ประธาน กมธ.ดีอี เผย สั่งแก้ไขสถานีมือถือล่มในพื้นที่น้ำท่วม 1,391 จุด เรียบร้อยแล้ว ย้ำเกาะติดอาชญากรรมไซเบอร์ มอบ "เศรษฐพงค์" ศึกษาการโจมตีไซเบอร์ เล็งตั้งอนุกมธ.รับผิดชอบหามาตรการป้องกัน เร่งผลักดันตั้งองค์กรความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติ ชี้ไทยอยู่ในข่ายถูกโจมตี พร้อมจับตาการใช้โดรนก่อเหตุ
เมื่อวันที่ 19 ก.ย.62 น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กมธ.ดีอี กล่าวถึงการประชุม กมธ.ดีอี เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการดีอีได้มีการติดตามและรับทราบผลการดำเนินงานเกี่ยวกับสถานการณ์ระบบสื่อสารโทรคมนาคมในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคอีสาน เนื่องจากทราบว่าได้เกิดความเสียหายของสถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ เนื่องจากผลกระทบจากพายุฝน ทำให้ระบบไฟฟ้าที่จ่ายเข้าสู่สถานีขัดข้อง โดยมีจำนวนถึง 1,391 สถานีที่ได้รับความเสียหาย โดย กมธ.ดีอี ได้แจ้งไปยัง กสทช.และผู้ให้บริการโทรศัพท์ทุกราย ให้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา ซึ่งทั้ง กสทช.และผู้ให้บริการรายงานผลต่อ กมธ.ว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบและซ่อมแซมระบบที่ขัดข้องให้สามารถกลับมาใช้การได้ตามปกติเรียบร้อยหมดแล้ว

...
ด้าน พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กมธ.ดีอี กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าว ตนได้เสนอให้ กมธ.ผลักดันในการวางโครงข่ายระบบสื่อสารโทรคมนาคมเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเฉพาะ เพื่อประสิทธิภาพในการสื่อสารส่งข้อมูลได้รวดเร็วถูกต้อง จะช่วยระวังป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากตนเห็นว่าประเทศไทยเรายังไม่มีระบบโครงข่ายการสื่อสารฯ ดังกล่าวเป็นการเฉพาะ จึงได้เสนอให้ กมธ.ได้ร่วมผลักดันเรื่องนี้ ซึ่งท่านประธาน กมธ.ก็เห็นด้วยให้ กมธ.ควรมีส่วนร่วมผลักดันให้เกิดระบบดังกล่าว เพราะประเทศไทยเราจะเจอภัยพิบัติรูปแบบต่างๆ โดยตลอด ซึ่งการวางระบบโครงข่ายนี้จะช่วยให้ตอบสนองต่อการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ทันท่วงที

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ท่านประธาน กมธ.ดีอี ยังได้มอบหมายให้ตนเดินหน้าต่อเนื่องในการศึกษาเกี่ยวกับการโจมตีระบบโทรคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยอาจจะมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมารับผิดชอบดูแลโดยตรง เนื่องจากในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีการโจมตีดังกล่าวในหลายประเทศมีการโจมตีระบบควบคุมการบินในสนามบิน โจมตีระบบการสื่อสารโทรคมนาคมของหลายประเทศ รวมถึงการโจมตีด้วยโดรนผ่านระบบไซเบอร์ ซึ่งมีข่าวว่ามีการใช้โดรนโจมตีบ่อน้ำมันในประเทศซาอุฯ และที่สำคัญมีข่าวว่าประเทศไทยตกเป็นหนึ่งเป้าหมายที่อาจถูกโจมตีเช่นกัน กมธ.ดีอี จึงได้แจ้งไปยัง กสทช.และผู้ให้บริการทุกรายได้คอยติดตามตรวจสอบ ระวังป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น จะทำหน้าที่ในการหามาตรการป้องกัน โดยเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ กมธ.จะต้องติดตามและช่วยผลักดันให้มีการตั้งคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ กมช. โดยเร็ว ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
"ผมต้องการชี้ให้เห็นว่ากรรมการชุดนี้มีความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นจึงควรเร่งตั้ง กมช.และองค์กรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ จะล่าช้าไม่ได้ เนื่องจากไทยก็เป็นประเทศที่อาจถูกโจมตีด้วย ซึ่งกรรมการดังกล่าวมีภารกิจหน้าที่โดยตรงในการระวังป้องกันการโจมตีไซเบอร์ จะทำให้ประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีความเข้มแข็งปลอดภัยจากการถูกโจมตี" พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว.