เห็นท่าทีและการแสดงออกที่ดูจริงจัง และเอาเรื่องของ นายกฯอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร กับประเด็นสำคัญๆ หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 จากเมียนมาซึ่งเป็นตัวนำเอาคลื่นพลังงานทั้งหมดเข้ามาใน กทม.และหลายจังหวัดของไทยแล้ว
รู้สึกเบาใจว่า นายกฯ และรองนายกฯที่กำกับดูแลงานในกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะจัดการกับเรื่องต่างๆได้ดี
เริ่มตั้งแต่ความพยายามค้นหาคนงานผู้รอดชีวิตจากการถล่มลงของอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภายใต้ความรับผิดชอบของทีมผู้ว่าฯ กทม.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
จากนั้นภายในเวลา 7 วันพวกเราคนไทยจะได้รับรู้ความจริงว่าทำไมอาคาร สนง.สตง. จึงเป็นอาคารเดียวใน กทม.ที่ถล่มลงมา ในขณะที่มีอาคารกำลังก่อสร้างอีกมากมายที่ไม่เกิดปัญหาเลย
แม้แต่อาคารเก่า อาคารร้าง หรืออาคารที่สร้างก่อนการแก้ไข พ.ร.บ.ก่อสร้างอาคารปี 2550 ให้มีข้อกำหนดที่ต้องป้องกันการเกิดแผ่นดินไหวไว้ด้วย
มาถึงตรงนี้ก็ต้องขอผนวกเอา รมว.อุตสาหกรรม “ขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ในฐานะผู้ควบคุมมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งเดินทางไปพร้อมคณะเพื่อไปดูสถานที่ที่กลายเป็น Ground zero เพื่อดูให้เห็นกับตาว่า อะไรคือสาเหตุความน่าจะเป็นของการถล่มลงของอาคารแห่งนี้
จากนั้นก็เก็บตัวอย่างของเหล็กเส้นชนิดต่างๆไปตรวจสอบให้ชัดเจนว่า ได้มาตรฐานการก่อสร้างอาคารหรือไม่ ในจำนวนเหล็กตัวอย่างที่ว่านี้ นัยว่า รมว.ขิง เคยยกคณะไปจับกุมโรงงานขายเหล็กออนไลน์ที่ไม่ได้มาตรฐานจากจีนมาแล้ว และมีคำสั่งปิดไปก่อนหน้า
แต่เหตุไฉนไม่ทราบได้ จึงมีตรายี่ห้อของเหล็กจากโรงงานนี้อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ที่สำคัญคือ เมื่อ รมว.ขิง มีความสามารถในการอ่านเลขรหัสเหล็กเส้นได้เป็นอย่างดี เขาถึงกับบอกนักข่าวว่าพูดอะไรมากไม่ได้ นอกจากเห็นแล้วถึงกับอึ้ง
...
ความหมายของคำตอบนี้มีไม่มาก เอาจริงๆน่าจะมีคำตอบเดียวและ สตง.น่าจะเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุดในฐานะผู้จัดให้มีการเสนอเงื่อนไข เปิดประมูล และคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม
จริงๆก่อนหน้านี้ หรือตั้งแต่ปี 2541 รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนเกิดความสงสัยมากว่า ทำไมงานก่อสร้างของรัฐบาล เช่น เขื่อน หรืออาคารคอนโดมิเนียมของประชาชนชาวจีนที่รัฐจัดสร้างขึ้นจึงมักจะเกิดการถล่มอยู่เนืองๆ
จนในที่สุด นายกฯจีนก็มีคำสั่งให้หาสาเหตุ จึงได้พบความจริงว่า บริษัทซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจีนและผู้รับเหมาก่อสร้างงานของรัฐนั่นแหละที่ใช้กลโกงโดยการลดคุณภาพของเหล็ก และอิฐ หิน ปูน ทรายลง
นั่นทำให้รัฐบาลจีนไล่จับและปิดโรงงานเหล็กเส้นที่ด้อยคุณภาพจำนวนมากถึง 60 ล้านตัน เหล็กเส้นเหล่านี้เล็ดลอดเข้ามาในกลุ่มประเทศที่ไม่มีการคุมเข้ม เช่น เมียนมา ลาว และไทย จำนวนมาก ส่วนใครจะเอาไปใช้บ้างไม่มีใครรู้เพราะราคาถูกจนบางโรงงานในไทยเห็นว่า เป็นสวรรค์ของการทำกำไรทีเดียว
งานก่อสร้างที่คุณภาพมาตรฐานต่ำเหล่านี้ ถูก นายกฯจูหรงจี ของจีน ประณามว่ามันคือ “ตึกกากเต้าหู้” คือเอากากเต้าหู้ยัดเข้าไปในเหล็กกลวงๆทำนองนั้น อาคารต่างๆถึงได้พังลงง่ายดาย
ก็ได้แต่หวังว่า จะไม่มีอาคาร หรือตึกกากเต้าหู้อย่างว่าในไทยแล้วกัน (ใครอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมไปดูในไทยรัฐนิวส์โชว์ หรือเพจรู้ทันจีนได้)
มิสไฟน์
คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม