เด็กชายเรียน ม.3 โรงเรียนเอกชนชื่อดังที่พิษณุโลก ถูกเพื่อนแทงตอนพักเที่ยง 3 แผล ที่คอ หน้าอก กลางหลัง อาการสาหัส ต้องผ่าตัดด่วน แม่ช็อกและไม่เชื่อว่าสาเหตุจากลูกแกล้งเพื่อนคู่กรณีตั้งแต่ ม.1 จนอีกฝ่ายเก็บกด ตามที่โรงเรียนแจ้งมา เพราะไม่ใช่นิสัยของลูก ทั้งยังขอให้ไม่เอาเรื่องอีก
ตามที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สวย แซบ แสบ ฮา(นู๋นุ๊ก) ได้โพสต์ว่า เมื่อวาน (22 มิ.ย.64) ลูกชาย อายุ 15 ปี เรียนอยู่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก ถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสคาโรงเรียนช่วงพักกลางวัน และตัวน้องถูกส่งตัวเข้าทำการรักษาอย่างเร่งด่วน ขณะนี้อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย ซึ่งมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นฃจำนวนมาก โดยเฉพาะการตั้งคำถามว่า ทำไมโรงเรียนปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในโรงเรียนได้
จากการติดต่อไปที่ผู้ปกครอง และเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าว ทราบชื่อ นางอรสา สิงห์วี อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 8 ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้คือเรื่องจริง โดยลูกชายชื่อ น้องต้นน้ำ หรือ นายพิชชากร สิงห์วี อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก เมื่อวานนี้ช่วงเที่ยง ครูได้โทรศัพท์แจ้งว่าน้องต้นน้ำถูกแทงได้รับบาดเจ็บ โดยครูได้พาตัวส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแล้ว แต่เนื่องด้วยมีอาการสาหัสแพทย์ได้ส่งตัวไปเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยที่ยังไม่ได้รับการอธิบายอะไรจากทางโรงเรียนที่ชัดเจนเลย นอกจากบอกเพียงว่า น้องต้นน้ำ ลูกชายของตน แกล้งเพื่อนคู่กรณีมาตั้งแต่อยู่ชั้น ม.1 จนถึงปัจจุบันอยู่ชั้น ม.3 คู่กรณีเก็บกดจึงเอามีดมาแทง
นางอรสา กล่าวต่อว่า ที่ทางโรงเรียนแจ้งเรื่องสาเหตุนั้น ตนไม่เชื่อ เพราะพฤติกรรมส่วนตัวน้องต้นน้ำ เป็นเด็กที่มีพฤติกรรมเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เรื่องแกล้งเพื่อนไม่น่าเป็นไปได้ หรือหากเด็กทะเลาะกันจริง ต้องมีเรื่องมาก่อนหน้านี้บ้างแล้ว แต่นี่ลูกชายไม่เคยมีเรื่องทะเลาะ หรือชกต่อยอะไรกับใครเลยตลอดเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา แต่จู่ๆ มาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆ ที่เพิ่งจะเปิดเรียนได้เพียงไม่กี่วัน และเป็นการเรียนแบบสลับวันด้วย ปกติตนจะอยู่กับลูกชายที่มีคนเดียวมาตลอด รู้นิสัยของลูกดีว่าไม่ใช่คนอันธพาลแบบที่ถูกกล่าวหาแน่นอน ลูกมีบาดแผลถูกมีดแทงที่คอ ที่หน้าอก และข้างหลัง และนอกจากนี้มีบาดแผลตามลำตัวเป็นรอยมีดบาดหลายแห่ง เมื่อคืนนี้คุณหมอบอกว่าจากการทำ CT SCAN พบเลือดออกในช่องปอด มีเลือดและน้ำบริเวณเยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งเป็นจุดที่อันตรายมาก ต้องเข้ารับการผ่าตัดเร่งด่วน
...
