ปกติรัฐบาลใหม่ไม่ว่าชุดไหนก็ตามเมื่อเริ่มต้นทำงานก็ต้องจัดระเบียบบุคลากรที่จะสนับสนุนการทำงานให้ราบรื่น
ซึ่งก็มีอยู่ 2 ส่วน
1.ข้าราชการการเมืองมาจากเครือข่ายของนักการเมืองและพรรคการเมืองเพื่อเป็นการตอบแทนและเยียวยาผู้ที่ผิดหวังไม่ได้ตำแหน่ง
2.ข้าราชการประจำซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ระบบงานขับเคลื่อนไปได้ดี เพราะนักการเมืองแม้จะมีตำแหน่งแล้วแต่ก็ต้องมีลูกมือทำงาน
หากได้ลูกมือดีๆ รู้งานมากก็จะช่วยได้มาก เพราะนักการเมืองส่วนใหญ่มักจะไม่มีความรู้โดยเฉพาะในรายละเอียด ระเบียบและองค์ความรู้
ที่สำคัญก็คือเป็นฐานสำคัญที่จะทำให้รัฐบาลอยู่หรือไปได้
ในส่วนของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่รัฐมนตรีแต่ละพรรครับผิดชอบก็คงจะเลือกข้าราชการที่มักคุ้นหรือพบว่ามีความสามารถจริงๆ
ก็จะผลักดันให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งสำคัญๆในกระทรวงนั้นๆ
คือได้ทั้งงานและได้ทั้งพวก!
ที่ผ่านมาส่วนใหญ่นักการเมืองจะรู้แล้วว่าใครเป็นใครและพร้อมจะเอามาเป็นพวกเพื่อวางฐานการทำงาน
อีกทั้งยังเป็นกำลังสำคัญต่อการสร้าง “อิทธิพล” ในระบบราชการอีกด้วย
โดยเฉพาะกระทรวงสำคัญๆ อย่างมหาดไทยซึ่งเป็นกระทรวงใหญ่และรับผิดชอบทั่วราชอาณาจักรไปตั้งแต่ผู้ว่าฯ ลงไปกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและองค์การบริหารส่วนจังหวัดไปถึงตำบล
พูดง่ายๆว่าเจ้ากระทรวงคือ “นายใหญ่” ที่มีบทบาทและอิทธิพลสูงแผ่กระจายไปทั่วประเทศ ปกติพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำรัฐบาลจะยึดกระทรวงนี้เป็นหลัก
เพราะนอกเหนือจากงานในพื้นที่ทั่วประเทศแล้ว
ยังมีผลทางการเมืองที่คุมข้าราชการทั่วประเทศแล้วยังส่งผลต่อการเลือกตั้งด้วย แม้ปัจจุบันมหาดไทยไม่ได้รับผิดชอบโดยเป็นหน้าที่ของ กกต.
แต่ในสภาพความเป็นจริงมหาดไทยนี่แหละ...คือกลไกสำคัญสุด
...
ประเทศไทยนั้นหน่วยงานที่สำคัญสุดและรัฐบาลโดยพรรคแกนนำจะให้น้ำหนักไปในเรื่องความมั่นคง
1.กองทัพ
2.ตำรวจ
ไม่นายกรัฐมนตรีดูแลเองก็ต้องเป็นรัฐมนตรีกลาโหม อย่างปัจจุบันนายกรัฐมนตรีแม้ไม่ได้ควบตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมแต่ขอดูแล ก.ตร. ซึ่งจะแต่งตั้ง ผบ.ตร.ซึ่งเป็นกลไกรัฐที่สำคัญ
“ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯและรัฐมนตรีกลาโหม ดูแลรับผิดชอบด้านความมั่นคงทั้งหมด เพราะเป็นที่ไว้วางใจของนายกรัฐมนตรีและมีประสบการณ์สูง
การเมืองไทยกับกองทัพนั้นเป็นของคู่กัน และแยกกันไม่ออกต่างฝ่ายต่างก็รักษาความห่างให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม
“กองทัพ” มีปืน
“การเมือง” มีอำนาจ
ถ้าสองส่วนนี้ขัดกัน ไปด้วยกันไม่ได้ ก็จะเกิดปัญหาใหญ่โดยเฉพาะการรัฐประหาร และยึดอำนาจจึงต้องสร้างจุดสมดุลให้ได้
ที่ผ่านมา พอมีปัญหาต่างก็โทษกันและกันมาตลอด
จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทั้งสองฝ่ายต้องตระหนักให้ดี และอยู่ร่วมกันให้ได้
อย่าล้ำเส้นกันและกันเป็นดีที่สุด!
“สายล่อฟ้า”
คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม