“ก้าวไกล” ขย่มต่อยื่น ป.ป.ช. สอบจริยธรรม “ธรรมนัส” ก่อน เปิดประชุมสภาฯ ปลายเดือน พ.ค. “ชัยธวัช” ซัดประเทศอุ้มระเบิดเวลา ทั้งวิกฤติการเมืองควบวิกฤติองค์กรอิสระ จวก “บิ๊กตู่” สร้างบรรทัดฐานใหม่ตั้งคนโดนคดีค้ายาเป็นรัฐมนตรี “อันวาร์” เฉ่งยับ “ประยุทธ์” ต้นตอแห่งปัญหา ชง กรรมการบริหารพรรคถอนตัวเพื่อชาติ ปลดล็อกเพื่อ เปลี่ยนแปลง โฆษก ป.ป.ช.แบะท่าชี้ “ผู้กองนัส” ไม่เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง ถ้าจะร้องปมคุณสมบัติ ปกปิดลักษณะต้องห้ามโบ้ยเป็นหน้าที่ กกต. “นายกฯตู่” ส่งทีมงานฟ้องหมิ่นฯ เลขาฯ-แอดมินเพจพรรคก้าวไกล ฉุนโจมตีถือหาง รมช.เกษตรฯ ดีอีเอสเล่นงานซ้ำเอาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ปัญหาคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กรณีเคยต้องคำพิพากษาจำคุกคดีค้ายาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย แม้จะจบในขั้นตอนการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่จบทางการเมือง พรรคก้าวไกลจ่อยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบจริยธรรมร้ายแรงก่อนเปิดสมัยประชุมสภาฯปลายเดือน พ.ค.

ส.ส.ประชาธิปัตย์จี้พรรค ถอนตัวรัฐบาล อ้างสังคมต้าน กรณีธรรมนัส ป.ป.ช.ทำตีมึน

...

“ชัยธวัช” ลุยต่อยื่นสอบ “ธรรมนัส”

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand 07 พ.ค.64” ต่อกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี แม้จะเคยต้องคำพิพากษาจำคุกในคดีค้ายาเสพติด ประเด็นโดยสรุปคือ พวกเราจะเดินหน้าต่อในเรื่องนี้ด้วยการยื่น ป.ป.ช.สอบจริยธรรมร้ายแรงต่อไป คาดว่าจะยื่นเรื่องนี้ได้ก่อนการประชุมสภาสมัยสามัญจะเปิดปลายเดือน พ.ค.นี้ รวมถึงจะใช้กลไกสภาฯผ่าน กมธ.ป.ป.ช.ตรวจสอบอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม การยื่น ป.ป.ช.หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมายื่นผิดช่องทาง แต่การที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญก่อน เพราะยืนยันว่าข้อเท็จจริงเรื่องคำพิพากษาของศาลออสเตรเลียจะต้องถูกพิจารณาเป็นลักษณะต้องห้ามได้ มีกรณีที่เทียบเคียงได้จากความเห็นของกฤษฎีกาต่อกรณียาเสพติด ทั้งในปี 2525 และล่าสุดเดือน ต.ค.2563 รัฐมีการรับผลคำพิพากษาศาลต่างประเทศมาใช้ ในฐานะข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาไม่เกี่ยวกับการสูญเสียอำนาจอธิปไตย หรือสูญเสียความเป็นอิสระของตุลาการไทยเลย

มีวิกฤติองค์กรอิสระ-การเมือง

นายชัยธวัชระบุอีกว่า เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญคือทำผิดที่ไหนควรต้องห้ามทั้งสิ้น กรณีนี้ควรนำคำพิพากษาออสเตรเลียมาใช้พิจารณาในฐานะข้อเท็จจริงว่า ร.อ.ธรรมนัสมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือผลของคดีนี้ในความรู้สึกของสังคมคือรู้ผลล่วงหน้าอยู่แล้ว เพียงแต่รอฟังรายละเอียดว่าจะใช้เหตุผลอะไร เหตุผลเรื่องอธิปไตยฟังดูแล้วแปลก ตอนนี้สังคมไทยเหมือนกำลังกอดระเบิดเวลาไว้ หรือเป็นวิกฤติคู่ ด้านหนึ่งคือวิกฤติองค์กรอิสระและตุลาการ อีกด้านหนึ่งคือวิกฤติทางการเมืองเรื่องความชอบธรรมของรัฐบาล

ซัด “บิ๊กตู่” ตั้งคนโดนคดีค้ายานั่ง รมต.

“เรื่องนี้จะเป็นเรื่องของรัฐบาลไม่ใช่ศาลแล้ว เพราะสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ต้องตอบคำถามสำคัญว่า ตกลงแล้วจะสร้างบรรทัดฐานการเมืองแบบใหม่ให้กับสังคมไทยหรือไม่ ด้วยการยอมรับบุคคลที่เคยโดนคดียาเสพติดมาดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล” เลขาธิการพรรคก้าวไกลกล่าว

ป.ป.ช.แบไต๋ส่อไม่เข้าข่ายผิดจริยธรรม

นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลและพรรคเสรีรวมไทยจะยื่นตรวจสอบการทำผิดจริยธรรมร้ายแรงของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ กรณีต้องคำพิพากษาศาลออสเตรเลียติดคุกคดียาเสพติด ว่า ต้องขอรอดูคำร้องก่อนว่าจะร้องการผิดจริยธรรมในแง่มุมใด แต่ก่อนหน้านี้เคยมีผู้ยื่นร้องสอบจริยธรรม ร.อ.ธรรมนัสกรณีต้องคำพิพากษาจำคุกที่ประเทศออสเตรเลียมาแล้ว หากฝ่ายค้านยื่นคำร้องลักษณะเดียวกันเข้ามาเพิ่ม คงนำไปรวมเป็นสำนวนเดียวกันแล้วรายงานให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่รับทราบว่าจะพิจารณาดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่กรณีการร้องเรียนเรื่องการทำผิดจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะต้องเป็นการกระทำผิดระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็น ส.ส.หรือรัฐมนตรี ถ้าเป็นพฤติการณ์กระทำผิดก่อนหน้ามารับตำแหน่งทางการเมืองจะไม่เข้าข่ายการทำผิดจริยธรรม

โบ้ย กกต.สอบปกปิดลักษณะต้องห้าม

นายนิวัติไชยกล่าวอีกว่า กรณี ร.อ.ธรรมนัส ถ้าจะร้องเรียนเรื่องเคยติดคุกที่ประเทศออสเตรเลียแล้วมาเป็นรัฐมนตรี ไม่น่าจะเข้าข่ายทำผิดจริยธรรม เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนมาเป็น ส.ส. หรือรัฐมนตรี ถ้าจะผิดก็เป็นเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการดำรงตำแหน่ง ซึ่งเรื่องการปกปิดลักษณะต้องห้ามไม่ใช่หน้าที่ ป.ป.ช.ตรวจสอบ แต่ เป็นเรื่องของ กกต. แต่ทั้งนี้ต้องขอดูคำร้องฝ่ายค้านให้ละเอียดชัดเจนก่อนว่าร้องเรียนมาเรื่องใด จึงจะตอบได้ชัดเจนว่าเข้าข่ายผิดจริยธรรมหรือไม่ ส่วนการเทียบเคียงกับคดี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีการบุกรุกพื้นที่ป่านั้น กรณี น.ส.ปารีณาชัดเจนเรื่องการทำผิดจริยธรรม เพราะเป็น การทำผิดระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. แม้จะครอบครอง ที่ดินมาก่อนเป็น ส.ส. แต่เมื่อหน่วยงานรัฐขอให้ น.ส.ปารีณาคืนพื้นที่ที่บุกรุก แต่ น.ส.ปารีณาไม่ยอมคืน ในช่วงนั้น น.ส.ปารีณามีสถานะเป็น ส.ส.แล้ว จึงเข้า เงื่อนไขผิดจริยธรรม อย่าเพิ่งนำกรณี ร.อ.ธรรมนัสกับ น.ส.ปารีณามาเทียบเคียงกัน

ส.ส.ประชาธิปัตย์จี้พรรค ถอนตัวรัฐบาล อ้างสังคมต้าน กรณีธรรมนัส ป.ป.ช.ทำตีมึน

“อันวาร์” ชง ปชป.ถอนตัวเพื่อชาติ

วันเดียวกัน นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องขอเสนอพรรคถอนตัว เพื่อแก้ไขปัญหาของชาติ เนื้อหาสรุปว่า ขอยกพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในพิธีเปิดงาน ชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี วันที่ 10 ธ.ค.2512 “ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทําให้คนทุกคนเป็น คนดีได้ทั้งหมด การทําให้บ้านเมืองมีความปรกติสุข เรียบร้อย จึงมิใช่การทําให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดีให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้” เพื่อเตือนสติให้ทุกคนเห็นแก่ประเทศชาติโดยส่วนรวม สื่อนอก “The Sydney Morning Herald” ของออสเตรเลีย รายงานข่าวอื้อฉาวดังไปทั่วโลกกรณีศาลรัฐธรรมนูญไทยชี้ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ขาดจากคุณสมบัติการเป็น ส.ส.และรัฐมนตรี และยังรายงานคําตัดสินของศาลไทย พร้อมวิจารณ์ว่าโจรที่ไหนก็เข้ามาทํางานการเมืองไทยได้ ถ้าไม่ได้ทําผิดในประเทศไทย ข่าวนี้เป็นกระแสดังไป ทั่วโลกเพราะทุกประเทศทราบกันดี

ซัด “บิ๊กตู่” ต้นเหตุทั้งรู้ยังตั้งเป็น รมต.

จดหมายของนายอันวาร์ระบุอีกว่า องค์การสหประชาชาติชี้ถึงปัญหายาเสพติด ทําให้อนุสัญญาสำคัญเกิดขึ้น 3 ฉบับประเทศต่างๆยอมรับเข้าเป็น ภาคีแล้ว ให้สัตยาบันจำนวนมากรวมทั้งไทย แต่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ทําให้เกิดวิกฤติศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมเพิ่มมากยิ่งขึ้น ศาลรัฐธรรมนูญตกเป็นจำเลยสังคม แม้พยายามอ้างเหตุผล พร้อมตัวบทกฎหมายอย่างไร แต่สังคมไม่ยอมรับ ไม่โทษศาลรัฐธรรมนูญและจะไม่โทษ ร.อ.ธรรมนัส แต่จะโทษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ปัญหาทั้งหมดเกิดจากนายกฯ ไม่ใช่หรือที่รู้อยู่แก่ใจว่าเบื้องหลัง ร.อ.ธรรมนัสเป็นอย่างไร แต่ไม่สนใจกลับแต่งตั้งมาเป็นรัฐมนตรี เมื่อกระแสสังคมต่อต้าน ร.อ.ธรรมนัสจำเป็นต้องประกาศเมื่อ 11 ก.ค.62 ว่า ตัวเองคือเส้นเลือดใหญ่ เลี้ยงหัวใจรัฐบาล กุมความลับ ดีลต่อรอง หากล้มได้รัฐบาลก็สั่นคลอน น่าจะเป็นเหตุผลที่ต้องแต่งตั้งหรือไม่ ทั้งที่เคยประกาศจะต่อต้านนักการเมืองเลวๆทุกรูปแบบ

เฉ่งสารพัดปัญหามาจากตัวผู้นำ

“ปัญหาทั้งหมดเกิดจากท่านนายกฯหรือไม่ เมื่อมีปัญหาที่ต้องแก้ไขโยนให้องค์กรอิสระจัดการแทน ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่เว้น สังคมแตกแยกความคิดจะนำ ไปสู่วิกฤติศรัทธา วันนี้รัฐบาลมีปัญหามาก สังคมวิตก รวมทั้งปัญหาวัคซีน ปัญหาต่างๆรุมเร้า คงไม่มีใครกล้าเตือนว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากตัวผู้นำ ที่สหรัฐฯ “ผู้นำเปลี่ยน วิกฤติเปลี่ยน” พรรคประชาธิปัตย์ควรใช้ โอกาสนี้แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลง ตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย” นายอันวาร์ระบุ

