รัฐบาลผสมหลายพรรค เป็นแม่น้ำต่างสาย เป็นไผ่ต่างกอ ย่อมมีฉากตบจูบกันบ้างเป็นกระสายยา
พรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส. 50 คน แต่เสียงดังกว่าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมี ส.ส.122 คน กระดูกคนละเบอร์
แม้แต่นายกฯลุงตู่ยังไม่กล้าทำให้พรรคประชาธิปัตย์ขัดเคืองใจ
ปัญหาล่าสุดเกิดจาก “นายสันติ พร้อมพัฒน์” รมช.คลัง พรรคพลังประชารัฐ ออกมาวิจารณ์โครงการประกันรายได้เกษตรกรว่า ทำให้เกษตรกรอ่อนแอ การเกษตรไม่พัฒนา
และสร้างภาระหนักให้รัฐบาลต้องหางบจ่ายชดเชยประกันราคาข้าวจนไข่ดันบวม
คำพูดของ “นายสันติ” ไปแหย่รังแตนพรรคประชาธิปัตย์เต็มเปา
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี รองโฆษกพรรค ปชป.แถลงตอบโต้ นายสันติ ว่า โครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นโครงการของพรรคประชาธิปัตย์
และเป็นเงื่อนไขที่พรรคประชาธิปัตย์ยอมเข้าร่วมรัฐบาล
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ยอมรับโครงการประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ไปบรรจุเป็นนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา
ดังนั้น รัฐบาลต้องรับรู้อยู่แล้วว่าจะต้องใช้เม็ดเงินจ่ายชดเชยให้เกษตรกรแต่ละปีจำนวนเท่าใด??
เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังต้องไปจัดงบมาจัดสรรให้เพียงพอ
นายสันติ รมช.คลัง จึงไม่ควรบ่นว่าโครงการนี้สร้างภาระหนักให้รัฐบาล
และไม่ควรวิจารณ์ว่าโครงการประกันราคาทำให้ชาวนาอ่อนแอ ฯลฯ
โดนพรรคประชาธิปัตย์สวนกลับโครมเดียว
นายสันติ รมช.คลัง เงียบกริ๊บไปเลย
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่ารัฐมนตรีคนที่ 2 ที่โดน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อัดซะเยิน คือ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ และ รมว.พลังงาน
...
เพราะไม่พอใจที่ นายสุพัฒนพงษ์ ไม่กระตือรือร้นแก้ไขวิกฤติราคาน้ำมันแพง ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการขนส่ง ต่อราคาสินค้าขายปลีกและค่าครองชีพประชาชน
นายอัครเดช ส.ส.ราชบุรี รองโฆษกพรรค ปชป. เรียกร้องให้ นายสุพัฒนพงษ์ ไขก๊อกจากรัฐมนตรีพลังงาน ถ้าไม่ให้ความสำคัญต่อข้อเสนอของภาคเอกชนให้ปรับโครงสร้างราคาเชื้อเพลิง ซึ่งมีผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างสำคัญ
ข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งคือ ให้รัฐบาลลดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 50 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกถูกลงลิตรละ 3 บาททันที!!
รองโฆษกพรรค ปชป.ย้ำว่าถ้า “นายสุพัฒนพงษ์” ยังไม่มีแอ็กชันใดๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง
ขอให้ นายกฯลุงตู่ ปรับ นายสุพัฒนพงษ์ ออกจากรองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ให้รู้แล้วรู้แร่ดกันไปเลย
งานนี้นายสุพัฒนพงษ์สายตรงลุงตู่ โดนถล่มน่วมไปอีกราย
“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลควรตรวจสอบการทำงานของรัฐมนตรีให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน!!
รัฐมนตรีคนไหนไม่สามารถแก้ไขปัญหาเดือดร้อนประชาชนต้องสะกิดนายกฯลุงตู่ ให้ปรับออกจาก ครม.
หากพบรัฐมนตรีทำงานไม่เอาไหน อย่าปล่อยให้เป็นลูกตุ้มถ่วงรัฐบาล
ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวส่งข้อมูลให้ ส.ส.ฝ่ายค้านเช็กบิลแทนก็ได้นะโยม.
“แม่ลูกจันทร์”