ไขคำตอบ การออกแบบโครงสร้างอาคารแบบไหนช่วยต้านทาน "แผ่นดินไหว" เพิ่มความปลอดภัยของอาคาร เทียบชัดๆ แบบไหนดี-ไม่ดี
วันที่ 29 มี.ค. 2568 เฟซบุ๊ก รศ.ดร.เฉลิมเกียรติ วงศ์วนิชทวี ได้โพสต์ข้อความเรื่อง แนวทางการออกแบบโครงสร้างอาคารที่ดีและไม่ดี โดยระบุว่า ว่าด้วยแนวทางการออกแบบโครงสร้างอาคารที่ดีและไม่ดี โดยเปรียบเทียบโครงสร้างที่มีจุดอ่อนกับโครงสร้างที่เหมาะสม (เล่าจากภาพ)
ตัวอย่างโครงสร้างที่ไม่ดี (Weak Structural Design)
1. "Soft" Lower Levels & Unusual High Story (โครงสร้างชั้นล่างอ่อนแอและความสูงของชั้นผิดปกติ)
- โครงสร้างชั้นล่างที่อ่อนแออาจเกิดจากเสาที่ไม่แข็งแรงพอ หรือชั้นที่สูงผิดปกติ ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
2. Discontinuities in Vertical Elements (ความไม่ต่อเนื่องในองค์ประกอบแนวตั้ง)
- เสาหรือผนังรับแรงที่มีการขาดช่วงหรือเปลี่ยนแปลงขนาดอย่างกะทันหัน อาจทำให้เกิดจุดอ่อนของโครงสร้างเมื่อรับแรงแนวราบ
3. Weak Columns, Strong Beams (เสาอ่อน แต่ออกแบบคานแข็งแรง)
- การออกแบบให้คานแข็งแรงกว่าเสาทำให้เสาเป็นจุดที่รับแรงมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้เสาหักพังและทำให้อาคารถล่มได้
ตัวอย่างโครงสร้างที่ดี (Good Structural Design)
1. Strong Lower Levels and Normal Story Height (ชั้นล่างแข็งแรงและความสูงของชั้นปกติ)
- การออกแบบให้ชั้นล่างมีความแข็งแรงพอและมีความสูงสมเหตุสมผลช่วยให้โครงสร้างมีความมั่นคงมากขึ้น
2. Continuity in Vertical Elements (ความต่อเนื่องในองค์ประกอบแนวตั้ง)
...
- เสาและผนังรับแรงควรมีความต่อเนื่องตลอดทั้งอาคาร เพื่อลดจุดอ่อนที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง
3. Strong Columns, Weak Beams (เสาแข็งแรง คานอ่อนกว่า)
- การออกแบบให้เสาแข็งแรงกว่าคานจะช่วยให้คานเป็นจุดที่เสียหายก่อน (แทนที่จะเป็นเสา) ทำให้โครงสร้างยังคงยืนหยัดและป้องกันการถล่มได้ดีกว่า
สรุปภาพนี้เป็นแนวทางที่ใช้ในการออกแบบโครงสร้างเพื่อต้านทานแผ่นดินไหวหรือแรงแนวราบ โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการออกแบบ เช่น เสาอ่อน คานแข็ง หรือโครงสร้างแนวตั้งที่ไม่ต่อเนื่อง และเน้นให้เสามีความแข็งแรงมากกว่าคาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของอาคาร.
ขอบคุณเฟซบุ๊ก รศ.ดร.เฉลิมเกียรติ วงศ์วนิชทวี