“บิ๊กหมู” ผบช.ก. นำกองปราบฯสนธิ กำลังหลายหน่วยปฏิบัติการ “สยบริปู สะท้าน” รวบ 3 ผู้ต้องหาฆ่า 3 ศพ บาดเจ็บ 1 หลังใช้ปืนเอ็ม 16 บุกยิงถล่มในงานศพ ที่ จ.อุทัยธานี รับสารภาพเป้าหมายจะยิงสารวัตรกำนัน มีอดีตนักการเมืองระดับชาติ และนักการเมืองท้องถิ่นเป็นผู้บงการ สาเหตุขัดแย้งธุรกิจและการเมือง ขยายผลเปิดยุทธการ “ไพร่ฟ้าหน้าใส” ค้น 22 จุด อาณาจักรอดีต ส.ส.เพื่อไทย-นักการเมืองท้องถิ่น ยึดปืนกว่า 35 กระบอก และออกหมายจับ “หัวหน้ากลุ่มซากุระ-กำนันหญิง-ลูกน้อง” ข้อหาใช้จ้างวาน และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ตำรวจ ทหารกวาดล้างผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้างใน จ.อุทัยธานี เผยขึ้นเมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 7 มี.ค. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวช รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พล.ต.ต.บัญชา ปั้นประดับ ผบก.ภ.จ.อุทัยธานี พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป. พ.อ.ประสาน แสงศิริรักษ์ ผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.อุทัยธานี (ผบ.กกล.รส.จ.อุทัยธานี) สนธิกำลังตำรวจกองปราบปราม ชุดปฏิบัติการพิเศษสยบริปูสะท้าน ตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี และทหาร กกล.รส.จ.อุทัยธานี กว่า 200 นาย ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้าจับกุมผู้ต้องหา 3 คน ใน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ประกอบด้วย นายบุญยิ่ง จันทร อายุ 60 ปี นายธเนตร วงษ์เนตร อายุ 22 ปี และนายมนัส หวางจีน อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุทัยธานี ในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน
หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงในงานศพภายในบ้านเลขที่ 99/7 หมู่ 5 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เหตุเกิดวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้นายจำเนียน มาหัวเขา นายลำดวน พันทะ และนายบุญถิ่น กุลธานี เสียชีวิต ส่วนนายดุสิต ศรีวรรณ บาดเจ็บสาหัส พร้อมยึดของกลางปืนเอ็ม 16 ที่ใช้ก่อเหตุ 1 กระบอก กระสุน 43 นัด ทั้งหมดถูกจับได้ในที่พักและที่หลบซ่อนตัวใน ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและ ให้การพาดพิงไปยังผู้บงการว่ามีอดีตนักการเมืองระดับชาติ และนักการเมืองท้องถิ่นเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง สาเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องการเมืองในจังหวัดและขัดผลประโยชน์
...
ต่อมา พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พร้อมกำลังชุดเดิม เปิดยุทธการไพร่ฟ้าหน้าใส ปูพรมตรวจค้น 22 จุด ในพื้นที่ ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ตามนโยบายการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง หลังพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเกิดเหตุอาชญากรรมบ่อยครั้ง รวมถึงคดีสำคัญ อย่างคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงกลางงานศพ เป้าหมายสำคัญคือการเข้าตรวจค้นบ้านไร่อ้อยซากุระ เลขที่ 98 หมู่ 5 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก ของนายสุภาพ โต๋วสัจจา อายุ 67 ปี อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย สร้างอยู่บนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ มีบ้าน 3 หลัง รวมทั้งโรงรถ จากการตรวจค้นพบปืนลูกซองยาว 2 กระบอก ปืนสั้น 3 กระบอก พร้อมกระสุนปืนเบอร์ 12 และกระสุนปืนขนาดต่างๆเป็นจำนวนมาก อาวุธปืนดังกล่าวมีนายสุภาพ เป็นผู้ครอบครอง จึงตรวจยึดไว้ตรวจสอบ
กำลังอีกจุดเข้าตรวจค้นฟาร์มควายซากุระ เลขที่ 98/2 หมู่ 5 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก บ้านนายณรงค์ศักดิ์ โต๋วสัจจา อายุ 60 ปี นายก อบต.น้ำรอบ น้องชายนายสุภาพ จากการตรวจค้นพบปืนยาวไรเฟิลติดลำกล้อง 1 กระบอก ปืนยาวออโตเมติก 1 กระบอก ปืนสั้น 3 กระบอก มีด 8 เล่ม และขวาน 2 เล่ม พร้อมกระสุนขนาด 9 มม. กระสุนปืนเบอร์ 12 และกระสุนปืนขนาด 22 จำนวนหลายนัด นอกจากนี้ยังตรวจค้นบ้านนักการเมืองท้องถิ่นในเขต อ.ลานสัก พร้อมยึดอาวุธปืนกว่า 35 กระบอก และรถ จยย.ซูซูกิ สแมช สีดำ 1 คัน ไม่ติดป้ายทะเบียน
ทั้งนี้ มีรายงานว่าสำหรับยุทธการไพร่ฟ้าหน้าใสครั้งนี้ เป็นการขยายผลจากคำให้การของผู้ต้องหาทั้งสามที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ให้การซัดทอดว่ามีผู้บงการเป็นนักการเมืองระดับชาติและนักการเมืองท้องถิ่น พฤติกรรมขบวนการนี้คือ นายบุญยิ่ง จันทร เป็นคนรับงาน นายธเนตร วงษ์เนตร เป็นมือปืน และนายมนัส หวางจีน เป็นผู้จัดหาที่พัก และนายสราวุฒิ เรืองดาดะ เป็นคนขี่รถ จยย.ซูซูกิ สแมช สีดำ ก่อเหตุ นายบุญยิ่งเป็นผู้รับงานมาจากนักการเมืองระดับชาติและนักการเมืองท้องถิ่น ได้ค่าจ้างครั้งละ 3 หมื่นบาท อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานคำให้การของผู้ต้องหา และหลักฐานอื่นๆที่เชื่อมโยง ขออำนาจศาลจังหวัดอุทัยธานีออกหมายจับผู้บงการ 3 ราย ในข้อหาใช้จ้างวาน และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
รายแรกคือนายสุภาพ โต๋วสัจจา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 2 จ.อุทัยธานี หัวหน้านักการเมืองกลุ่มซากุระ หลังผู้ต้องหาซัดทอดว่าเป็นผู้บงการฆ่าสารวัตรกำนันรายหนึ่งในงานศพ มีผู้โดนลูกหลงเสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บ 1 ราย สาเหตุขัดแย้งเรื่องการเมือง และการทำสัมปทานเหมืองแร่ รายที่สองคือ น.ส.เยาวพร รัตนมณีพันธ์ กำนันตำบลลานสัก หลังผู้ต้องหาซัดทอดว่าเป็นผู้บงการสังหารนายบุญจันทร์ ชาลีนิวัฒน์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ปี 59 ปมสังหารมาจากการเมืองท้องถิ่น และรายที่สาม นายสุชาติ อ่อนทิมวงษ์ อายุ 48 ปี รับคำสั่งจาก น.ส.เยาวพร ไปจ้างกลุ่มมือปืนยิงนายบุญจันทร์ ศาลจังหวัดอุทัยธานีได้อนุมัติหมายจับทั้งสามราย และเตรียมออกหมายจับนายแก่ หรือสมนึก ปานศิลา อายุ 56 ปี ผู้ขายอาวุธปืนก่อเหตุ ในฐานความผิดมีและครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้
พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลการจับกุมคดีสำคัญ ได้ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 22 จุด ตรวจยึดอาวุธปืนกว่า 35 กระบอก พร้อมกระสุนจำนวนมาก หลังจากนี้ได้ประสานให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ตรวจสอบอาวุธปืนทั้งหมดว่าเคยนำไปใช้ก่อเหตุหรือไม่