ผู้เป็นแม่กล่าวต่อว่า เมื่อคืนได้เฝ้าดูอาการจนถึงช่วงเวลาประมาณตี 2 อาการของลูกชายก็ยังไม่พ้นขีดอันตราย ถึงแม้ตอนนี้จะฟื้นแล้ว แต่ยังให้ข้อมูลอะไรไม่ได้ และต้องเฝ้าระวังเรื่องจะมีเลือดออกเพิ่มอีกหรือไม่ และแผลจะติดเชื้อหรือไม่ น้องต้นน้ำต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และเมื่อวานนี้ช่วงเย็น แม่กับญาติของเด็กนักเรียนคู่กรณีได้มาที่โรงพยาบาลแล้ว มาขอโทษและก็อยู่จนน้องต้นน้ำผ่าตัดเสร็จ ก่อนจะกลับไปช่วงประมาณตี 2 พร้อมกัน แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรมาก บอกเพียงว่าลูกตัวเอง (คู่กรณี) เก็บกดเพราะน้องต้นน้ำไปแกล้งตั้งแต่ ม.1 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็ได้บอกไปว่ามันไม่ใช่พฤติกรรมของน้องต้นน้ำเลย น้องไม่เคยหาเรื่องใครก่อน และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งอะไรถึงขั้นเป็นเรื่องเป็นราว หรือชกต่อย ทางโรงเรียนก็ไม่เคยแจ้งเลย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นสาเหตุทำให้อีกฝ่ายจู่ๆ ถือมีดมาแทงกันปางตายแบบนี้”
ด้าน นายประชุม สันติพร้อมวงศ์ อายุ 48 ปี ลุงของน้องต้นน้ำ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องต้นน้ำ ทุกคนรู้สึกคาใจมาก คือความจริงโรงเรียนดังในจังหวัดแบบนี้ มีนักเรียนระดับหลายพันคน ครูควรจะต้องเข้มงวดให้มากกว่านี้ แต่นี่อะไร เปิดเรียนได้ไม่กี่วันทำไมปล่อยให้เด็กนำอาวุธเข้ามาแทงกันได้ จู่ๆ พอเกิดเหตุมาแล้วทางโรงเรียนกลับกลัวเสียชื่อโรงเรียน มาขอให้ผู้ปกครองอย่าเอาเรื่องกันเลย มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง สังคมไทยมันจะแย่เอานะถ้าเป็นแบบนี้ อยากให้ทางโรงเรียนไปปรับปรุงตรงนี้ ไม่เช่นนั้นผู้ปกครองจะเอาความเชื่อมั่นในโรงเรียนมาจากไหนได้ คือเหตุการณ์นี้ถ้าชกต่อยกันธรรมดา ไม่มีอาวุธ ทะเลาะวิวาทแบบนี้ พ่อแม่ ผู้ปกครองรับได้ เพราะมันเป็นช่วงวัยของเด็ก แต่นี่เอามีดมาแทงกันอาการปางตายแบบนี้ พ่อแม่ที่ไหนเขาก็รับไม่ได้หรอก
นายประชุม กล่าวต่อว่า อยากให้โรงเรียนเข้มงวดความปลอดภัยของเด็กๆ ด้วย และรับผิดชอบให้มากกว่านี้ ทางเราไม่ได้อยากได้เงินหรืออะไร แต่เราอยากให้หลานปลอดภัย พ้นขีดอันตราย ส่วนเรื่องคดีความ ทางแม่น้องต้นน้ำก็ได้ไปแจ้งความไว้เรียบร้อยแล้ว ก็ให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป ตอนนี้ภาวนาแค่ขอให้อาการหลานปลอดภัย กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ น้องยังมีอนาคตอีกไกล
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุดเช้าวันนี้ทางผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมคณะครู ได้เดินทางเข้ามาพบครอบครัวน้องต้นน้ำ พร้อมมอบกระเช้าแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมจะช่วยเหลือในทุกๆ ด้าน ตอนนี้รอให้อาการน้องต้นน้ำปลอดภัยดีก่อน ส่วนเรื่องคดีความก็ปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย
ล่าสุด พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีนักเรียนชายชั้น ม.3 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งของ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมชั้นเรียน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำครอบครัวของฝั่งเด็กนักเรียนผู้บาดเจ็บแล้ว พร้อมสั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงประสานคณะครูที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับฝั่งนักเรียนคู่กรณีแต่อย่างใด เพราะยังต้องรอผลการชันสูตรบาดแผลจากแพทย์ว่า ผู้บาดเจ็บอาการหนักหรือสาหัสเพียงใด ซึ่งคดีนี้ เป็นคดีที่ละเอียดอ่อนมาก เพราะเกี่ยวข้องกับเยาวชน จะต้องรอให้ทางผู้บาดเจ็บอาการดีขึ้นก่อน จึงสามารถสอบสวนตามขั้นตอนร่วมกับทีมสหวิชาชีพต่อไป ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดช่วงระหว่างเกิดเหตุนั้น ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีการบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้หรือไม่
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังผู้ปกครองของฝั่งคู่กรณีเพื่อสอบถามข้อเท็จ เบื้องต้น ยังไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนอาการล่าสุดของน้องต้นน้ำ ผู้บาดเจ็บ ขณะนี้ทางโรงพยาบาลแจ้งว่า ออกจากห้องไอซียูแล้ว อาการยังทรงตัวแต่ยังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังการติดเชื้อ และเฝ้าระวังเลือดออกที่บริเวณช่องปอด ส่วนโรงเรียนที่เกิดเหตุ ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไป ทราบว่า ทางผู้บริหารของโรงเรียนขอตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน หากมีหลักฐานปรากฏชัดเจนแล้วจะได้แถลงให้ทราบในภายหลัง ในวันนี้ไม่สะดวกที่จะให้คำตอบใดๆ แต่ทางโรงเรียนพร้อมที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
...