ภท.โต้ครหาเงินทอนวัคซีนโมเดอร์นา

นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กกรณีการกล่าวหาให้ร้าย กล่าวความเท็จกับพรรคภูมิใจไทยว่าไปมีส่วนได้ส่วนเสียมีผลประโยชน์จากการนำเข้าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ยี่ห้อโมเดอร์นาว่า เราเงียบต่อไปไม่ได้เนื่องจากเริ่มมีการกล่าวหาถึงพรรคภูมิใจไทย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข อ้างว่าทำไมไม่ให้บริษัทเอกชนนำเข้าวัคซีนเอง ต้องให้องค์การเภสัชฯนำเข้าเพียงผู้เดียว และให้ รพ.เอกชนหรือบริษัทเอกชนอื่นมาซื้อต่อจากองค์การเภสัชฯอีกทอดหนึ่ง โดยมีคนของภูมิใจไทยนั่งเป็นกรรมการขององค์การเภสัชฯ ต้องไล่เรียงให้เข้าใจกระบวนการการนำเข้าวัคซีนยี่ห้อต่างๆ 1.ขณะนี้วัคซีนทุกชนิดยังไม่ผ่านการทดลองในเฟส 3 การอนุญาตให้ใช้เป็นแบบ Emergency use กรณีมีผลข้างเคียงผู้ผลิตจะไม่รับผิดชอบทุกยี่ห้อจึงต้องการจะขายวัคซีนให้รัฐบาลโดยตรงมากกว่าบริษัทเอกชน 2.ก่อนวัคซีนจะเข้าไทย ผู้ผลิตต้องมาขอขึ้นทะเบียนกับทาง อย.ไทยก่อน ไฟเซอร์ สปุตนิก โมเดอร์นา ไม่ได้ถูกปิดกั้นจากอย.หรือถูกดึงเรื่องขึ้นทะเบียนให้ช้า แต่ไม่ได้มาขอขึ้นทะเบียนต่างหาก เพราะเขาต้องการขายกับรัฐบาลเท่านั้น

โวยจับแพะชนแกะกล่าวหาไม่แฟร์

นายภราดรระบุอีกว่า ที่รัฐบาลไม่ซื้อยี่ห้อพวกนี้แม้เขาพร้อมขาย เพราะไม่รู้จะส่งมอบวัคซีนให้ได้เมื่อไร ที่สำคัญตอนแรกเริ่มต้องวางเงินก่อน ร่วมลงทุนวิจัยวัคซีน รัฐบาลสั่งจองวัคซีน 2 ตัวแรก เพราะเห็นว่าไฟเซอร์เป็นวัคซีน mRNA เป็นเทคโนโลยีใหม่ยังไม่มีผลการทดลองที่แน่ชัด ต่างจากซิโนแวคที่ใช้เชื้อตายมาผลิต เป็นวิธีดั้งเดิมได้รับการพิสูจน์มานานแล้วว่าไม่มีผลกระทบกับคน จึงเลือกแนวทางปลอดภัยไว้ก่อน การกล่าวหานายอนุทินและเลยมาถึงพรรคภูมิใจไทยจึงเป็นเรื่องไม่แฟร์นัก และกลายเป็นว่าพรรคภูมิใจไทยพยายามหาผลประโยชน์จากสถานการณ์วิกฤติของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกินกว่าที่พวกเราคนภูมิใจไทยจะยอมรับได้ เป็นการกล่าวหาที่ไม่มีมูล ไม่มีข้อเท็จจริงใดๆทั้งสิ้น กรุณาอย่าจับแพะชนแกะ อย่าใช้จินตนาการชุ่ยๆมาใส่ร้าย กล่าวหาผู้อื่นเช่นนี้เลย

ส.ส.ประชาธิปัตย์จี้พรรค ถอนตัวรัฐบาล อ้างสังคมต้าน กรณีธรรมนัส ป.ป.ช.ทำตีมึน

นายกฯชูพัฒนายุทธศาสตร์ไห่หนาน

ส่วนภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เมื่อเวลา 19.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ จังหวัดไหโข่ว มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถ้อยแถลงผ่านระบบวีดิทัศน์ ในพิธีเปิดงาน China International Consumer Products Expo (Hainan Expo) ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 7-10 พ.ค. ชื่นชมความสำเร็จจีนในการจัดการกับการ แพร่ระบาดโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ จนจัดงานแสดงสินค้าระดับชาติขึ้นได้ ไทยพร้อมเพิ่มพูนความร่วมมือกับมณฑลไห่หนาน โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และหน่วยงานของทั้ง 2 ฝ่ายมีแผนลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าระหว่างกัน โดยนายกฯยืนยันไทยพร้อมร่วมมือพัฒนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านให้ก้าวหน้าในทุกมิติ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ภูมิภาค และประชาคมระหว่างประเทศต่อไป

ส่งทีมงานฟ้องหมิ่นฯเลขาฯก้าวไกล

ที่ สน.นางเลิ้ง เวลา 14.00 น. นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันทัย รอง ผกก. (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง ให้ดำเนินคดีนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กับแอดมินเพจพรรคก้าวไกล ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและอื่นๆ จากกรณีที่พรรคก้าวไกลโพสต์รูป ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ยืนข้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พร้อมเขียนข้อความแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีวินิจฉัยว่าความเป็น ส.ส.และรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส ไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ

ที่ บก.ปอท.นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษาประธานคณะ กมธ.กฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ ยื่นหนังสือให้ตรวจสอบการพูดคุยของนายทักษิณ ชินวัตร กับคณะใน Clubhouse เรื่องวัคซีนไฟเซอร์เมื่อคืนวันที่ 4 พ.ค. ระบุว่าประเทศไทยนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ใช้กับบุคคลชั้นสูง ทั้ง อย.และบริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย ออกมาปฏิเสธแล้ว จึงขอให้ ตำรวจ บก.ปอท.ตรวจสอบการกระทำของนายทักษิณและคณะในครั้งนี้

ดีอีเอสฟ้องซ้ำ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงคำวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมีเดีย หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ไม่ต้องพ้นจาก ส.ส.และรัฐมนตรีว่า คำวินิจฉัยออกมาแล้วถือเป็น ที่สิ้นสุด สามารถวิพากษ์วิจารณ์อยู่บนพื้นฐานเหตุและผลตามหลักวิชาการ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลหรือสถาบันใดๆ แต่ในโลกโซเชียลมีเดีย วิพากษ์วิจารณ์โดยใช้อารมณ์ความรู้สึก สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย เช่น เพจเฟซบุ๊กพรรคก้าวไกล ใช้คำว่า “โจรอุ้มโจร” มีรูปของนายกฯและ ร.อ.ธรรมนัส ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบพบเข้าข่ายความผิดหมิ่นประมาทและเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จะให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินคดีเอาผิดเพจดังกล่าวต่อไป

ทวง พ.ร.บ.ป้องกันการสูญหาย

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หน้าประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำโดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เดินทางมาทวงถามและเรียกร้องให้รัฐบาลผ่านร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการสูญหายของประชาชน กรณีครบรอบ 2 ปี ของการสูญหายของนายสยาม ธีรวุฒิ นายกฤษณะ ทัพไทย และนายชูชีพ ชีวสุทธ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมือง ซึ่งถูกส่งตัวกลับจากเวียดนามแล้วสูญหาย พร้อมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ถือป้ายที่มีรูปบุคคลลี้ภัยทางการเมืองที่สูญหาย มีนายณัฐพงษ์ ภูแก้ว หรือแก้วใส สามัญชน เล่นกีตาร์ประกอบเพลง “ฝากพระคุณเจ้าผีเสื้อ” ส่งถึงเพื่อนที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ต่อมาเวลา 10.50 น. นายสมยศได้ยื่นหนังสือผ่านทางไปรษณีย์ ตู้ ปณ.1111 ทำเนียบรัฐบาล ขอให้รัฐบาลได้มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย ฉบับประชาชน เพื่อป้องกันการอุ้มหายที่จะเกิดขึ้นต่อไป

ศาลปล่อยตัว “ตี้ พะเยา”

ที่ศาลอาญาธนบุรี ศาลอ่านคำสั่งภายหลังไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของ น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือตี้ พะเยา แกนนำกลุ่มราษฎรเอ้ย ในคดีถูกฟ้องร่วมกับนายชูเกียรติ หรือจัสติน แสงวงค์ เป็นจำเลย ในความผิดตามมาตรา 112 จากกรณีการปราศรัยเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.63 ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว น.ส.วรรณวลีด้วยหลักทรัพย์ 2 แสนบาท เป็นหลักประกัน พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำผิดซ้ำ อันจะทำให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันกษัตริย์ ห้ามชุมนุมก่อความวุ่นวาย ห้ามออกนอกประเทศและต้องมาศาลทุกนัด