป็นว่า

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน 2 วัน คือ 24-25 มี.ค.68 นั้นไม่มีอะไรเป็น “ทีเด็ด” ที่จะสอย “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ให้ร่วงจากเก้าอี้ได้

เพราะข้อมูลส่วนใหญ่ก็มาจากข่าวที่ประชาชนต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้ว เพียงแต่นำมาเรียบเรียงใหม่ให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นเท่านั้น

มีอยู่ 2 เรื่องที่ดูจะได้น้ำได้เนื้อหน่อยคือ

1.ตั๋วพีเอ็นซื้อหุ้นที่ส่อให้เห็นว่ามีการเลี่ยงภาษีอีกทั้งนายกรัฐมนตรีชี้แจงก็ไม่คลายความสงสัยไปได้

2.ก็เรื่องชั้น 14 รพ.ตำรวจที่ “ทักษิณ ชินวัตร” เข้ารักษาตัวโดยไม่ต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว แต่ข้อมูลระบุว่าเป็นการ “ป่วยทิพย์” มากกว่า

ที่สำคัญทำให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยนั้นไร้ประสิทธิภาพ เพราะระบบ “อภิสิทธิ์ชน” เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนโดยทั่วไป

ซึ่ง “รังสิมันต์ โรม” สส.ฝ่ายค้าน ได้อภิปรายด้วยการต่อจิ๊กซอว์ให้เห็นภาพที่ชัดเจนและสรุปว่านายกรัฐมนตรี

คือคนวางแผนทั้งหมด!

เป็นที่น่าสังเกตก็คือผู้อภิปรายทั้ง 2 ประเด็นนี้คือ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” และ “รังสิมันต์ โรม” จะถูกองครักษ์พิทักษ์ “นายหญิง” ลุกขึ้นประท้วงตลอดเวลา

อย่างที่วิโรจน์ “ร้อง” กี้กี้นั้นแหละถูกต้องแล้วเพราะบรรดาลิ่วล้อพวกนี้ทำงานได้อย่างเข้มข้นในการปกป้อง

คงได้รับรางวัลผู้พิทักษ์อย่างงามแน่!

ตามรูปการณ์แล้วนายกรัฐมนตรีคงได้รับการไว้วางใจอย่างไร้ปัญหา เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลต่างก็ช่วยเหลือเป็นอย่างดี

นอกจากจะช่วยชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรีแล้วยังสั่งลูกพรรคยกมือสนับสนุนอย่างเต็มที่

ที่เห็นชัดเจนก็คือนายกรัฐมนตรีแทบจะไม่ได้ชี้แจงอะไรมากนัก เพราะมีบรรดารัฐมนตรีคอยตอบแทนเกือบทั้งหมด

...

นายกรัฐมนตรีที่ตอบชัดๆหน่อยก็คือเรื่อง “เลี่ยงภาษี” เท่านั้น

เป็นอันว่ารัฐบาลสอบผ่านสามารถบริหารประเทศต่อไปได้อย่างสบาย โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีแทบจะไม่ระคายผิวแม้แต่น้อย

มีลุ้นใหญ่อยู่เพียงเรื่องที่ฝ่ายค้านจะดำเนินการต่อในประเด็น “เลี่ยงภาษี” เท่านั้น

หรือที่มีการคาดการณ์ว่าจะมีการปรับ ครม.นั้นก็แล้วแต่นายก รัฐมนตรีทางการเมืองและนายกรัฐมนตรีหลังม่านเท่านั้น

ที่จะตัดสินใจปรับหรือไม่ปรับ!

เพราะไม่มีความจำเป็นและไม่ต้องการให้เกิดการกระเพื่อมแต่ “ทักษิณ” นั้นชอบปรับ ครม.หลังบ่อยๆเพราะต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและทำให้รัฐมนตรีกระตือรือร้นในการทำงาน

พูดง่ายๆว่าเพื่อให้เกิดการแข่งขันถ้าจะปรับก็คงมีแค่ “เพื่อไทย” เท่านั้น พรรคอื่นคงไม่อยากให้เกิดปัญหาภายใน

หรือเรื่องที่เปลี่ยนกระทรวงระหว่างพรรคก็ไม่น่าจะมีเพราะเพิ่งผ่านศึกมาด้วยกันคงไม่อยากสร้างความขัดแย้งขึ้นมาอีก

นายกรัฐมนตรีนั้นงานนี้ถือว่า “ติดบุญติดคุณ” ที่ทุกพรรคให้ความอบอุ่นเป็นขวัญกำลังใจให้ โดยเฉพาะ “ภูมิใจไทย” ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่ออกตัวแรงที่สุด

ฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนก็คงเสมอตัวไม่สามารถสร้างความโดดเด่นให้มากขึ้นได้ก็เพราะไม่สามารถหาข้อมูลที่จะเล่นงานรัฐบาลได้อย่างที่สังคมคาดหวัง

พูดง่ายๆว่ายังไม่สามารถเพิ่มความนิยมในหมู่คนหนุ่มคนสาวได้อย่างที่ต้องการ

แม้ความนิยมที่ดำรงอยู่จะคงที่ก็ตาม!

“สายล่อฟ้า”

คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม