หากเข้าไปดูข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ได้รวบรวมไว้ จะทราบว่าปัจจุบันเมืองไทยเรามีพิพิธภัณฑ์มากกว่า 1,500 แห่ง

โดยจัดแบ่งตามประเภทการจัดแสดงหลาย ประเภท เช่น ประวัติศาสตร์ โบราณคดี วัด วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ การแสดง การทหาร การแพทย์และสาธารณสุข เงินตรา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

พิพิธภัณฑสถานแห่งแรกของประเทศไทย คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2402 สถานที่แห่งนี้เดิมเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้า

บอกอย่างนี้บางท่านอาจยังนึกไม่ออกว่าอยู่ตรงไหน ถ้าขยายความต่ออีกนิดว่า ตั้งอยู่ใกล้สนามหลวงและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คงพอจะนึกออกบ้าง บางคนบอกว่าเคยผ่านไปผ่านมาแถวนั้น แต่ยังไม่เคยเข้าไปชม บางคนเคยไปทัศนศึกษากับทางโรงเรียนตั้งแต่สมัยยังเรียนหนังสือ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

เมื่อเดือนที่แล้ว ผมได้มอบหมายให้ คุณยอดมนู ภมรมนตรี และทีมงานไปถ่ายทำรายการครอบจักรวาล ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยได้รับความกรุณาจาก คุณนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นผู้นำชมและร่วมสนทนาในรายการ ท่านได้พาทีมงานไปชมส่วนจัดแสดงที่เพิ่งเปิดให้เข้าชมใหม่หลายห้อง หลัง จากที่ได้มีการปิดปรับปรุงมาระยะหนึ่ง

...

คุณนิตยาบอกว่าเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร คือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงอยู่ในโบราณสถานซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ได้รับการดูแลรักษาให้คงรูปแบบเดิมไว้อย่างดี ไม่ได้เป็นอาคารที่สร้างขึ้นใหม่แต่อย่างใด

หากไปเที่ยวชมโบราณสถานตามอุทยานประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่สถาปัตยกรรมที่สร้างไว้ตั้งแต่สมัยสุโขทัย หรือสมัยกรุงศรีอยุธยา ก็จะเหลือให้ชมเพียงบางส่วน เช่น ฐาน พื้น เสา แนวกำแพง แต่ไม่มีสิ่งก่อสร้างที่ยังคงความสมบูรณ์หลงเหลือให้ได้เห็นแล้ว

เครื่องดนตรีประดับมุก
เครื่องดนตรีประดับมุก

ถ้าไปที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นอกจากโบราณวัตถุต่างๆที่นำมาจัดแสดงให้ชม ผู้เข้าชมยังสามารถศึกษาสถาปัตยกรรมสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ในสถานที่จริง ที่เคยมีการใช้งานจริง เมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน จึงเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การไปชมอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งในชีวิต และรับรองได้ว่าหากเป็นผู้มีใจรักในการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ ไปครั้งหนึ่งแล้วจะต้องอยากไปอีกหลายๆครั้ง

สถาปัตยกรรมในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีหลายอาคาร ลักษณะสถาปัตยกรรมมีหลายรูปแบบ ต่างกันตามช่วงเวลาที่สร้าง อาคารและสิ่งปลูกสร้างสมัยรัชกาลที่ 1 อาทิ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ หมู่พระวิมาน สมัยรัชกาลที่ 3 ได้แก่ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย และพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) สมัยรัชกาลที่ 4 ได้แก่ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ พระที่นั่งมังคลาภิเษก ตำหนักแดง และเก๋งนุกิจราชบริหาร

พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน เป็นท้องพระโรงที่ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น แล้วต่อมาได้มีการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 3 เดิมเคยใช้เป็นที่จัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของไทย หลังจากปิดปรับปรุง ได้จัดให้เป็นสถานที่สำหรับจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน มีการจัดแสดงนิทรรศการในหัวเรื่องต่างๆที่น่าสนใจ และมีการติดต่อ
ขอความร่วมมือจากพิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศ ขอยืมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุจากต่างประเทศมาจัดแสดงเนื่องในโอกาสพิเศษ สลับกับการจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุของไทยด้วย

พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

...

ภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์
ภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์

พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เป็นสถานที่ประดิษฐาน พระพุทธสิหิงค์ ซึ่ง สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงอัญเชิญมาจากเชียงใหม่ ภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ยังคงความสมบูรณ์ค่อนข้างมาก เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ด้านจิตรกรรมไทยสำหรับนักเรียนนักศึกษาได้เป็นอย่างดี

พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ เดิมชื่อพระที่นั่งวังจันทร์ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเพื่อเป็นที่ประทับ ลักษณะเป็นตึกก่ออิฐถือปูนสองชั้นแบบตะวันตก ด้านหน้ามีบันไดสำหรับขึ้นไปยังชั้นบนซึ่งเป็นที่ประทับ ปัจจุบันทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดสถานที่ให้มีสภาพใกล้เคียงกับสมัยที่พระองค์ท่านยังประทับ ณ พระที่นั่งองค์นี้ มีห้องทรงพระอักษร ห้องรับแขก ห้องเสวย ห้องบรรทม และห้องแต่ง พระองค์ เมื่อขึ้นไปชมจะได้เห็นเครื่องเรือน ภาพประดับผนัง ของเดิมที่มีมาตั้งแต่ครั้งกระนั้น

...

พระแท่นบรรทม บนพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์
พระแท่นบรรทม บนพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์

ส่วนชั้นล่างเคยใช้เป็นที่พักสำหรับข้าราชบริพาร ปัจจุบันจัดเป็น ห้องนิทรรศการพระราชประวัติ และจัดแสดงสิ่งของอันเกี่ยวเนื่องกับพระองค์ท่าน เช่น พระแท่นราชบัลลังก์เศวตฉัตร ทำจากไม้ลงรักปิดทองประดับกระจก

พระแท่นราชบัลลังก์เศวตฉัตร
พระแท่นราชบัลลังก์เศวตฉัตร

...

เครื่องประกอบสมณศักดิ์พระเถระ
เครื่องประกอบสมณศักดิ์พระเถระ

ใน หมู่พระวิมาน อันประกอบด้วยพระที่นั่งหลายองค์ ปัจจุบันได้แบ่งเป็นห้องจัดแสดงต่างๆ เช่น พระที่นั่งพรหมเมศธาดา ชั้นล่างจัดแสดงเครื่องมุกในราชสำนัก ที่มีการนำเปลือกหอยมุกมาประดับบนสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ชั้นบนจัดแสดงเครื่องใช้ในพระพุทธศาสนา เช่น เครื่องประกอบสมณศักดิ์พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ตาลปัตร พัดยศ ตู้พระไตรปิฎกไม้แกะสลัก

พระที่นั่งอุตราภิมุข จัดเป็น ห้องอิสริยพัสตราภูษาภัณฑ์ จัดแสดงผ้าและการแต่งกายในราชสำนัก เช่น ฉลองพระองค์ ผ้าปักดิ้นทอง ผ้าทอลวดลายวิจิตร

สัปคับพร้อมกูบทรงกระโจม
สัปคับพร้อมกูบทรงกระโจม
สัปคับฝีมือช่างล้านนา
สัปคับฝีมือช่างล้านนา
สัปคับจำลองและภาพจำลองจิตรกรรมฝาผนังวัดพระแก้ววังหน้า
สัปคับจำลองและภาพจำลองจิตรกรรมฝาผนังวัดพระแก้ววังหน้า

พระที่นั่งปฤษฎางคภิมุข เป็นห้องจัดแสดงเครื่องสัปคับ หรือ ที่นั่งบนหลังช้าง เป็นเครื่อง ประกอบพระราชอิสริยยศอย่างหนึ่ง ทำจากไม้ มีการแกะสลักตกแต่งลวดลายให้สวยงามและมีความหมายเป็นสิริมงคล สัปคับบางหลังตกแต่งลวดลายด้วยการลงรักปิดทอง บางหลังมีกูบหรือประทุนสำหรับบังแดด ซึ่งรูปทรงของกูบก็มีความสวยงามน่าชม ภายในห้องจัดแสดงสัปคับ มีภาพจำลองจิตรกรรมฝาผนัง จากพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) ให้ชมด้วย

คุณยอดมนู ภมรมนตรี กับคุณนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
คุณยอดมนู ภมรมนตรี กับคุณนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พระที่นั่งบูรพาภิมุข เป็น ห้องศัสตราวุธ จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการทำสงครามแบบโบราณ ซึ่งต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ มีอาวุธโบราณ ทั้งอาวุธสำหรับใช้ในการสู้รบจริงและอาวุธที่ใช้ประดับเป็นเครื่องประกอบยศ มุมหนึ่งในห้องนี้มีแบบจำลองการจัดทัพตามตำราพิชัยสงครามรูปแบบหนึ่งให้ได้ชม

ห้องนิทรรศการที่น่าสนใจอีกห้องหนึ่ง คือ โรงราชรถ เป็นที่เก็บรักษาและจัดแสดงราชรถ ราชยาน คานหาม อาทิ พระมหาพิชัยราชรถ เวชยันตราชรถ พระที่นั่งราเชนทรยาน พระยานมาศสามลำคาน

ที่เล่ามานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ท่านผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ฝากเชิญชวนให้ไปชม อยากให้คนไทยไปเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ชาติไทย ชมสถาปัตยกรรมไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ชื่นชมงานศิลปะอันประณีตบรรจงจากฝีมือช่างศิลปหัตถกรรมไทยโบราณ

ความงามอันทรงคุณค่านี้ เราคนไทย ซึ่งอยู่ไม่ไกล อาจไม่เคยเข้าไปชม แต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเที่ยวเมืองไทย ให้ความสนใจจัดไว้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องไปชม มีกลุ่มอาสาสมัครพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ส่วนใหญ่เป็นสตรีชาวต่างชาติที่ติดตามคู่สมรสมาทำงานในเมืองไทย อาสามาเป็นผู้นำชมพิพิธภัณฑ์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีการนำชมและบรรยายเป็นภาษาต่างประเทศ 4 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปิดบริการเวลา 09.00 ถึง 16.00 น. วันพุธถึงวันอาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์ วันอังคาร และวันปีใหม่ วันสงกรานต์) ค่าธรรมเนียมเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำหรับคนไทย เพียงคนละ 30 บาท นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ภิกษุ สามเณร ไม่เสียค่าเข้าชม ติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2224-1402

กรมศิลปากรสนับสนุนส่งเสริมให้ไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ โดยจัดโครงการ “ครอบครัวสุขสันต์ เที่ยวพิพิธภัณฑ์วันอาทิตย์” ให้พากันไปเป็นครอบครัว อุ้มลูกจูงหลานไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยกรมศิลปากรได้ออกประกาศยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 42 แห่งทั่วประเทศ ให้กับผู้เข้าชมชาวไทยที่มาเป็นครอบครัวในทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2561 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2562

เมืองไทยเรามีของดีอยู่มาก ในพิพิธภัณฑ์ต่างๆก็ได้รวบรวมของดีมีคุณค่าไว้ให้ชม จึงควรหาโอกาสไปชมกัน จะดูรูปในหนังสือ ดูภาพเคลื่อนไหวในรายการโทรทัศน์ อย่างไรก็ไม่เท่าได้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง

อย่างที่โบราณท่านว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น...สวัสดี.

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์