28 มีนาคม 2568...คงเป็นวันที่อยู่ในความทรงจำของคนไทยที่มิอาจลืมได้เนื่องจากต้องประสบกับความรู้สึกที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก เนื่องจากต้องเจอกับสถานการณ์

ที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต

กลัวก็กลัว หวั่นไหวก็หวั่นไหว แต่มิอาจจะหลีกหนีไปได้ต้องเผชิญและต่อสู้กับมันโดยไม่รู้ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร

เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.2 ที่หนักมาก แม้ศูนย์กลางจะเกิดขึ้นที่เมียนมา แต่ด้วยความแรงระดับนี้ย่อมเกิดผลกระทบอันใหญ่หลวง

ที่ผ่านมาเคยเกิดแผ่นดินไหวในประเทศแต่ก็ไม่รุนแรงเท่านี้อย่างมากก็แค่ระดับ 3-4 เท่านั้น ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายให้ปรากฏ

นอกจากแรงสั่นไหวที่ไม่เกิดความเสียหายแต่อย่างใด

พูดง่ายๆว่าไม่น่ากลัว หรือทำให้หวาดหวั่น

แต่ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเจอกันมาในชีวิตก็ว่าได้

คนไทยอาจจะเคยเจอดินไหวรุนแรงในต่างประเทศ หรือเห็นภาพจากประเทศต่างๆที่เกิดเหตุซึ่งก็ทำให้รู้สึกกลัว

จะมีเหตุการณ์ “สึนามิ” ที่ภูเก็ต ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเกือบทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ที่น่ากลัวเพราะอาคารสูงสั่นไหวรุนแรง

คนต้องวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น เพื่อลงมาชั้นล่างที่น่าจะปลอดภัยกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่คนไทยไม่เคยประสบมาก่อน

ก็เลยวุ่นกันไปทั้งเมือง!

อีกทั้งมีตึกสูงซึ่งกำลังก่อสร้างเป็นอาคารสำนักงานของ สตง.แห่งใหม่ ล้มครืนลงมาให้เห็นต่อหน้าต่อตา

มันยิ่งทำให้สถานการณ์ชวนให้หวั่นไหวยิ่งนัก ที่สำคัญไม่รู้ว่าตึกไหนจะเกิดเหตุอย่างนี้อีกหรือไม่ มันก็ทำให้เกิดความรู้สึกกันไปต่างๆนานา

ก็ยังดีที่มีตึกแห่งเดียวเท่านั้นถล่มราบเป็นหน้ากลอง แต่ตึกอื่นๆไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้ พบแต่มีรอยร้าวบ้างแต่ไม่น่ารุนแรงนัก

...

มีแต่เพียงความรู้สึกหวาดหวั่น เกรงว่าจะถล่มอีกแต่ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

ทุกคนจึงเทใจไปให้อีกหลายชีวิตที่ยังไม่รู้ว่าจะรอดเหลือกี่คนต่างก็ภาวนาให้มีลมหายใจ เพื่อจะมีชีวิตอยู่ร่วมกันต่อไป

ณ ตึกแห่งนี้ มีคำถามว่าทำไมถึงถล่มลงมาได้ แม้กำลังก่อสร้าง ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ ก็ต้องหาคำตอบให้ได้ว่าสาเหตุเพราะอะไร

ทำไมตึกทั่วๆไปจึงอยู่รอดปลอดภัยดี

นี่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องการคำตอบว่า สร้างตามมาตรฐานหรือไม่

เรื่องที่ชวนคิดต่อไปก็คือ แผ่นดินไหวที่ประเทศไทยเคยเจอมานั้นเป็นเพียงแค่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ไม่หนักหนาอะไร

แต่คราวนี้เจอของจริงแล้ว และโอกาสข้างหน้าจะยิ่งหนักกว่านี้

ดังนั้น รัฐบาลต้องมองเรื่องนี้อย่างซีเรียสคือต้องคิดใหม่ทำใหม่ นั่นคือการเตรียมความพร้อมสำหรับคนไทยทั้งประเทศ

ไล่ตั้งแต่การแจ้งเหตุจะต้องมีประสิทธิภาพและสร้างความตื่นรู้ให้กับประชาชนว่า ถ้าเกิดเหตุแล้วจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

การก่อสร้างอาคารต่างๆก็จะต้องได้มาตรฐาน สามารถป้องกันแผ่นดินไหวได้ระดับหนึ่ง เพราะเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นแน่ในอนาคต

ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุก่อนแล้วจึงทำ เพราะญี่ปุ่นซึ่งมีประสบการณ์และการเตรียมการรับมือที่มีประสิทธิภาพ แต่พอเกิดเหตุจริงๆยังก่อให้เกิดความเสียหาย

อย่าคิดว่าประเทศไทยจะไม่เกิดเหตุอย่างนี้!

“สายล่อฟ้า”

คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม