โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันไม่สนใจว่าผู้ผลิตรถยนต์จะขึ้นราคา หลังเริ่มเก็บภาษีรถยนต์ที่ผลิตนอกประเทศ ชี้คนจะได้หันไปซื้อรถที่ผลิตในอเมริกา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศในวันเสาร์ที่ 29 มี.ค. 2568 ว่า เขาไม่สนใจเลยหากผู้ผลิตรถยนต์จะขึ้นราคารถยนต์ที่ขายให้ชาวอเมริกัน หลังจากเขาเริ่มการเก็บภาษีรถยนต์ทุกคันที่ผลิตนอกประเทศ ในอัตรา 25%
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นายทรัมป์ขู่จะตอบโต้ หากผู้ผลิตรถยนต์ขึ้นราคารถที่ขายให้แก่ชาวอเมริกันหลังจากเขาบังคับใช้มาตรการภาษี แต่ล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับสำนักข่าว เอ็นบีซี นิวส์ ว่า การขึ้นราคามีแต่จะช่วยผู้ผลิตในสหรัฐฯ เท่านั้น
“ผมไม่สนใจเลย ผมหวังให้พวกเขาขึ้นราคาด้วยซ้ำ เพราะหากพวกเขาทำ ผู้คนจะไปซื้อรถที่ผลิตโดยอเมริกัน เรามีเยอะแยะ” นายทรัมป์กล่าว และเมื่อผู้สื่อข่าวของ เอ็นบีซี นิวส์ ถามว่า ข้อความนี้จะสร้างความกังวลแก่ผู้ผลิตรถยนต์หรือไม่ นายทรัมป์ตอบว่า “ข้อความนี้คือการแสดงความยินดี”
“หากคุณผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ คุณก็จะทำเงินได้มากมาย” ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เริ่มการเก็บภาษีรถยนต์, รถบรรทุกขนาดเล็กที่ผลิตนอกสหรัฐฯ กับส่วนประกอบสำคัญในการผลิตรถยนต์ เช่น เครื่องยนต์, ระบบเกียร์, ระบบส่งกำลัง และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในอัตรา 25% และอาจมีการขยายกำแพงภาษีไปยังส่วนประกอบอื่นๆ เพิ่มเติมหากจำเป็น
อย่างไรก็ตาม มาตรการภาษีนี้จะยังไม่ส่งผลต่อชิ้นส่วนรถยนต์ที่ทำตามข้อกำหนดในข้อตกลง สหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา จนกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับกรมศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) จะกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อบังคับใช้มาตรการภาษีที่เหมาะสม
...
นายทรัมป์ระบุว่า มาตรการภาษีดังกล่าวจะมีผลอย่างถาวร โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มการผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งนายทรัมป์มองว่า จะเป็นการช่วยอุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกัน
อย่างไรก็ตาม หุ้นของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ดิ่งลงอย่างหนัก หลังมาตรการภาษีเริ่มบังคับใช้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนว่า ราคารถยนต์ที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคชาวอเมริกัน
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna