พิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง ยัน งบฯ ปี 68 แม้จัดสรรแบบขาดดุล แต่ยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังเข้มแข็ง เมื่อหนี้ภาคครัวเรือนสูงกว่า 90% รัฐบาลต้องเข้าไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันที่ 19 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายพิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง ชี้แจง การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 3,752,700 ล้านบาท ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ ว่า แม้งบรายจ่ายปี 2568 จะจัดสรรแบบขาดดุล แต่ยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังที่เข้มแข็ง ขณะนี้กำลังซื้อภาคครัวเรือนมีปัญหา โดยเฉพาะยอดซื้อรถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ รถบรรทุกที่เป็นเครื่องมือทำมาหากิน มีกำลังซื้อลดลง เพราะภาคครัวเรือนไม่มีกำลังจัดซื้อ ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรม การเกษตรหดตัวลง เป็นปัญหาที่สะสมมายาวนาน หนี้ภาคครัวเรือนสูงกว่า 90% ส่วนใหญ่เป็นหนี้จากที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ ส่อแนวโน้มเป็นเอ็นพีแอล

"เมื่อภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรมมีปัญหา รัฐบาลก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือในการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การผลิตภาคอุตสาหกรรม เริ่มมีสัญญาณทางบวกด้านการส่งออก เป็นผลจากการอัดฉีดงบเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้มากขึ้น ดังนั้นจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่เป็นการเติมเงินเข้าสู่ระบบ ช่วยกระตุ้นให้เกิดกำลังซื้อในการบริโภค และกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรม ถือเป็นการกระตุ้นในจังหวะที่เหมาะสม" รองนายกฯ และ รมว.คลัง แจง

นายพิชัย กล่าวด้วยว่า รัฐบาลดูในทุกมิติ พร้อมแก้ปัญหาระยะสั้นเรื่องปากท้อง และระยะยาวเรื่องโครงสร้างเศรษฐกิจ จะใช้งบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายการเงินการคลัง พาประเทศไปสู่การเติบโตที่สูงขึ้นกว่าในอดีต และสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่ไปกับการรักษาความยั่งยืนทางการคลัง

...