ลุ้นระทึกใกล้เดดไลน์ 72 ชม. เหตุอาคาร สตง.แห่งใหม่ถล่ม ทีมกู้ชีพไทย-เทศผลัดเปลี่ยน เวรเร่งทำงานแข่งกับเวลา แต่ยังไม่พบผู้รอด ชีวิต 76 ชีวิตที่สูญหายยังไร้วี่แววโดยมีกลิ่นศพโชยออกมาจากใต้ซากอาคาร ล่าสุดพบศพเพิ่มเป็น 11 ศพ แต่ “อนุทิน-ชัชชาติ” ยังมีความหวัง เริ่มใช้เครนขนาดใหญ่ช่วยยกเศษซากด้านบนออกเป็นชั้นๆ เพื่อให้การกู้ชีพหาคนรอดชีวิตสะดวกขึ้น “เอกนัฏ” แฉส่งทีมงานนำเหล็กที่ใช้ก่อสร้างอาคารส่งสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้ว ถ้าพบไม่ได้มาตรฐานฟันไม่เลี้ยงยันบริษัทผู้ผลิต เปรย “แค่เห็นผมก็อึ้งแล้ว” “ผบช.น.” นำทีมตรวจสอบที่เกิดเหตุเรียกประชุมทีมสอบสวน เพื่อตรวจสอบดำเนินคดีอาญากับผู้บกพร่องหรือมีความผิดทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ด้านต่างจังหวัดยังพบความเสียหายของตัวอาคารคอนโดฯ โรงเรียน และวัดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สั่งปิดโรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่เพิ่มเติม เพราะเสาและโครงสร้างอาคารเกิดการแตกหัก โรงงานเซรามิก 40 โรงใน จ.ลำปาง เตาเผาพังเสียหายต้องหยุดกิจการ เสียหายกว่า 12 ล้านบาท ส่วนที่ประเทศเมียนมา ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวเพิ่มเป็นอย่างน้อย 1,644 ศพ บาดเจ็บเกือบ 3,400 คน และมีผู้สูญหายอย่างน้อย 139 คน
กรณีเกิดแผ่นดินไหวบริเวณเมืองลอยกอใกล้เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ลึกลงไปประมาณ 10 กม. วัดความรุนแรงขนาด 8.2 นอกจากสร้างความเสียหายอย่างหนักให้ตึกรามบ้านช่องและสาธารณูปโภค ในประเทศเมียนมาแล้ว แรงสั่นสะเทือนยังแผ่ลงมาถึงพื้นที่ประเทศไทย ตั้งแต่ จ.เชียงใหม่ ที่ห่างจากจุดแผ่นดินไหวในเมืองมัณฑะเลย์ประมาณ 800 กม. ลงมาถึงพื้นที่กรุงเทพมหานคร สร้างความแตกตื่นให้ผู้ที่อยู่บนอาคารสูง พากันหนีออกมาบนพื้นราบ เนื่องจากไม่เคยประสบภัยแผ่นดินไหวรุนแรงขนาดนี้มาก่อน นอกจากนี้แรงสั่นสะเทือนยังทำให้อาคารกำลังก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพ มหานคร ถล่มลงมามีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังนับร้อยคน เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งช่วยเหลือ ผู้ที่ยังมีสัญญาณชีพที่ติดค้างอยู่ใต้ซากปรักหักพังออกมาอย่างเร่งด่วน
...
ยังมีความหวังเร่งหาผู้รอดชีวิต
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 30 มี.ค. บริเวณจุดเกิดเหตุอาคารกำลังก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ถล่ม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่มาตรวจสอบความคืบหน้าการค้นหาผู้สูญหาย นายชัชชาติกล่าวว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานยังเดินหน้าค้นหาช่วยชีวิตผู้ประสบภัย โดยยังมีความหวังเต็มที่แม้ใกล้ครบ 48 ชม.แล้ว เพราะยังสแกนพบสัญญาณชีพ รวมถึงยังพบร่างของผู้เสียชีวิตที่ยังนำออกมาไม่ได้อีกจำนวนหนึ่ง ต้องทยอยเอาออกมาให้ได้ก่อน
เจาะซากตึกจุดพบสัญญาณชีพ
“จุดที่พบสัญญาณชีพตอนนี้คือบริเวณด้านหน้าอาคาร โซนเอ ซึ่งมีโพรงใต้ดิน เบื้องต้นใช้เครื่องสแกนตรวจพบลักษณะมวลร่างกาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังค่อยๆขุดซากปรักหักพักลงไป และใช้สุนัข K-9 ตรวจสอบ หากสุนัขมีท่าทางตื่นเต้นดีใจก็หมายความว่ายังมีชีวิต แต่หากสุนัขนั่งลงก็หมายความว่าพบศพ ความยากตอนนี้เนื่องจากเป็นการช่วยชีวิตไม่ใช่แค่การรื้อถอน การยกชิ้นส่วนต่างๆออกต้องระมัดระวังมาก เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงกับผู้ที่ยังรอดชีวิต จึงต้องมอนิเตอร์ตลอด เจ้าหน้าที่ที่ลงไปต้องระมัดระวัง แต่มั่นใจได้ว่าทุกอย่างทำตามมาตรฐาน สากล โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติมาร่วมวางแผนด้วย” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว
ใช้หุ่นยนต์สแกนจุดมีคนรอด
ต่อมาเวลา 09.00 น. ทีมหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP Robot มจพ.นำหุ่นยนต์เข้าพื้นที่สแกนตรวจสอบโครงสร้างประเมินความปลอดภัย ก่อนให้กู้ภัยเข้าช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ด้านครอบครัวยังเฝ้ารออย่างมีความหวัง นายฐิติยศ ประกายธรรม ตัวแทนทีมกล่าวว่า เมื่อวานนี้นำตัวหุ่นยนต์เข้ามาช่วยสแกนโครงสร้างภายในทั้งหมดแล้ว 1 ครั้ง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบยืนยันมีสัญญาณชีพในจุดที่มีลักษณะเป็นโพรงทางเข้าออกลานจอดรถ ทีมจึงนำหุ่นยนต์เข้าไปตรวจสอบดูว่าโครงสร้างยังสามารถรับน้ำหนักได้หรือไม่ สำหรับหุ่นยนต์ที่นำมาใช้เป็นหุ่นยนต์ที่พัฒนาขึ้น เพื่อการสำรวจเหมืองเป็นหลัก ที่ผ่านมาใช้ในการแข่งขัน แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่นำมาใช้กู้ภัยในสถาน การณ์จริง ตัวหุ่นยนต์จะทำหน้าที่สแกนโครงสร้างภายในทั้งหมด เพื่อนำออกมารวมกับทีมที่สแกนโครงสร้างภายนอก ให้เห็นภาพรวมของพื้นที่ออกมาเป็น 3 มิติ เพื่อประเมินว่าปลอดภัยเพียงพอที่จะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือหรือไม่
ตรวจสอบโครงสร้างภายใน
นายฐิติยศกล่าวด้วยว่า สำหรับวันนี้ทีมของตนรับแจ้งจากผู้บัญชาการเหตุการณ์ว่าให้นำหุ่นยนต์เข้าไปตรวจสอบภายในโพรงที่ขุดเข้าไปตรวจสอบดูโครงสร้างภายใน จะใช้หุ่นยนต์ตัวเล็กส่งสัญญาณผ่านสายแลนและสายไฟเบอร์ออปติกความยาว 100 เมตรหย่อนลงไปตรวจสอบ ตัวหุ่นยนต์สามารถทำงานต่อเนื่องได้ 2 ชม. แต่ยอมรับว่ามีข้อจำกัดในเรื่องสภาพพื้นผิว เพราะเป็นพื้นที่ซากอาคารถล่มทำให้มีกรวดเยอะขรุขระอาจทำให้หุ่นยนต์เดินยากขึ้น
ผัวแฉเมียท้องติดในซาก
นายสมนิจ ดวงเนตร อายุ 50 ปี เผยว่า มารออย่างมีความหวังว่า น.ส.กรวิภา สอนบุปผา อายุ 23 ปี ภรรยาที่กำลังท้องลูกสาวอายุครรภ์ 4 เดือนที่ทำงานเป็นเสมียนโซนออฟฟิศชั้น 4 ของอาคารเกิดเหตุว่าจะรอดชีวิตหรือไม่ ขณะเกิดเหตุภรรยาบอกเพียงว่าตึกสั่นจากนั้นหายไปติดต่อไม่ได้อีกเลย จึงมาตามหาตั้งแต่วันแรก ตอนนี้สภาพจิตใจย่ำแย่นอนไม่ถึง 1 ชม. แต่ยังมีความหวังเพราะเมื่อคืนนี้ทราบว่าบริเวณชั้น 4 ยังมีสัญญาณชีพอยู่แต่ไม่ทราบว่าใช่ภรรยาหรือไม่ ภาวนาขอให้ทุกคนยังมีชีวิตอยู่ แม้ว่าเพื่อนในทีมของภรรยา 2 คนจะเสียชีวิตแล้ว
...
แม่ช่างไฟจุดธูปภาวนาให้รอด
ส่วน น.ส.วาสนา หมอดเหมง แม่นายเจษฎา สอนชัย นำน้ำแดงพร้อมจุดธูปบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ จากนั้นเปิดเผยว่า มีคนแนะนำตามความเชื่อให้มาเรียกขวัญ ขอให้ลูกได้ออกมา เปิดทางเปิดแสงสว่างให้ได้ออกมาทุกคน แม้จะมีชีวิตหรือไม่ก็ขอให้ได้พบ โดยนายเจษฎาทำงานเดินสายไฟอยู่ที่ชั้น 27 สัปดาห์ที่ผ่านมาบอกให้ลูกกลับบ้าน ทั้งนี้ติดต่อลูกสะใภ้ที่ออกมาเบิกของพอดีแล้วรอด จึงทราบว่าลูกชายยังติดอยู่ด้านใน นอกจากนี้ยังมีครอบครัวของคนงานที่มาเฝ้ารอติดตามข่าวอย่างมีความหวังอีกจำนวนหนึ่ง พอทราบว่าพบร่างของสมาชิกในครอบครัวเสียชีวิตแล้วต่างพากันร่ำไห้กอดกัน ยังไม่สามารถให้รายละเอียดอะไรได้เพราะยังทำใจไม่ได้
เด็กอาชีวะฝึกงานหายด้วย 2 คน
ที่กระทรวงศึกษาธิการ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เผยว่า ได้รับรายงานจากนายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาว่า มีนักศึกษาฝึกงานจากวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ดสูญหายจากกรณีตึกอาคาร สตง.ถล่ม 2 คน คือ นายศักดิ์ชัย สุมาลี และนายวรวุฒิ ตรีวุฒิ นักศึกษาระดับชั้น ปวช.2/4 แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง สูญหายภายในอาคารพร้อมทีมช่างไฟฟ้าอีก 4 คน แต่ยังมีความหวังในการช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุ เนื่องจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจพบสัญญาณชีพบริเวณที่คาดว่าผู้สูญหายติดอยู่ ทั้งนี้ นักศึกษา ปวช.ทั้ง 2 คนกำลังฝึกงานกับห้างหุ้นส่วนจำกัด สมใจ เจ้บุ๋ม การไฟฟ้า ในภาคเรียนที่ 1 ฝึกงานเดือน มี.ค.-ก.ย.2568 และการฝึกงานวิทยาลัยทำประกันอุบัติเหตุหมู่ให้นักศึกษาทุกคน ครอบคลุมการเสียชีวิตทุกกรณีวงเงิน 100,000 บาท
ผบ.ทอ.สั่งทีมจิตอาสาช่วยชาวบ้าน
ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ.ฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ กล่าวว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ประสานงานร่วมกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก และกรุงเทพมหานคร นำครัวพระราชทานและรถครัวเคลื่อนที่พร้อมกำลังพลจิตอาสาออกให้บริการอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชนที่พักอาศัยบริเวณใกล้อาคาร สตง.ที่ถล่ม ประชาชนที่พักอาศัยชั่วคราวบริเวณสวน จตุจักร รวมถึงสนับสนุนวิศวกรอาสาที่ออกสำรวจความปลอดภัยอาคารที่พักอาศัยให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศจะเฝ้าติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ใช้กำลังพล ยุทโธปกรณ์ และขีดความสามารถต่างๆของกองทัพอากาศ ช่วยลดผลกระทบและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว
...
เร่งช่วยคนรอดมาตรฐานสากล
เวลา 09.05 น. ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แผ่นดินไหว กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงข่าวการติดตามความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวว่า การกู้ภัยอาคาร สตง.ถล่มยังค้นหาผู้รอดชีวิตอยู่ ช่วงเช้ามีสัญญาณชีพออกมาบริเวณโซนเอจะค่อยๆเจาะลงไปหาผู้ที่มีสัญญาณชีพ ดำเนินการตามขั้นตอน เรามีผู้มีความสามารถอยู่ในพื้นที่ และมีการค้นพบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ศพ ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตคงรอยืนยันอย่าไปกังวลตรงนั้นมากขึ้นอยู่กับนิยามการพบผู้เสียชีวิตในช่วงแรกคือที่พบอยู่บนตึกด้วย แต่มีการปรับการนิยามใหม่เป็นเฉพาะคนที่เราสามารถเอาออกมาจากพื้นที่ได้ เพราะฉะนั้นตัวเลขอาจลดลง ขณะนี้มีอยู่ 7 คนที่นำออกมาได้แล้ว
แบ่งงานกู้ภัยอเมริกา–จีน–อิสราเอล
ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ขณะนี้มีความช่วยเหลือจากหลายประเทศเข้ามา ทั้งสหรัฐอเมริกา จีน และอิสราเอลที่ส่งเครื่องมือมาช่วยเพิ่ม โดยจะแบ่งพื้นที่หน้างานให้แต่ละทีมค้นหา เรายังเดินหน้าอย่างเต็มที่ ทั้งการกู้ภัยและการค้นหาผู้รอดชีวิตเรายังไม่หมดหวัง ยืนยันว่าจะต้องทำเต็มที่ เพราะเราเชื่อว่ายังมีโอกาสที่จะเจอผู้รอดชีวิตอยู่ด้านใน แม้ว่าอุปสรรคที่ต้องเจอคือฝนตก 60 เปอร์เซ็นต์จากการพยากรณ์ของกรมอุตุฯ ตนคุยกับผู้อำนวยการเหตุที่หน้างานแล้ว ไม่มีผลกระทบกับการกู้ภัยหน้างาน เพราะอาคารต่างๆยึดโยงกันด้วยเหล็กไม่มีผลจากฝนตก แต่สิ่งที่กังวลคือการระบายน้ำด้านหน้าอาคาร เพราะมีฝุ่นจากปูนซีเมนต์คลุ้งมาตกไปในท่อระบายน้ำ ต้องเคลียร์พื้นที่ตรงนี้เพื่อให้น้ำสามารถระบายได้ ในส่วนการบริหารจัดการไม่มีปัญหา เรามีอุปกรณ์ครบถ้วน
“อนุทิน” หารือทูตจีนช่วยตึกถล่ม
เวลา 10.00 น. ที่ห้องรับรองกระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับและหารือกับนายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และนายหลี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยอุโมงค์ถล่มและแผ่นดินไหว กระทรวงการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินประเทศจีน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอาคารถล่ม มี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มท. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัด มท. พร้อมคณะผู้บริหาร นายอนุทินกล่าวว่า เหตุแผ่นดินไหวจนอาคาร สตง.แห่งใหม่พังถล่ม เป็นจุดที่สร้างความเสียหายและสร้างความวิตกที่สุด ทางการไทยจะเร่งพิสูจน์ให้ได้ว่าเหตุใดจึงถล่ม เพราะอาคารนี้เพิ่งก่อสร้างและได้รับการออกแบบที่ต้องรองรับและทนต่อการเกิดแผ่นดินไหว มท.แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาทำหน้าที่สืบหาข้อเท็จจริงรายงานมาภายใน 7 วัน เพื่อตอบข้อสงสัยของประชาชนและสังคมให้เป็นที่กระจ่าง
...
ตรวจสอบความผิดใน 3 กลุ่ม
“เนื่องจากเป็นอาคารของทางราชการ จึงไม่ต้องขออนุญาตเจ้าพนักงานท้องถิ่นคือ กรุงเทพมหานครในการก่อสร้าง การสอบสวนจะดำเนินการใน 3กลุ่มคือ 1.ผู้ออกแบบ 2.ผู้ควบคุมงาน และ 3.ผู้รับเหมาก่อสร้าง หากผลการสอบสวนออกมาว่า ผู้ก่อสร้างทำตามแบบและขั้นตอนทุกอย่าง ความผิดของผู้รับเหมาจะลดน้อยลงไป แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าทำที่นอกเหนือจากแบบ ใช้วัสดุที่ไม่ตรงกับที่กำหนดไว้ ต้องได้รับผลตามที่กฎหมายกำหนด” นายอนุทินกล่าว
ทูตจีนสั่งบริษัทฯจีนร่วมมือเต็มที่
ด้านนายหาน จื้อเฉียง กล่าวว่า ในนามรัฐบาลจีนขอแสดงความเสียใจ และแสดงความไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิต สาเหตุอาคารถล่มทางการจีนจะร่วมมือกับรัฐบาลไทยสืบสวนหาสาเหตุอย่างเต็มที่ เพราะมีบริษัทของจีนร่วมก่อสร้างด้วย ขณะนี้ทางการจีนสั่งให้บริษัทผู้ก่อสร้างให้ความร่วมมือกับประเทศไทยอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งให้ความเชื่อมั่นว่าการสอบสวนของทางการไทยเป็นไปอย่างยุติธรรมอยู่แล้ว
ทีมสุนัขกู้ภัยทยอยเข้าพื้นที่
ต่อมาเวลา 11.00 น. จุดอาคาร สตง.ถล่มเกิดฝนโปรยลงมาเล็กน้อย หลังฝนหยุดตกจะส่งทีมสุนัขกู้ภัยของ K9 USAR Thailand หรือ “สุนัขกู้ภัยแห่งชาติ” ต่างทยอยเข้าพื้นที่จุดเกิดเหตุ เพื่อเสริมกำลังการค้นหาผู้ติดค้างภายใต้ซากอาคารตึกถล่ม ขณะนี้เป็นเวลานานกว่า 45 ชม.แล้ว
ชันสูตร–ส่งศพเหยื่อตึกถล่มฟรี
น.ส.สกาวรัตน์ สมสกุลรุ่งเรือง เลขาธิการมูลนิธิร่วมกตัญญู เผยว่า มีข้อสรุปร่วมกับสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ กรณีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหลังใหม่ อยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่มลงหลังเกิดแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค. สถาบันนิติเวชวิทยาจะดำเนินการตรวจชันสูตร รวมถึงการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันมูลนิธิร่วมกตัญญูจะจัดโลงศพพร้อมดำเนินการส่งกลับภูมิลำเนา หรือดำเนินการฌาปนกิจให้กรณีที่เป็นแรงงานต่างด้าว ประสงค์จะนำเถ้าอัฐิกลับประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกราย
กลิ่นศพโชยจากซากตึก
เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผบก.น.2 และ พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.บางซื่อ ร่วมกันเข้าตรวจสอบความคืบหน้าการค้นหาผู้สูญหายภายในอาคารจุดเกิดเหตุและบริเวณโดยรอบ หลังจากนั้นเดินทางมายังบริเวณกองอำนวยการร่วม (ศูนย์รับแจ้งคนหาย) สน.บางซื่อ เพื่อประชุมหารือ หลังพบว่าบรรยากาศการรื้อซากโครงสร้างตึกถล่ม ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ยังคงร่วมกันค้นหาผู้สูญหายที่ติดค้างอย่างต่อเนื่อง ใช้ทั้งรถแบ็กโฮและเครนกระเช้านำเจ้าหน้าที่กู้ภัยขึ้นไปตรวจสอบด้านบนยอดซากอาคารถล่ม ท่ามกลางกลิ่นเน่าของศพที่โชยส่งกลิ่นออกมาจากซากอาคารจน จนท.ต้องใช้ผ้าปิดจมูก
สลดกู้ภัยพบร่างอีก 3 ศพ
จู่ๆเจ้าหน้าที่ทหารรีบนำผ้าขาวขนาดใหญ่มาบังตาจุดที่สื่อมวลชนทั้งไทย-ต่างชาติเฝ้าสังเกตการณ์การรื้อซากและช่วยเหลือผู้ติดค้างอยู่ใต้ซาก รวมถึงกลุ่มญาติและครอบครัวผู้สูญหายที่เฝ้าคอยอย่างมีความหวังอยู่ในเต็นท์ คาดว่าพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม รีบนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากกองซากอาคารในสภาพเริ่มเน่าเปื่อยทยอยไปขึ้นรถ เป็นร่างของผู้เสียชีวิตเพศชาย 2 ศพ และผู้หญิง 1 ศพ ส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจทันที ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวม 11 ศพ เป็นเพศชาย 8 ศพ เพศหญิง 3 ศพ ผู้บาดเจ็บ 9 คน และผู้สูญหายอีก 76 คน
ตำรวจเดินเครื่องสอบสวนดำเนินคดี
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เผยว่า ขณะนี้ยังคงมีสำนวนคดีอื่นที่ต้องทำคือการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต ต้องแยกเป็นอีกสำนวนหนึ่ง เพราะกระบวนการสืบสวนและสอบสวนต้องแยกกันทำ แต่พยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้ครั้งนี้ต้องนำไปใช้ประกอบกัน ขณะนี้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปหลายปาก ส่วนการกู้ชีพกู้ภัยฝ่ายผู้ว่าฯ กทม.เป็นคนดำเนินการ แต่ตำรวจ รับผิดชอบการทำสำนวนการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากการกระทำของผู้ใดหรือเกิดจากความประมาทของผู้ใดหรือไม่
“อนุทิน” มั่นใจมีหวังคนรอด
เวลา 16.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) พร้อมด้วยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) นำเจ้าหน้าที่สภาวิศวกรรมและเจ้าหน้าที่ มอก.เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุอาคาร สตง.ถล่ม นายอนุทินเผยว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตและผู้เสียชีวิต ขณะนี้ยังคงพบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในที่เกิดเกตุมีทีมแพทย์ประจำการสำหรับประเมินความเป็นไปได้เพื่อวางแนวทางให้ความช่วยเหลือ เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถใช้เครื่องจักรทั้งหมดเข้าไปดำเนินการเต็มที่ได้แต่ยังมีความหวังจะยังคงมีผู้รอดชีวิตอยู่
อุปกรณ์พร้อมสถานการณ์ดีขึ้น
“ส่วนการช่วยเหลือกรณีหากพบผู้รอดชีวิตจากการตรวจสอบภายในพบมีช่องอากาศสามารถสอดท่อลมเข้าไปได้ แต่ประเด็นคือ ผู้ที่ยังไม่สามารถออกมาได้เนื่องจากถูกทับด้วยโครงสร้างขนาดใหญ่ ทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้ ถือเป็นความยากลำบากในการทำงาน ขณะเดียวกันในพื้นที่ยังมีทีมวิศวกรคอยประเมินการทำงานด้านการเจาะโครงสร้าง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ที่ติดค้างอยู่ภายในซากอาคารและผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ ขณะนี้เครื่องมือเข้ามาเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก เช่น เครนขนาด 500 ตัน และ 600 ตัน จะนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ทยอยยกคานขนาดใหญ่ซึ่งมีน้ำหนักมากลงมาด้านล่างเพื่อลดแรงกดทับจากด้านบน ลดความเสี่ยงการถล่มเพิ่มเติม การได้เครนขนาดใหญ่มาเป็นจำนวนมากถือเป็นผลดีเพราะจะช่วยถ่วงดุลน้ำหนักโครงสร้าง ขณะนี้พบหน่วยกู้ภัยจากต่างประเทศเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานทั้งหน่วยกู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญ” รมว.มหาดไทยกล่าว
เร่งมือให้ทันเดดไลน์ 72 ชม.
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนการตรวจสอบหาสัญญาณชีพขณะนี้อยู่ระหว่างใช้เครื่องมือตรวจสอบ แต่ต้องยอมรับว่าสัญญาณค่อนข้างอยู่ในระดับต่ำ ส่วนนี้อาจมาจากการที่ผู้ติดค้างอยู่ในซากอาคารติดอยู่เป็นเวลานานหลายวัน อาจทำให้ไม่มีแรงขยับตัว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหาวิธีค้นหาผู้ติดค้างในทุกวิถีทาง วันพรุ่งนี้จะครบเวลา 72 ชม. หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มแผนปฎิบัติงาน โดยประเมินและวิเคราะห์การปรับใช้เครื่องมือตลอด 24 ชม.โดยผู้เชี่ยวชาญ
เชื่ออาคารที่ถล่มมีปัญหา
รองนายกฯอนุทินกล่าวด้วยว่า สำหรับตัวเลขผู้สูญหายจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่า ยังคงมีผู้ติดค้างอยู่ใต้เศษซากอาคารอีกประมาณ 50 คน แต่ไม่ได้หมายความว่าหากครบทั้ง 50 คนแล้วจะหยุดการค้นหา ภารกิจครั้งนี้ยอมรับว่ายากลำบากและสำคัญเทียบเท่าใกล้เคียงกับภารกิจถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ส่วนการตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้นตั้งคณะกรรมการฯ ขีดเส้นให้ดำเนินการภายใน 7 วัน มีวิศวกรใหญ่ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรม และนักวิชาการเป็นคณะทำงานตรวจสอบ การตรวจสอบเน้นไปที่วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ขณะนี้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมลงพื้นที่เก็บชิ้นส่วนไปตรวจสอบ แต่ส่วนตัวมองว่า ตึกนี้น่าจะมีปัญหา เนื่องจากในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีตึกจำนวนกว่า 10,000 ตึก บางตึกมีอายุมากกว่า 30-50 ปี แต่ไม่เห็นเกิดปัญหาเหมือนเช่นอาคารแห่งนี้ เดิมทีประเทศไทยมีมาตรฐานการก่อสร้างอาคารสูง เพราะฉะนั้นตนไม่อยากให้นำข้อมูลการก่อสร้างของอาคารแห่งนี้มาเปรียบเทียบกับตึกอื่น
“เอกนัฏ” เผยตรวจสายไฟยันเหล็ก
ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เผยว่า ตนคิดว่าการถล่มอาจมีหลายสาเหตุ ต้องดูตั้งแต่แบบก่อสร้าง ดูว่าก่อสร้างตามแบบหรือไม่ ดูว่าวัสดุตามแบบหรือไม่ ได้มาตรฐานมีคุณภาพหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาที่ตนเคยเจอพบว่ามีสินค้าหลายตัวที่ได้ มอก.แต่ไม่ได้คุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นสายไฟหรือเหล็ก ดังนั้น วันนี้ต้องมาเก็บตัวอย่างวัสดุ เพราะนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งให้กรมโยธาธิการเป็นผู้สอบสวนว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นคืออะไร และมีตัวแทนกระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง
ส่งเหล็กตรวจสอบคุณภาพแล้ว
รมว.อก.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พบเหล็กทั้งหมด 6 ประเภท ทั้งเหล็กข้ออ้อย 12 มิลลิเมตร 3 อัน เหล็กข้ออ้อย 16 มิลลิเมตร 3 อัน เหล็กข้ออ้อย 20 มิลลิเมตร 3 อัน เหล็กข้ออ้อย 25 มิลลิเมตร 3 อัน เหล็กข้ออ้อย 32 มิลลิเมตร 4 อัน เหล็กกลม 2 อัน ขนาด 9 มิลลิเมตร ส่วนใหญ่มาจากผู้ผลิตรายเดียว แต่ว่ามีเหล็กบางประเภท (32) ที่มาจากผู้ผลิต 3 ยี่ห้อ หลังจากนี้ขอให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนมั่นใจว่าตัวอย่างทุกตัวอย่างเก็บจากสถานที่จริง จะนำของกลางทั้งหมดไปตรวจสอบที่สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย และขอเชิญสื่อมวลชนร่วมตรวจสอบและติดตามผลที่สถาบันเหล็กฯได้เลยว่าเป็นเหล็กมีคุณภาพหรือไม่ เพื่อความโปร่งใส ซึ่งการเก็บตัวอย่างเหล็กจะไม่ให้กระทบกับการช่วยเหลือในพื้นที่อย่างแน่นอน จึงเป็นการเก็บเหล็กในส่วนรอบนอก
พูดเป็นนัย “แค่เห็นก็อึ้ง”
“อย่างไรก็ตาม มีเหล็กอีกประเภทที่ยังหาไม่พบในเบื้องต้น และยังไม่เหมาะกับการรื้อหาเพราะอาจกระทบต่อการกู้ภัย ตนไม่อยากพูดล่วงหน้าก่อนตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าเป็นเหล็กปลอมหรือไม่ แต่ยอมรับว่าเห็นความผิดปกติบางส่วน เห็นว่าขนาดเหล็กเป็นอย่างไร มาจากผู้ผลิตรายใด แต่ตนยังไม่อยากเปิดเผยไปก่อน และยังไม่ตัดสาเหตุใดทิ้ง ขอตรวจสอบก่อนว่าเหล็กเป็นไปตามมาตรฐานและสเปกหรือไม่ ขอให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง เมื่อผลตรวจออกมาจะส่งไปยังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ตนยังไม่อยากปรักปรำใคร แต่บอกได้คำเดียวว่า “แค่เห็นผมก็อึ้งแล้วครับ” ทั้งนี้ ถ้าพบว่าเหล็กที่มีปัญหามาจากผู้ผลิตรายใดต้องสั่งให้โรงงานหยุดปรับปรุง ไปจนถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต มอก. และจะไม่สามารถนำเหล็กไปจำหน่ายได้ ต้องเรียกคืนเหล็กทั้งหมดและถูกดำเนินคดี
หวั่นเหล็กไม่ได้มาตรฐาน
ด้านนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวง อุตสาหกรรม เผยว่า จากการวิเคราะห์ตามแบบแปลนโครงสร้างตึก สตง.ที่กำลังก่อสร้าง มีความสูง 30 ชั้น คาดว่าต้องใช้เหล็กเส้นข้ออ้อย (ที่เป็นเส้นกลมมีบั้ง) คาดว่าขนาด DB16 DB20 DB25 เป็นหลักในการเสริมแรงโครงสร้างคอนกรีต โดยเฉพาะในส่วนของเสา คาน พื้น และฐานราก เพื่อรองรับน้ำหนักและแรงอัด แรงดึง และแรงเฉือน หากใช้เหล็กเส้นข้ออ้อยที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นไปตามหลักวิศวกรรม จะทำให้โครงสร้างเปราะและแตกหักง่าย เพราะส่วนประกอบของเหล็กที่มีสัดส่วนคาร์บอนหรือสัดส่วนโบรอน (ธาตุชุบแข็งเหล็ก) มากเกินไปจะทำให้เหล็กแข็งแต่เปราะ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวหรือแรงกระแทกรุนแรงจะทำให้เหล็กหักเป็นท่อนๆแทนโค้งงอและดูดซับแรงส่งผลให้โครงสร้างตึกถล่มลงมาได้
สั่งปิดโรงงานไปแล้วหลายแห่ง
“ก่อนหน้านี้กระทรวงดำเนินคดีกับผู้ผลิตและจำหน่ายที่เป็นบริษัทร่วมจดทะเบียนและบริษัทต่างชาติไปแล้วรวม 7 ราย ล่าสุดสั่งปิดโรงงานผลิตเหล็กทุนข้ามชาติยักษ์ใหญ่ เพราะไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย และยังตรวจเจอสินค้าเหล็กเส้นข้ออ้อย SD 40 และ SD 50 ที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ตาม มอก.24-2559 ทดสอบโดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยด้วย จึงมีการสั่งลงโทษตามกฎหมาย” โฆษกกระทรวง อก.กล่าว
กทม.แถลงพบ 11 ศพยังหาคนรอด
ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ กทม. เวลา16.45 น. น.ส.ทวิดา กมลเวชช รอง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ร่วมกันแถลงความคืบหน้าสถานการณ์ว่า ยอดผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหว ข้อมูล ณ วันที่ 30 มี.ค. เวลา 16.30 น. มียอดผู้เสียชีวิตเฉพาะเหตุที่อาคาร สตง. จำนวน 11 คน ผู้บาดเจ็บ 18 คน และผู้สูญหาย 76 คน ส่วนภาพรวมของจำนวนผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 28-30 มี.ค.ไม่เพียงเฉพาะที่อาคาร สตง.นั้น มีจำนวนผู้เสียชีวิตแล้ว 18 คน ผู้บาดเจ็บ 33 คน และผู้สูญหาย 76 ราย อย่างไรก็ตาม เรายังคงปฏิบัติงานต่อไป เพราะกำลังเข้าสู่ 72 ชม. ถือเป็น Golden time ในการพบผู้ที่ยังคงมีสัญญาณชีพ เราทำเต็มที่พยายามเต็มกำลัง
สตง.แจงสร้างตึกถูกต้อง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 มี.ค. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ออกเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ ระบุว่าจะเร่งตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีอาคารที่ทำการสำนักงานแห่งใหม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว พร้อมยืนยันกระบวนการดำเนินโครงการเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย
นอกจากนี้ ในเอกสารดังกล่าวที่มีความยาวถึงสองหน้ากระดาษ ยังระบุถึงการดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการแห่งใหม่ พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบบนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ 3 งาน บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เป็นไปอย่างถูกต้อง โดยยืนยันให้ความสำคัญกับการออกแบบอาคารให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานและสภาพพื้นที่ มีค่าออกแบบวงเงิน 73 ล้านบาท และกระบวนการก่อสร้างอาคาร สตง.ได้เสนอขออนุมัติงบประมาณรายการค่าก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน 2,560 ล้านบาท และได้รับการอนุมัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และได้ผู้ชนะการประกวดราคา ได้แก่ กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี (บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด) ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด ด้วยวงเงิน 2,136 ล้านบาท และได้ดำเนินการเบิกจ่ายมาแล้วทั้งสิ้น 22 งวด เป็นจำนวนเงินที่เบิกจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 966.80 ล้านบาท และมีการบริหารสัญญาก่อสร้าง สตง.ให้ความสำคัญกับการดำเนินการก่อสร้างให้ถูกต้องตามแบบรูปรายการ และข้อกำหนดในสัญญา และเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศฯที่กำหนดไว้ ไม่มีการปรับลดขนาดเสาแต่อย่างใด
หวั่นดวงตะวันคอนโดฯถล่ม
ส่วนความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวในส่วนของต่างจังหวัด เริ่มที่ จ.เชียงใหม่ อาคารดวงตะวันคอนโดฯ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ 1 ในอาคารสูง 4 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เทศบาลนครเชียงใหม่สั่งห้ามเข้าใช้อาคารเพื่อพักอาศัยนั้น นางณัฐฐาภรณ์ จีระโสตถิกุล ผจก.ดวงตะวันคอนโดฯให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า คอนโดสูง 8 ชั้น มีทั้งหมด 103 ห้อง สร้างมาตั้งแต่ปี 2528 หลังเกิดแผ่นดินไหวได้รับความเสียหาย อาคารร้าวและเสาอาคารวิบัติ 6 ต้น จังหวัดเชียงใหม่สั่งปิดอาคารเพราะหวั่นว่าจะถล่มลงมา ทางคอนโดก็ปฏิบัติตามเพราะปัจจุบันมีผู้เช่าและเจ้าของห้องพักอาศัยอยู่รวมทั้งหมดเพียง 60 กว่าห้องเท่านั้น คอนโดอนุญาตให้ขนย้ายของออกได้ แต่ไม่อนุญาตให้พักเด็ดขาด ตอนนี้อยู่ระหว่างหาผู้รับเหมาใช้เหล็กนั่งร้านมาทำค้ำยันเสาปูนที่เสียหายเพื่อประคับประคองไว้ก่อน ส่วนมาตรการเยียวยาจะประชุมกันอีกที และต้องรอบริษัทประกันภัยมาดูเรื่องของโครงสร้างด้วย
ผงะอาคารโรงเรียนดังพังอีก
ขณะเดียวกัน เทศบาลนครเชียงใหม่ได้สำรวจพบอาคารที่ได้รับความเสียหายหนักเพิ่มอีก 1 แห่งคือ อาคารของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่ เสาและโครงสร้างอาคารเกิดการแตกหัก สั่งให้ปิดการเข้า-ออกอาคารแห่งนี้เพิ่มเติม ส่วนบ้านเรือนประชาชนตามพื้นที่ เบื้องต้นได้รับแจ้งรายงานความเสียหายจาก 14 อำเภอ แต่จำนวนยังไม่แน่ชัด อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตเมืองและได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย ในส่วนของวัดและโบราณสถาน ก่อนหน้านี้ได้รับความเสียหาย 2 แห่ง ส่วนในวันนี้ได้รับแจ้งความเสียหายเพิ่มเติมอีก 8 แห่ง รวมเป็น 10 แห่ง มีวัดสันทรายต้นกอก, วัดเกตการาม, วัดเจดีย์หลวง, วัดยางกวง, วัดพวกช้าง, วัดน้ำล้อม, วัดท่าหลุก, วัดสันมะแปป, วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ, วัดคันธารส ในภาพรวมได้รับความเสียหายเล็กน้อย ยังไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนสำคัญ เช่น องค์พระประธาน หรือพระธาตุเจดีย์ ด้านความมั่นคงของอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆยังอยู่ในสภาวะปกติ
โรงงานเซรามิกลำปางเดี้ยง
จ.ลำปาง นายปรีชา ศรีมาลา นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาจังหวัดลำปาง เปิดเผยถึงผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่ถือว่ารุนแรงมากที่สุดในรอบ 100 ปีว่า จากแรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เตาเผา แผ่นรองเผาของโรงงานเซรามิก 40 โรง พังเสียหายมูลค่ารวมกว่า 12 ล้านบาท ขณะนี้ส่งผลกระทบต่อโรงงานเซรามิกอย่างหนักเพราะขาดแผ่นรองเผาและต้องให้ช่างมาตั้งระดับของล้อรางใหม่ รวมถึงต้องสำรวจเตาเผา ท่อแก๊สเตาเผา และอุปกรณ์ต่างๆของเตาเผาว่าเกิดการรั่วไหลของแก๊สหรือไม่อุปกรณ์ยังมีความปลอดภัยอยู่หรือไม่ โดยเฉพาะแผ่นรองเผามีราคาสูงถึงแผ่นละกว่า 1 พันบาท แต่ละโรงงานแผ่นรองเผาเสียหายหลักร้อยแผ่นขึ้นไปตามขนาดของโรงงาน ประกอบกับแผ่นรองเผาหายาก ต้องสั่งจากต่างประเทศเข้ามา ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ตัวแทนขายแผ่นรองเผาไม่น่าจะสต๊อกของไว้เยอะ คาดว่าจากเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อโรงงานเซรามิกต้องหยุดเพื่อรอการซ่อมแซมไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์
ศาลาวัดถล่มลงแม่น้ำกงจีน
จ.กำแพงเพชร ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน หมู่ 4 และหมู่ 7 ต.ท่ามะเขือ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ว่าได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว ส่งผลให้อาคารอเนกประสงค์ของหมู่บ้านหนองจอก หมู่ 4 ต.ท่ามะเขือ มีรอยแตกร้าวทั้งหลัง ผู้ใหญ่บ้านได้สั่งปิดห้ามเข้าใช้งานเด็ดขาด หวั่นจะถล่มลงมาทับชาวบ้านจนเกิดอันตราย ขณะที่ศาลาริมแม่น้ำกงจีนหน้าวัดอู่สำเภา หมู่ 7 ต.ท่ามะเขือ จุดที่มีประชาชนจำนวนมากนิยมมาปล่อยปลาให้อาหารปลา และทำกิจกรรมแข่งขันเรือยาวประจำปี ศาลาเก่าแก่อายุกว่า 50 ปี ที่เริ่มทรุดตัวหลังเกิดแผ่นดินไหวได้พังถล่มจากตลิ่งลงไปในแม่น้ำ โชคดีขณะเกิดเหตุไม่มีชาวบ้านลงไปปล่อยปลาและให้อาหารปลา
พระประธานโบราณแตกร้าว
จ.ชัยนาท พระราชวชิรกิจจาทร เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรวิหาร อ.เมืองชัยนาท เปิดเผยว่า วัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น จากเหตุแผ่นดินไหวที่ผ่านมา ส่งผลให้ “หลวงพ่อทอง” พระประธานในพระอุโบสถ แตกร้าวเป็นแนวยาว บริเวณหลัง ยาวกว่า 2 เมตร และแขนขวาแตกร้าวยาวกว่า 1 เมตร เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทอง มีอายุ 696 ปี ภายในองค์พระเป็นดินเหนียวพอกด้วยปูน และลงรักปิดทอง เพิ่งจะซ่อมไปเมื่อ 2 ปีก่อน เบื้องต้นประสานกรมศิลปากรรับทราบเพื่อเข้ามาดำเนินการต่อไป สำหรับญาติโยมที่ประสงค์เป็นเจ้าภาพช่วยบูรณะซ่อมแซมหลวงพ่อทอง สามารถโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี วัดพระบรม ธาตุวรวิหาร เลขที่ 106-055-1020
พ่อแม่เข้ากรุงหาลูกชาย-สะใภ้
จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 155 หมู่ 6 บ้านโคกสง่า ต.ทรายมูล อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น บ้านของนายธงชัย เหล่าทา อายุ 52 ปี นางนิต เหล่าทา อายุ 52 ปี บิดามารดานายสาธิต เหล่าทา อายุ 32 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุอาคาร สตง. ถล่มหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว นายธงชัยเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกชายและลูกสะใภ้ไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในตำแหน่งช่างไฟฟ้า ขณะเกิดเหตุลูกชายทำงานอยู่ชั้น 21 ก่อนเกิดเหตุยังโทร.คุยกับลูกถามว่า จะกลับบ้านช่วงสงกรานต์หรือไม่ ลูกบอกว่าจะกลับมาเยี่ยมบ้าน จากนั้นในช่วงสายวันที่ 28 มี.ค. เห็นข่าว ตึก สตง.ถล่ม โทร.หาลูกแต่ติดต่อไม่ได้ สอบถามเพื่อนลูกที่ไปทำงานด้วยกันทราบว่า ลูกชายกับภรรยาติดอยู่ในซากตึก ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่าร่างที่นำออกมาได้ใช่ลูกชายหรือไม่ จะมีตำหนิมือซ้ายเหลือ 2 นิ้ว มีรอยสักแผ่นหลังรูปยักษ์ 2 เขี้ยว แต่สักยังไม่เสร็จ ส่วนลูกสะใภ้มีรอยสักที่ข้อมือ ตนและภรรยาจะเดินทางไปที่เกิดเหตุเพื่อรอปาฏิหาริย์
3 แม่ลูกหนองคายตายยกครัว
จ.หนองคาย นายประเทือง มาตรา อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 11 บ้านภูเงิน ต.เฝ้าไร่ อ.เฝ้าไร่ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ตนสูญเสียคนในครอบครัวไปแล้ว 3 คน ทั้งหมดไปทำงานก่อสร้างตึก สตง.ที่พังถล่ม คนแรกลูกสาวชื่อ นางคำแสน มาตรา อายุ 47 ปี คนต่อมาเป็นหลานชายชื่อนายณัฐดนัย นามบุรี อายุ 26 ปี และหลานสาวชื่อ น.ส.สุมิตรา นามบุรี อายุ 23 ปี ที่เพิ่งเรียนจบพยาบาล กำลังจะรับปริญญาช่วงเดือน เม.ย.นี้ โดยเฉพาะหลานสาวเพิ่งเดินทางลงไปทำงานกับครอบครัวเมื่อวันที่ 26 มี.ค.เพื่อหาเงินพิเศษ ขณะนี้พบร่างของ 3 แม่ลูกแล้ว ส่วนสามีของลูกสาวชื่อนายลิขิต สุวรรณชาติ อายุ 52 ปี ยังเป็นผู้สูญหาย แต่ได้ประสานกับญาติของลูกเขยแล้วว่าหากพบร่างจะนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ลูกสาวคนนี้หาเลี้ยงทั้งพ่อและแม่มาตลอด รู้สึกช็อกและยังทำใจไม่ได้เมื่อบริษัทโทร.มาบอกว่าลูกสาวและครอบครัวติดอยู่ในซากตึกที่พังถล่มด้วย
ลางร้ายลูกสาวฝันพ่อกับย่ามาหา
จ.ศรีสะเกษ ที่บ้านหนองแคน ต.หนองห้าง อ.อุทุมพรพิสัย น.ส.ลภัสรดา ศรีดี อายุ 48 ปี ภรรยานายสุขสวัสดิ์ หรือบัต ศิริจันทร์ กำลังจุดธูปเทียนบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้วิญญาณสามีคือนายสุขสวัสดิ์กลับบ้าน และให้เจ้าหน้าที่นำร่างออกจากซากตึกได้เร็วๆ น.ส.ลภัสรดาเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนกับสามีมีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นลูกสาว อายุ 18 ปี คนเล็ก อายุ 8 ขวบ สามีไปทำงานสร้างตึกแห่งนี้ได้ 2 เดือนเศษ ตำแหนงช่างไฟ วันเกิดเหตุช่วงพักเที่ยง สามีโทร.มาหาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ก่อนจะวางสายบอกว่ากำลังจะขึ้นไปทำงานที่ชั้น 20 กระทั่งบ่าย 2 ผู้รับเหมาโทร.มาแจ้งว่าตึกที่สามีขึ้นไปทำงานถล่มลงมา ตนตกใจทำอะไรไม่ถูก เสียใจที่ต้องสูญเสียเพราะสามีถือเป็นเสาหลักครอบครัว คืนก่อนเกิดเหตุลูกสาวฝันว่าพ่อกับย่าที่เสียชีวิตไปแล้วมาหา และยังได้กลิ่นรองเท้าที่คล้ายกลิ่นของพ่อด้วย ทำให้รู้สึกใจคอไม่ดี เหมือนความฝันและความรู้สึกลูกสาวเป็นลางร้าย
แม่หวังปาฏิหาริย์ลูกชายรอด
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านอีกหลังหนึ่งในหมู่บ้านเดียวกัน เป็นบ้านของนายวรากร ไชยนคร อายุ 25 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ หนึ่งในคนงานที่ถูกตึกถล่มทับเช่นกัน นางบุญธรรม ไชยนคร อายุ 66 ปี แม่ของนายวรากรเผยว่า มีลูก 3 คน นายวรากร เป็นลูกชายคนสุดท้อง เพิ่งปลดประจำการทหารเกณฑ์ และไปทำงานเป็นช่างไฟฟ้าสร้างตึก สตง. ล่าสุดก่อนเกิดเหตุ 3 วัน ลูกชายเพิ่งโทร.มาขอเงินตน 500 บาทเพราะเงินเดือนยังไม่ออก และตนได้โอนไปให้ กระทั่งมาทราบข่าวจากผู้รับเหมาว่าลูกชายติดอยู่ในซากตึกที่ถล่ม พยายามติดต่อลูกแต่ติดต่อไม่ได้ เมื่อวานตนไปดูหมอมา หมอดูบอกว่าลูกตนเจ็บหนัก แขนหัก ตอนนี้ได้แต่ตั้งความหวังรอลุ้นให้ลูกชายมีชีวิตรอดกลับมา
ผู้ว่าฯชัยภูมิเดินสายเยียวยา
จ.ชัยภูมิ นายอนันต์ นาคนิยม ผวจ.ชัยภูมิ นำคณะลงพื้นที่ให้กำลังใจกับครอบครัว 3 พ่อแม่ลูก ผู้ประสบภัยตึกถล่มที่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 8 ต.บ้านแก้ง อ.แก้งคร้อ คือนายประยูร ขันติคำ อายุ 51 ปี พ่อ นางสุมาลี ขันติคำ อายุ 50 ปี แม่ และนายปรมินทร์ ขันติคำ อายุ 32 ปี ลูกชาย ทั้งหมดเป็นช่างประปาในตัวอาคารที่พังถล่ม จากนั้นคณะผู้ว่าฯเดินทางไปบ้านเลขที่ 12 หมู่ 4 ต.หนองแก อ.แก้งคร้อ มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวนายดำรง ผ่องลุนหิต นางอรอุมา แก่นเมือง และลูกเขยนายเจษฎา สอนชัย และนายหนูกาย เกดนาเวศ อายุ 63 ปี ต่อมาไปที่หมู่บ้านกุดโง้ง หมู่ 4 ต.บุ่งคล้า อ.เมืองชัยภูมิ มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวนายธีรพงศ์ ใยยอง อายุ 37 ปี พนักงานขับรถเครน บริษัทแสงฟ้าก่อสร้าง ที่เครนหักโค่นขณะก่อสร้างคอนโดนิช โมโน บางโพ สูง 37 ชั้น
แผ่นดินพม่ายังเขย่าต่อเนื่อง
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหวล่าสุด พบว่าเมื่อเวลา 14.08 น. วันที่ 30 มี.ค. เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ลึกจากพื้นดิน 10 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ในประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ห่างไปประมาณ 332 กม. รายงานระบุอีกว่าหลายพื้นที่ในเขตประเทศไทยรับรู้แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวดังกล่าวได้ ต่อมาเมื่อเวลา 14.22 น. เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 3.9 ลึกจากพื้นดิน 9 กิโลเมตร ใกล้เคียงกับจุดก่อนหน้านี้ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ประมาณ 234 กม.
ส่งกู้ภัยช่วยเหลือเมียนมา
ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กทม. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีส่งกำลังพลจากกองทัพไทยเดินทางไปช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชน ประเทศเมียนมา หลังเกิดแผ่นดินไหว โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาควพาณิชย์ รมช.กลาโหม พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ.พล.อ.มนัส จันดี เสนาธิการกองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมพิธี รัฐบาลไทยมอบหมายให้กองบัญชาการกองทัพไทยเป็นหน่วยหลักจัดตั้งชุดช่วยเหลือเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาในพื้นที่เมืองเนปิดอว์ โดยมี พ.อ.ขจรศักดิ์ พูลโพธิ์ทอง รอง ผอ.สำนักปฏิบัติการกรมยุทธการทหารกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ
เมียนมายอดเสียชีวิตยังพุ่ง
วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หน่วยกู้ภัยเมียนมายังคงเร่งปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 และอาฟเตอร์ช็อก 6.7 ที่จังหวัดสะกาย ทางภาคกลางของเมียนมา โดยเจ้าหน้าที่ปรับยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 1,644 ศพ บาดเจ็บเกือบ 3,400 คน สูญหายอย่างน้อย 139 คน สำหรับที่เมืองมัณฑะเลย์เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการค้นหาเหยื่อในซากอพาร์ตเมนต์สะกาย วิลลา คอนโดมิเนียม ที่เชื่อว่ามีเหยื่อถูกกลบฝังมากกว่า 90 คน รวมถึงเร่งการช่วยเหลือพระสงฆ์กว่า 100 รูป ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารของวัดแห่งหนึ่งในเมืองมัณฑะเลย์ หลังอาคารเกิดพังถล่มระหว่างการสอบวัดความรู้ทางศาสนา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุเพียงว่า ในวันสอบมีพระสงฆ์กว่า 200 รูป ช่วยเหลือออกมาได้แล้ว 55 รูป
สหรัฐฯประเมินเสียชีวิตหลักแสน
ส่วนสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่าจากการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา ทำให้เชื่อได้ว่าอาจมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงถึง 10,000-100,000 คน และอาจส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเมียนมา ลดลงได้มากถึง 70% ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะส่งความช่วยเหลือแก่เมียนมา มีการพูดคุยเรื่องนี้แล้วกับประเทศเมียนมา ขณะที่สื่อท้องถิ่นเมียนมาสายต่อต้านรัฐบาล พากันตั้งคำถามว่า นานาชาติทั้งสหรัฐฯ จีน รัสเซีย อินเดีย มาเลเซีย ประเทศไทย และสิงคโปร์ ต่างประกาศให้ความช่วยเหลือ แต่ความช่วยเหลือเหล่านี้จะไปถึงผู้ประสบภัยหรือไม่ ขอเรียกร้องให้นานาชาติส่งความช่วยเหลือผ่านช่องทางองค์กรทางสังคมหรือกลุ่มอิสระเอ็นจีโอ
กลุ่มต้านรัฐบาลหยุดยิงชั่วคราว
สถานการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมียนมา ยังส่งผลให้รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติเมียนมา (NUG) และกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF) ขั้วอำนาจของรัฐบาลพลเรือนชุดเก่าก่อนการรัฐประหารและกลุ่มนักศึกษาที่เข้าป่าจับปืนต่อต้านรัฐบาลทหาร ออกแถลงการณ์ว่า กองกำลังติดอาวุธต่างๆของแนวร่วมจะระงับปฏิบัติการโจมตีกองทัพเมียนมาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. แต่ยังสงวนสิทธิป้องกันตัวเองหากถูกทหารเมียนมาโจมตี คำสั่งหยุดยิงมีผลบังคับใช้ในพื้นที่ภัยพิบัติแผ่นดินไหว เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการกู้ภัยและการให้ความช่วยเหลืออื่นๆทางด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ประสบภัย
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่