โฆษก กรธ.แจงหน้าที่ศาล รธน.โวเสริมเกราะคุ้ม ตุลาการเหนือกว่าต่างชาติ เผยตุลาการวอนตัดทำงานเต็มเวลาผวาถูกตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 26 ก.ย.60 ที่รัฐสภา นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญที่ กรธ.เสนอให้ สนช.พิจารณาในวันที่ 28 ก.ย.นี้ ว่า กำหนดหน้าที่ของศาลให้สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 คือ 1. พิจารณาคำร้องที่เกี่ยวข้องกับความชอบด้วยกฎหมายกับรัฐธรรมนูญ 2. ดูแลองค์กรที่ต้องทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญว่าขัดแย้งกันหรือไม่ เช่น นิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติกับองค์กรอิสระ และ 3. วินิจฉัยคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนเรื่องใหม่คือ เปิดช่องให้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยไม่ต้องมีข้อพิพาท เพื่อปิดช่องไม่ให้ปัญหาบานปลายบ้านเมืองเสียหาย แต่ทั้งนี้ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า จะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญเขียนรัฐธรรมนูญเองใช่หรือไม่
นายอุดม กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีข้อโต้แย้งกันเยอะ คือ การให้ประชาชนร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ 2560 กรธ.ยังยืนยันในหลักการ คือ ให้ประชาชนมีสิทธิร้องตรง เมื่อไปฟ้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ไม่มีการตอบรับหรือครบกำหนด ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ศาลต้องมีภาระมากเกินไป ส่วนหน่วยงานใดที่ถูกกำหนด ให้การวินิจฉัยขององค์กรนั้นถือเป็นที่สุด ก็ไม่อาจนำมาร้องอีกได้ เช่น คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (กต.) คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) นอกจากนี้ยังมีมาตรการป้องกันการละเมิดศาลรัฐธรรมนูญ กำกับดูแลความเรียบร้อยบริเวณพื้นที่ศาล เพื่อคงไว้ซึ่งความยุติธรรม ปราศจากการครอบงำ ด้วยการสร้างกระแสมาใช้อำนาจข่มขู่ เช่นเดียวกับ ศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง ถือว่าของเราไปไกลกว่าของต่างประเทศ ที่จะมีมาตรการป้องกันแค่บริเวณพื้นที่ศาล แต่ของเราป้องกันถึงการวิพากษ์วิจารณ์ ที่กระทบต่อการทำหน้าที่ เช่น การเขียนบทความสร้างกระแส แต่ปกติแล้ว ศาลจะดูจากเจตนาของผู้วิจารณ์ก่อน หากทำความเข้าใจกันได้ก็ไม่มีปัญหา
...
เมื่อถามว่า มีข้อเสนอแนะจากศาลรัฐธรรมูญ ที่กรธ.ไม่ปรับแก้ให้หรือไม่ นายอุดม กล่าวว่า เรารับฟังแล้วแก้ไขให้หลายส่วน แต่มีบางส่วนที่เราไม่แก้ไขให้ เช่น คำขอให้ตัดข้อกำหนด ให้ศาลต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา ออกไป เนื่องจากจะมีคนคอยมาเช็กเวลาเข้าออกการทำงาน แต่ กรธ.ก็ไม่ได้ตัด พร้อมชี้แจงว่า ต้องกำหนดเวลาทำงานให้ชัดเจนเพราะศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ข้าราชการเหมือนศาลยุติธรรม