ต้นสัปดาห์นี้ ไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เวลา 8.00 น.ในวันนี้ 24 มีนาคม เป็นวันแรก

กำหนดนัดถล่มครั้งนี้ ฝ่ายค้านจะล็อกเป้ายิงตรงไปที่นายกฯแพทองธาร เพียงคนเดียว โดยวันแรกจะฟาดกันยาวไปจนถึง 5.30 น.ของวันรุ่งขึ้น ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 25 มีนาคม สิริรวม 2 วัน

โดยให้เวลาฝ่ายค้าน 28 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล 7 ชั่วโมง แบ่งเป็นรับมือช่วงเวลาให้ประท้วง 2 ชั่วโมง และสำหรับครม.ชี้แจงอีก 5 ชั่วโมง ส่วนประธานสภาฯ ให้เวลาบริหารจัดการการประชุมไว้ 2 ชั่วโมง มีเงื่อนไขพิเศษ 3 ข้อว่า 

1.ถ้าประท้วงพร่ำเพรื่อจนทำให้ฝ่ายค้านใช้เวลาไม่หมด หรืออภิปรายได้ไม่ครบ ต้องให้สิทธิฝ่ายค้านอภิปรายต่อ แม้จะเกินเวลากำหนดของแต่ละวัน

2.สามารถยืดเวลาอภิปรายเกินเที่ยงคืนได้ 

และ 3.หากเวลาฝ่ายค้านใช้ไม่หมด ประธานรับปากจะใช้เวลาให้หมด อาจทำให้ต้องเลื่อนการลงมติไปอีกวันเป็นวันที่ 27 มีนาคม

สำหรับสาระสำคัญในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯแพทองธาร และบุคคลในครอบครัว(เปลี่ยนจากชื่ออดีตนายกฯทักษิณ ผู้พ่อ) มีประเด็นพอสรุปมาได้ 8 ข้อจากพฤติการณ์อันไม่อาจไว้วางใจในให้บริหารราชการแผ่นดินได้ เช่น…

1.ขาดคุณสมบัติ - ความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหาร ทั้งยังขาดภาวะผู้นำ ขาดวุฒิภาวะ ความรู้ความสามารถ และ เจตจำนงในการบริหารราชการแผ่นดิน

2.ทำลายภาพลักษณ์ประเทศ ความเชื่อมั่น และจงใจลอยตัวอยู่เหนือปัญหา ไม่มีความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ 

3.เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ครอบครัว และพวกพ้องเหนือประโยชน์ส่วนรวม

4.ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เอาเปรียบสังคม โกหกหลอกลวง ไม่ดำเนินการตามที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน 

...

5.บริหารบ้านเมืองล้มเหลวทั้งด้านการเมือง การปฏิรูปกองทัพ ความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม แถมทำลายนิติรัฐ และระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา

6.ปล่อยปละละเลยการทุจริต ทำให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบายเพื่อเอื้อพวกพ้องและกลุ่มทุน 

7.แต่งตั้งบุคคลไม่เหมาะสม ขาดความรู้ความสามารถ ไม่ซื่อสัตย์ไปเป็นรัฐมนตรี และตำแหน่งสำคัญอื่นๆ 

และ 8.ถูกชี้นำจากบุคคลในครอบครัว สมัครใจยินยอมให้ชักใย เป็นต้น

ดูตาม ภาพกราฟิกที่ปล่อยออกมาก่อนหน้าในหัวข้อ “ดีลแลกประเทศ” ซึ่งแปลความออกมาตอนหลังว่า แลกเอา อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ผู้พ่อกลับประเทศ

ส่วนประเด็นที่ระบุว่า แลกประเทศกลับมานั้น นายกฯแพทองธาร ตอบกลับไปแล้วว่า นอกจากสังคมจะก้าวไม่พ้นชื่อของพ่อเธอแล้ว ยังเอาเรื่องการแลกประเทศมาปะปนจนกลายเป็นเรื่องไร้สาระ ที่สำคัญ ไม่มีใครสามารถเอาประเทศชาติที่รักไปแลกกับสิ่งใดได้

หลังจากที่โฆษกรัฐบาลออกมายืนยันว่า นายกฯแพทองธาร เป็นผู้หญิงเก่ง ฉลาดเฉลียวเสมือน Wonder Woman กราฟิกของฝ่ายค้านจึงออกมาใหม่ด้วยการเขียนข้อความว่า Wonder Woman VS กระบวนท่าที่ 5

วิโรจน์ ลักคณาอดิศร ตัวจี๊ดของพรรคประชาชน ประกาศว่า เขาจะรับบทมังกรที่มีกระบวนท่าที่ 5 พร้อมทำกราฟิกประชันกับกราฟิกของนายกฯแพทองธาร โดยระบุข้อความ “มังกรกงสี อิ่มหมีทั้งตระกูล” ขณะเดียวกันก็ประกาศว่างานนี้จะจัดเต็มแม็ค 

ขณะที่สื่อเก่าหัวโบราณกระแนะกระแหนว่า Wonder Woman หญิงมหัศจรรย์จะเป็น Wandering  Woman ที่แปลว่า ผู้หญิงที่เดินวกไปวนมา ไม่รู้ว่าเธอทำอะไรแน่ หรือไม่ 

ฟังดูโดยรวม สิ่งที่พรรคฝ่ายค้านจะอภิปราย คงหนีไม่พ้นเรื่องที่จะกล่าวหานายกฯ รัฐมนตรีในคณะ ด้วยการบัญญัติศัพท์ที่แล้วแต่จะเตรียมตัวกันมา

สำหรับเสียงของพรรคฝ่ายค้านซึ่งนอกจากจะมีตัวจี๊ดอย่าง มังกร วิโรจน์ แล้ว ยังมี “เท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลัประชารัฐขอร่วมลุยศึกซักฟอกผู้นำรัฐบาลด้วยอีกคน

ทีนี้ถ้าจะวัดพลังฝ่ายค้าน สิริรวม 172 เสียง ประกอบด้วย พรรคประชาชน  143 พลังประชารัฐ 20 ไทยสร้างไทย 6 เป็นธรรม เสรีรวมไทย และ ไทยก้าวหน้า พรรคละ 1 คน รวมเป็น 3 คน 

ในขณะที่รัฐบาล มีพรรคสนับสนุน 8 พรรค มีเสียงสนับ สนุน 314 เสียง

เห็นแค่นี้ ก็น่าจะคาดเดาได้ไม่ยากว่า นายกฯแพทองธาร ชนะ แต่ปัญหาคือ ถ้าฝ่ายค้านจะใช้สภาเป็นแค่เวทีสำหรับยอกย้อน ใส่ความ หรือ แค่หาเรื่องด่าผู้หญิงคนหนึ่ง ในที่สุดประชาชนผู้ฟัง จะเป็นคนตัดสินว่าครั้งหน้าพวกเขาควรเลือกใคร?