บนโต๊ะทำงานของผมขณะหยิบปากกาขึ้นมาจะเขียนคอลัมน์ในวันนี้มีหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ประจำวันพุธที่ 26 มีนาคม 2568 ซึ่งเป็นฉบับพิเศษเนื่องในวันเปิดงาน “บางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 46 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี วางอยู่ 1 ฉบับ
เมื่อผมเปิดไปหน้า 2 ก็พบกับสารคดีล้อมกรอบอยู่ในพื้นสีฟ้า พาดหัวเรื่องว่า “บางกอก มอเตอร์โชว์––ครั้งที่ 46 กระหึ่มลั่น... กรังด์ปรีซ์ฯ ผนึก 54 แบรนด์ดัง จัดงานบะละฮึ่ม” พร้อมกับลงรูปชายผมสีดอกเลาคนหนึ่งในสูทสีเทาเข้ม...ระบุชื่อไว้ใกล้ๆภาพว่า ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา
ผมเห็นรูปแล้วก็ยิ้มให้...และตัดสินใจว่าจะเขียนถึงเขาคนนี้นี่แหละ...เพื่อนรักเกลอเก่าของผมที่รู้จัก และคุ้นเคยกันมาอย่างน้อยก็ 50 ปี ก่อนที่เขาจะจัดงาน “มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 1 ที่เวทีลีลาศ สวนลุมพินี เมื่อ พ.ศ.2522 เสียด้วยซํ้า
เรารู้จักกันผ่านเพื่อนร่วมห้องเรียนของผมคนหนึ่งที่เรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาด้วยกัน...เจ้าเพื่อนรายนี้จบมาจาก โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเป็นเพื่อนเรียนหนังสือกับปราจินมาตั้งแต่เด็กๆ
แล้ววันหนึ่งเพื่อนก็แนะนำให้ผมรู้จักกับ ปราจิน เอี่ยมลำเนา ซึ่งมาเรียนต่อ เพาะช่าง และเมื่อจบแล้วก็มาทำงานเป็น ช่างศิลป์ รับผิดชอบในการออกแบบหนังสือ และวารสารหลายๆเล่มของ สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช
ต่อมาเมื่อมีคนรู้จักชวนไปทำนิตยสาร Sport Speed World ซึ่งเกี่ยวกับรถยนต์และความเร็ว เขาก็อาศัยการอ่านการค้นคว้า และไปขันอาสาเป็น “บรรณาธิการ” ทำนิตยสารที่ว่าทั้งเล่มมิใช่เฉพาะ การออกแบบจัดหน้ารูปเล่มในส่วนฝ่ายศิลป์เท่านั้น
...
ทำจนหนังสือขายดีเจ้าของก็มาเอาไปทำเอง เป็นผลให้ปราจิน กลายเป็นคนตกงานไปพักใหญ่ แต่ด้วยใจสู้และรู้ทางแล้วว่าหนังสือที่เกี่ยวกับรถยนต์ขายได้...เขาจึงตัดสินใจออกนิตยสาร “กรังด์ปรีซ์” ตั้งแต่ปี 2513 เป็นต้นมา
นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางมาจนถึงวันนี้ เพราะจากนิตยสารกรังด์ปรีซ์ เมื่อ 2513 ทำให้เขาตั้งตัวได้และตัดสินใจจัดงาน “มอเตอร์โชว์” ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2522 ที่เวที ลีลาศสวนลุมพินี เก็บค่าผ่านประตู 3 บาท มีแฟนๆรถยนต์ไปเที่ยวงานของเขาถึงกว่า 3 แสนคน ทำให้ไม่ขาดทุน แต่ก็ไม่กำไรมากนัก เพราะรายได้จาก การขายบัตร เขามอบให้การกุศลทั้งหมด (มูลนิธิดวงประทีป)
จาก พ.ศ.2522 เป็นต้นมาถึงปีนี้ เขาย้ายสถานที่ไปเรื่อยๆจากสวนลุม สู่สวนอัมพร แล้วก็ ไบเทค บางนา ก่อนจะมาปักหลักที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อ พ.ศ.2554 และยืนหยัดมาจนถึงวันนี้
ปราจินเป็นคนอารมณ์ดี คุยสนุกสนานและมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ...ทำให้ทุกวันนี้ด้วยวัย 80++ เขายังคล่องแคล่วว่องไวสมองปราดเปรื่อง และเป็นหนุ่มอยู่ตลอด
ช่วงหลังๆเขาสบายขึ้นเยอะ เพราะได้ลูกๆมาช่วยบริหารงานเคียงข้าง รับผิดชอบงานหลักๆไปเกือบทั้งหมด
ผมเคยถามเขาว่า “นายคิดว่าอะไรที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จใหญ่หลวงของนายวันนี้?” เขาตอบว่า “อ่านหนังสือว่ะ” เราเป็นนักอ่าน...อ่านหนังสือทุกประเภท บวกกับความขยัน...เกิดเป็นคนไทยในประเทศไทย ขยันเสียอย่าง รับรองไม่มีอดตาย”
วันนี้ 27 มีนาคม 2568 จะมีงาน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 53 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และจัดงานแข่งกับมอเตอร์โชว์ของเขาไปจนถึงวันที่ 7 เมษายน
ต่อให้รักหนังสือแค่ไหน ผมเดาว่าวันนี้เขาน่าจะรักรถยนต์ มากกว่า และคงจะป้วนเปี้ยนคอยรับแขกอยู่ที่งานรถยนต์ของเขาจนถึงวันที่ 6 เมษายน (เลิกก่อนงานหนังสือ 1 วันยังมีเวลาไปเที่ยวได้)
ขอให้คนไปเที่ยวเยอะๆทั้ง 2 งานนะครับ.
“ซูม”
คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม