อธิบดีดีเอสไอ เรียกประชุมปมเหตุ ตึก สตง.ถล่ม หากพบความผิดที่เข้าข่าย เตรียมพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ เร่งสืบสวนทำความจริงให้ปรากฏโดยเร็ว
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 เม.ย. 68 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์ กรณีอาคารของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างถล่มพังเสียหายในเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยมี ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ท.อมร หงษ์สีทอง ผอ.กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
หลังการประชุม พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ที่ประชุมมีการรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวในมิติที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเกี่ยวข้อง ในเบื้องต้นมีประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีประกาศ กคพ. (ฉบับที่ 8) กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดฯ ไว้
โดยเป็นอำนาจของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษที่จะมีคำสั่งให้รับเป็นคดีพิเศษได้ จึงมีข้อสั่งการให้กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และกองคดีคุ้มครองผู้บริโภคเร่งทำการสืบสวนกรณีดังกล่าว หากพบความผิดที่เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ ให้รีบเสนอมาเพื่อพิจารณาสั่งการให้ทำการสืบสวนสอบสวนและทำความจริงให้ปรากฏโดยเร็ว
ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแสในเรื่องดังกล่าว สามารถแจ้งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษทราบผ่านทางสายด่วน โทร 1202 ฟรีทั่วประเทศ หรือ DSI ไลน์โอเพ่นแชท โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ
...
“กรณีดังกล่าว แม้จะเป็นภัยธรรมชาติ แต่เกิดเหตุการณ์อาคารของ สตง. ถล่มเพียงแห่งเดียวและเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลรวมถึงกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญเนื่องจากมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บรวมทั้งมีผู้สูญหายจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ปรากฏมีข้อสงสัย และการตั้งคำถามของประชาชนมากมายเกี่ยวกับมาตรฐานวัสดุ รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับกิจการร่วมค้าฯ ที่เป็นผู้ก่อสร้าง ดีเอสไอจำต้องทำความจริงให้ปรากฏ” พ.ต.ต. ยุทธนา กล่าว

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงกรณีตึกถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวในคดีอาญา ที่อาจเข้าข่ายความรับผิดชอบของดีเอสไอว่า สำหรับการตรวจสอบตามกฎหมายฮั้วประมูลของดีเอสไอ กฎหมายได้กำหนดไว้ว่า จะต้องมีมูลน่าเชื่อว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา เพื่อให้เป็นผู้มีสิทธิ์ทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีวงเงินหรือมูลค่าตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป
ส่วนกฎหมายผลิตภัณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม ค่อนข้างมีความซับซ้อนเล็กน้อย เนื่องจากหากเป็นกรณีที่มีมูลเชื่อว่า มีมูลค่าผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป หรือกรณีมีผู้เสียหายตั้งแต่ 100 รายขึ้นไป หรือมีจำนวนผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย หรือเป็นอันตรายต่อประชาชน จำนวน 50,000 หน่วยขึ้นไปตามชนิดผลิตภัณฑ์
ส่วนกฎหมายเรื่องนอมินี จะต้องดูประเด็นเรื่องการกล่าวหานิติบุคคล หรือคนต่างด้าว ซึ่งมีสินทรัพย์ตามงบแสดงสถานะการเงิน รวมกันตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งทั้ง 3 ข้อกฎหมายนี้ จะต้องไปดูรายละเอียดปลีกย่อยว่าอยู่ในเงื่อนไขที่ดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ ตามขั้นตอนแล้วหากเริ่มการสืบสวนจะต้องมีการเชิญสอบปากคำพยานกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากกิจการร่วมค้า เรื่องของนิติบุคคลตั้งแต่สองขึ้นไป เพื่อมาทำกิจการ จึงจำเป็นต้องสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายเบื้องต้นเราจะไปดูประเด็นหลัก เรื่องของการได้มาซึ่งสัญญาการก่อสร้างก่อน ตนขอย้ำว่า ในการสืบสวนเป็นเพียงการไปหาข้อเท็จจริงว่ามีประเด็นตามข้อกฎหมายที่ดีเอสไอจะรับไว้เป็นคดีพิเศษหรือไม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดหรือไม่ จะยังไม่ได้ลงไปถึงเนื้อหาว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด กฎหมายดีเอสไอมีลักษณะสำคัญหนึ่งประการ คือ ถ้าคดีใดเป็นคดีพิเศษแล้ว และหลังจากนั้นพบว่ามีความผิดที่ต่อเนื่อง หรือความผิดที่เกี่ยวพันกัน หรือแม้แต่การกระทำเดียวกันแต่ผิดกฎหมายหลายบท กฎหมายก็บอกว่าให้เรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษด้วย ดังนั้น แม้จะรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นคดีพิเศษก็ตาม เรื่องนอกเหนือจากนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกันกับคดีพิเศษด้วย
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า สำหรับเรื่องคุณภาพของเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้าง ถือเป็นเรื่องที่สังคมตั้งคำถาม และเป็นเรื่องที่กระทบต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงต้องลงรายละเอียดให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ได้มีพนักงานของบริษัทดังกล่าวได้พยายามทยอยขนแฟ้มเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างออกไปจากสถานที่เกิดเหตุนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ในทางสืบสวน จะต้องมีการลงรายละเอียดปฏิบัติการอยู่แล้ว
...
ทั้งนี้ หากมีพฤติการณ์ พยานหลักฐานที่เข้าเงื่อนไขตามประกาศ กคพ. (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2565 เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ก็จะสามารถรับไว้ดำเนินการเป็นคดีพิเศษได้ โดยไม่ต้องชงเรื่องเสนอบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เราจะเร่งรัดดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะได้รายงานให้สาธารณชนรับทราบด้วย ที่ผ่านมา ดีเอสไอทำงานอย่างมืออาชีพ จะเห็นได้ว่าทำงานในลักษณะสหวิทยาการ ส่วนเรื่องของแรงกดดันและความกังวลใจ เราไม่มี เพราะภารกิจที่ดีเอสไอรับผิดชอบตามกฎหมาย เป็นเรื่องที่มีผลกระทบรุนแรงอยู่แล้ว ดีเอสไอจึงถูกออกแบบมาเพื่อสอบสวนคดีในลักษณะนี้.