“อิตาลีผวา ฝูงริ้นนับล้านบุกแคว้นทัสคานี กระทบธุรกิจท่องเที่ยว” หัวข้อข่าวเล็กๆแต่น่าสนใจเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ โดยฝูงแมลงริ้นนับล้านตัวพากันออกมาจากทะเลสาบโอเบอร์เตลโลในแคว้นทัสคานี ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง สัญจร...กระทบต่อธุรกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ฝูงแมลงริ้นเหล่านี้มาเร็วกว่าปกติถึง 20 วัน มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สะดวกในการออกไปข้างนอก โดยเฉพาะช่วงรุ่งเช้าและพลบค่ำ พวกมันจะบินมาเกาะกระจกหน้ารถจนมิด ขณะที่กำแพงอาคารกลายเป็นสีดำจนนายกเทศมนตรีเมืองต้องจัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
จำนวน 300,000 ยูโร หรือ กว่า 11 ล้านบาท เพื่อดำเนินมาตรการกำจัดแมลงริ้นเหล่านี้
ประธานสหกรณ์ชาวประมงของโอเบอร์เตลโลให้สัมภาษณ์ว่า การแพร่ระบาดของแมลงริ้นอาจเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ปลาตายจำนวนมากเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งตามปกติปลาจะกินตัวอ่อนของแมลงชนิดนี้ ทำให้ช่วยลดปริมาณลงได้มาก โดยสาเหตุที่ปลาตายอาจเป็นเพราะปริมาณออกซิเจนในทะเลสาบลดลง
“ตัวริ้น” เป็นแมลงขนาดเล็กมาก ใกล้เคียงกับแมลงหวี่ มีปากเจาะแบบดูดเหมือนยุง ลำตัวสีดำหรือเทาแก่ พบได้ทั่วไปตามชายฝั่งทะเล ชายหาด ป่าชายเลน หลังโดนกัดบางคนอาจมีอาการแพ้ได้มาก เป็นตุ่มแดงคันเหมือนยุงกัด หรือมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำพองใสได้
“ประเทศไทย” ช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์ “โรคไข้โอโรพุช” ในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด หลังพบผู้เสียชีวิต 2 รายแรกของโลกที่ประเทศบราซิล

...
โรคไข้โอโรพุช ไม่ใช่โรคติดต่ออุบัติใหม่แต่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง...การติดต่อของโรคมีแมลงเป็นพาหะ โดยพาหะนำโรคหลัก คือ “ตัวริ้น (Culicoides paraensis)” ซึ่งพบมากในทวีปอเมริกา และยุงบางชนิดสามารถเป็นพาหะของไวรัส OROV ได้
ยังไม่มีรายงานการพบ “ตัวริ้น” ที่เป็น “พาหะหลัก” ในประเทศไทย รวมถึงยังไม่มีรายงานในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังไม่พบหลักฐานการแพร่ระบาดระหว่างคนสู่คน
“ความเสี่ยงหลักของการพบผู้ติดเชื้อในประเทศไทยอาจมาจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาด ซึ่งความเป็นไปได้ยังคงต่ำมาก อีกทั้งความรุนแรงของโรคค่อนข้างน้อย”
ผู้เชี่ยวชาญทางระบาดวิทยาให้ความเห็นว่า ความเสี่ยงการระบาดของโรคนี้ในประเทศไทยค่อนข้างต่ำ แต่ต้องระมัดระวังในกลุ่มผู้เดินทางไปประเทศดังกล่าว ควรป้องกันตนเองไม่ให้ถูกแมลงและยุงกัด

สังเกตอาการภายหลังเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงประมาณ 2 สัปดาห์ หากเจ็บป่วยมีอาการคล้ายโรคไข้เลือดออก คือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ และปวดข้อ ควรรีบไปพบแพทย์
“ริ้น” เป็นแมลงขนาดเล็กที่คนไทยมักมองข้าม หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า...ริ้นบางชนิดเป็นพาหะนำโรคที่ร้ายแรง สามารถสร้างผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์และสัตว์ได้อย่างมากมาย
ภัยเงียบจาก “ริ้น”...ศัตรูตัวจิ๋วที่อันตรายกว่าที่คิด
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมทำให้จำนวนของริ้นในประเทศไทยเพิ่มขึ้น อาจนำมาซึ่งโรค ปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม
พลิกแฟ้มข้อมูลความรู้ “ริ้น”...เป็นแมลงขนาดเล็กที่อยู่ในวงศ์ Ceratopogonidae, Simuliidae ซึ่งมักมีขนาดเล็กกว่ายุง แพร่พันธุ์ในบริเวณที่มีน้ำขัง เช่น หนองน้ำ แหล่งน้ำตามธรรมชาติ พื้นที่ชื้นแฉะ
ชนิดของริ้นที่พบในประเทศไทย ริ้นฝอยทราย (Sand Fly), ริ้นดำ (Black Fly), ริ้นน้ำเค็ม, ริ้นกัดที่พบตามป่าและภูเขา น่าสนใจว่าริ้นบางชนิดอาจไม่ก่อให้เกิดโรค แต่มีหลายชนิดที่เป็นพาหะนำโรคที่ร้ายแรง เช่น โรคลิชมาเนีย โรคเท้าช้าง และอาการแพ้อย่างรุนแรง

ยกตัวอย่าง...ริ้นฝอยทราย พาหะนำโรคลิชมาเนีย เป็นโรคปรสิตที่เกิดจากเชื้อ Leishmania spp. ซึ่งแพร่กระจายผ่านการกัดของริ้นฝอยทราย อาการอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษา
...
ลักษณะอาการ...แผลพุพองที่ผิวหนังเรื้อรัง ติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้เกิดอวัยวะภายในอักเสบ มีไข้สูง อ่อนเพลีย น้ำหนักลด พบมากในพื้นที่ภาคอีสานและชายแดนไทย–เมียนมา
ถัดมา...ริ้นดำ พาหะนำโรคเท้าช้าง เกิดจากพยาธิฟิลาเรีย Wuchereria bancrofti ที่แพร่เชื้อผ่านการกัดของริ้นดำ ลักษณะอาการแขน ขา หรืออวัยวะเพศบวมโตผิดปกติ การอุดตันของต่อมน้ำเหลือง ทำให้เกิดความพิการถาวร ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง พบมากในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกของไทย
การแพ้พิษจากริ้นกัด...อาจมีอาการแพ้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงขั้นรุนแรง พิษจากริ้นบางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการคล้ายอาการแพ้แมลงสาบหรือยุง
ลักษณะอาการจะมีผื่นแดง คัน บวม...อาการแพ้รุนแรง เช่น หายใจติดขัด หัวใจเต้นเร็ว แผลติดเชื้อหากเกาและไม่ได้ทำความสะอาด พบมากในพื้นที่ชื้น เช่น ป่าโกงกาง แหล่งน้ำ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์
ถึงตรงนี้ให้รู้ไว้อีกว่าปัจจัยที่ทำให้ประชากรริ้นเพิ่มขึ้นในประเทศไทย สำคัญคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ...อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้วงจรชีวิตของริ้นสั้นลงและเพิ่มอัตราการแพร่พันธุ์...ฤดูฝนที่ยาวนานขึ้นสร้างแหล่งเพาะพันธุ์ที่เหมาะสมให้ริ้นขยายตัวอย่างรวดเร็ว นับรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของแหล่งน้ำ

...
การสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ ส่งผลให้ริ้นมีแหล่งวางไข่มากขึ้น...ระบบนิเวศที่ถูกรบกวน ทำให้ศัตรูตามธรรมชาติของริ้นลดลง และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือการขยายตัวของชุมชนเมือง การเกษตร การตัดป่า...การสร้างบ้านเรือนในพื้นที่ริ้นอาศัย ทำให้ริ้นเข้ามาใกล้ชุมชนมากขึ้น
การเลี้ยงสัตว์ เช่น วัว ควาย แพะ เป็นแหล่งอาหารและช่วยให้ริ้นขยายพันธุ์ได้ดีขึ้น.
คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม