‘ฟาโรห์ จักรภัทรานน’ เจ้าของเพจ Change.org เผย ศิริราชปลดป้ายคำว่า “มนุษย์กินคน” ล้างตราบาปให้ซีอุย แต่อยากให้ฌาปนกิจร่าง ทำบอร์ดคำพิพากษา คำสารภาพ คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วย
จากการที่โลกโซเชียลแชร์ประเด็นจากเว็บไซต์ Change.org ของ ‘ฟาโรห์ จักรภัทรานน’ ภายใต้หัวข้อ นำร่างของซีอุย แซ่อึ้ง ออกจากพิพิธภัณฑ์ศิริราช เพื่อคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และล้างฉายา “มนุษย์กินคน” พร้อมให้เหตุผลถึงการเกิดแคมเปญดังกล่าวโดยสรุปว่า เกือบ 60 ปี แล้วนับแต่วันที่ซีอุยถูกประหารชีวิต แม้เขาจะได้รับโทษประหารไปแล้ว แต่ร่างของเขายังถูกโชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ อาคารอดุลยเดชวิกรม โรงพยาบาลศิริราช และขึ้นป้ายชื่อเหนือตู้โชว์ว่าชายผู้นี้คือ “มนุษย์กินคน”
เรื่องนี้ วันที่ 31 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ WHEELER ถนนเชิงเขาสามมุข ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี พบกับนายฟาโรห์ จักรภัทรานน อายุ 25 ปี เป็นเจ้าของเว็บไซต์ Change.org ผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว นายฟาโรห์ ได้เปิดเผยว่า ทราบข่าวว่าทาง ศ.นพ.ประสิทธิ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงกรณีข้อเรียกร้องให้ถอดร่างของ ซีอุย แซ่อึ้ง ออกจากพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน ใน รพ.ศิริราช ซึ่งมีการติดป้าย “มนุษย์กินคน” เพื่อคืนความเป็นธรรม จากการเป็นแพะรับบาป เรื่องนี้ศิริราชได้ปลดป้ายคำว่า “มนุษย์กินคน” ออกไปแล้ว คงเอาไว้เพียงชื่อว่า ซีอุย เท่านั้น และสิ่งที่กำลังทำอยู่ คือ การจัดทำบอร์ดให้ความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ในคดีดังกล่าวว่า มีความเป็นมาอย่างไร มีการพิสูจน์ มีคำตัดสิน ตลอดจนคำพิพากษาต่างๆ เพื่อเป็นแหล่งให้ข้อมูลความรู้กับผู้ที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ด้วย ดูแล้วให้พิจารณาด้วยตัวเอง ทางศิริราชไม่อาจจะไปตัดสินแทนได้
...
"ศ.นพ.ประสิทธิ กล่าวด้วยว่า สำหรับร่างของซีอุยยังไม่ได้มีการพิจารณาตัดสินว่าจะเผาหรือไม่อย่างไร แต่เรียนว่าตลอดระยะเวลาที่ศิริราชได้รับอนุญาตให้นำร่างของซีอุยมาจัดให้ความรู้นั้น เราให้เกียรติและดูแลอย่างดี ส่วนตัวแล้วร่างทุกร่าง ชิ้นส่วนอวัยวะทุกชิ้นที่ได้รับมา ถือว่าเป็นอาจารย์ใหญ่ที่มีคุณูปการกับการแพทย์ รวมถึงร่างซีอุยก็มีคุณูปการอย่างยิ่งทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ และที่ผ่านมาในทุกๆ ปี ประมาณ ต.ค. ศิริราชได้จัดให้มีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ เป็นเหมือนกับญาติ อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาในการดูแลรักษาร่างซีอุยนั้น ยังไม่ปรากฏว่ามีญาติมาติดต่อเพื่อดำเนินการใดๆ กับร่างดังกล่าวแต่อย่างใด"
นายฟาโรห์ ได้เปิดเผยต่อว่า ส่วนหนึ่งรู้สึกดีใจที่ผู้ใหญ่ในศิริราช เห็นความตั้งใจที่ดี เอาป้ายมนุษย์กินคนออก เหลือแต่ชื่อซีอุย พร้อมกับมีการทำบอร์ดให้ประชาชนได้อ่านและตัดสินใจ ตนก็อยากบอกว่า อยากให้ทำบอร์ด สองฝ่ายเช่นคำตัดสินคดี คำสารภาพของซีอุย ข้อมูลความเป็นจริงทุกอย่าง ผลการชันสูตรของแพทย์ ผลการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ คือตนคิดว่าเป็นความเชื่อส่วนตัว ตนไม่ได้ตัดสินว่าซีอุยไม่ได้เป็นมนุษย์กินคน แต่อยากให้ประชาชนที่มาอ่านข้อมูลได้ตัดสินเองว่าซีอุยเป็นมนุษย์กินคนหรือไม่ แต่ก็อยากให้จัดการเผาร่างจริงของซีอุยจะดีกว่า แล้วทำหุ่นขี้ผึ้งขึ้นมาแทนก็ได้ เขาเป็นคนจีนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ส่วนที่บอกว่าจะนำร่างซีอุยเป็นอาจารย์ใหญ่ตนก็ดีใจ แต่ถึงสุดท้ายคืออยากให้เผาร่างหรือฌาปนกิจ และอยากให้หยุดเผยแพร่เรื่องมนุษย์กินคน
"หากเผาร่างก็ยังมีประโยชน์เรื่องการศึกษาเหมือนเดิม และอยากทราบว่า ทางศิริราชมีแผนต่อไปหรือไม่ที่จะแสดงร่างที่แท้จริงของซีอุย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการคืนศักดิ์ศรีของการเป็นมนุษย์ คืนสิทธิมนุษยชน ประชาชนจะได้รู้ว่าการคืนสิทธิมนุษยชนนั้น ถือว่าเป็นการคืนความเป็นธรรมและศักดิ์ศรีให้มนุษย์ด้วย" นายฟาโรห์ กล่าว