รู้สึกใจหาย! เมื่อรัฐสภา ซึ่งตั้งอยู่ที่ ถนนอู่ทองใน ต้องมีอันปิดตัวเองลงเหลือไว้เพียงตำนานหลังจากสภาอันทรงเกียรติ ถูกใช้เป็นที่ประชุม ของส.ส.-ส.ว. กมธ.อันทรงเกียรติ ตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมา ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ขอย้อนตำนานรัฐสภาไทย หรืออีกชื่อ "สภาหินอ่อน" ตลอด 44 ปี ที่ผ่านมา ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองอะไรมาบ้างไปดูกัน

ประวัติรัฐสภาไทย เริ่มต้นขึ้นในปี 2512 เมื่อนายประเสริฐ ปัทมสุคนธ์ เลขาธิการรัฐสภาในขณะนั้น ได้เสนอความเห็นต่อประธานวุฒิสภาและประธานสภาผู้แทนฯ ถึงความจำเป็นที่ต้องมีที่ประชุมสภา ที่ประชุมกรรมาธิการและสำนักงานของเจ้าหน้าที่ของสภา เพราะสถานที่ใช้สอยแยกกันอยู่ ไม่พอแก่การปฏิบัติงาน ซึ่งทั้งสองเห็นชอบด้วย จึงอนุมัติเร่งรัดไปทางคณะรัฐมนตรีขอให้พิจารณาอนุมัติให้จัดสร้างโดยด่วน คณะรัฐมนตรีอันมี จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี ลงมติเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2512 อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้าง วงเงิน 78,112,628 บาท กำหนดแล้วเสร็จประมาณ 3 ปี อนุมัติให้สร้างอาคาร 3 หลัง คือ อาคารหลังที่ 1 เป็นสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ,อาคารหลังที่ 2 เป็นอาคาร 7 ชั้น และอาคารหลังที่ 3 เป็นสโมสรรัฐสภาสูง 2 ชั้น
...

นอกจากสร้างอาคารทั้ง 3 หลังแล้ว ยังได้ก่อสร้างอาคารอื่นๆ อีก 3 หลัง คือ อาคารหลังที่ 4 ซึ่งเป็นที่รับรองแขกของสมาชิกรัฐสภาเป็นครั้งคราว อาคารหลังที่ 5 เป็นที่เก็บยานพาหนะของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา และอาคารหลังที่ 6 เป็นกองรักษาการณ์เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ตึกรัฐสภา เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 5 พ.ย.2513 แล้วเสร็จเมื่อ 19 ก.ย. 2517 รวมราคาก่อสร้างอาคารทั้งหมดและครุภัณฑ์ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ การตกแต่งโดยรอบ คิดเป็นเงินประมาณ 100 ล้านบาท


ที่ทำการรัฐสภา ใช้ประชุมสภาครั้งแรกเมื่อ 19 ก.ย. 2517 จนถึงปัจจุบัน ปี 2561 เรียกได้ว่า ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายยุคหลายสมัย แม้แต่ถูกใช้เป็นสมรภูมิการเมืองแบบไม่ตั้งใจ ทั้งกรณี ร.ต.ฉลาด วรฉัตร ที่อดอาหารประท้วง เพราะไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารสมัยพฤษภาทมิฬ ปี 2535 กดดัน จน พล.อ.สุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรี ต้องลาออก และ ร.ต.ฉลาด ยังประท้วงต่อเนื่องมาอีกหลายครั้ง ทั้งในปี 2549, 2550 และ 2557 ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องการต่อต้านรัฐประหารของทหารทั้งสิ้น


ขณะที่อีกเหตุการณ์หนึ่ง ที่คนจำได้ไม่ลืม คือ กรณีการ"สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 เหตุเพราะกลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดล้อมรัฐสภา เพื่อขัดขวางรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น แถลงนโยบายรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ จนสุดท้ายมีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ถึงขนาดที่ นายสมชาย น้องเขยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องถอดชุดสูท ปีนกำแพงหนี อย่างทุลักทุเล



สีสันอีกอย่างอยู่คู่กันมาอย่างยาวนานกับรัฐสภา คือ "อีกา" และ "ตัวเงินตัวทอง" ที่จะมีข่าวดังในหน้าสื่อขึ้นมาทุกครั้งว่า เป็นอาถรรพณ์รัฐบาลชุดที่บริหารประเทศในขณะนั้น เมื่อปรากฏภาพมัน "จิกตี" หรือ "กัดกัน" ก็เป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนที่จะรายงาน และลือว่าเป็น "ลางร้าย" ของรัฐบาลชุดนั้นมาทุกยุคทุกสมัย


และนี่อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งเป็น"ตำนานรัฐสภาของคนไทย ที่กำลังจะเหลือไว้เพียงความทรงจำ" ก่อนที่จะย้ายไปยังอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ "สัปปายะสภาสถาน" บริเวณแยกเกียกกาย ซึ่งกำลังเร่งก่อสร้าง มีกำหนดแล้วเสร็จ ประมาณ เดือน มิ.ย.ปี 2562
