คำว่า ทุคติ แปลตามภาษาบาลี “ไม่ดี” ชาวพุทธถูกสอนให้เชื่อว่า หากทำจิตไม่ดี ตอนตายก็จะไปสู่ภพภูมิที่ “ไม่ดี” จำพวก นรก เปรต เดรัจฉาน นั่นกระมัง!

กรณี ผอ.โรงเรียน แค้นอดีตเมียที่ตีจากไปอยู่กับผัวใหม่ ตามไปฆ่าสี่ศพยกบ้าน...ชัดเจนเลยครับ ไม่แค่ตัว ผอ.จะตายไม่ดี ก็เป็นเหตุให้ พลอยคนอื่นๆตายไม่ดีไปด้วย

ตอนแค้นวางแผนฆ่า ที่จริง ผอ.ตกนรกไปแล้ว ภาษาชาวบ้านว่า ตกนรกทั้งเป็น

ผมฟังข่าวแล้ว ก็เศร้า คนมีการศึกษาระดับผู้บริหารครู ถ้าเป็นบัว ก็น่าจะเป็นบัวที่ปริ่มน้ำรอเวลาบาน ไม่ใช่บัวใต้น้ำ ที่รอเวลาเป็นอาหารปลาและเต่า

แม่เพื่อนผม เจี๊ยบช่างภาพทำเนียบของไทยรัฐ เผาที่วัดกล้วย บางกรวย ไปเมื่อวันศุกร์ เจี๊ยบเล่า ตอนเช้ามืดแม่ปวดท้องอาเจียน...ทำเอาลูกๆใจไม่ดี เช้าสายแม่เริ่มสบายตัว ดับไฟให้แม่นอน

แม่คุยกับพ่อพักใหญ่ จนเงียบไป บ่ายเปิดไฟจึงรู้ แม่ลาพ่อ ลาลูกๆไปแล้ว

แม่เจี๊ยบไปแบบสบายๆ นี่อีกตัวอย่างของการตายแบบ “ไปดี” ที่มีผลมาจากการมี “จิตดี”

ผมเศร้ากับความตาย...พยายามค้นหาธรรมะ น่าจะมีสักข้อ? สำหรับบัวปริ่มน้ำ...บางคนฟังแล้ว อาจปรับระดับจิต จากความแค้นคิดฆ่า มาเป็นความเมตตาให้อภัย นำไปถึงการตัดใจ...ละวาง

มีธรรมะชุดหนึ่ง...สำหรับพระบวชใหม่ อุปัชฌาย์ ท่านจะสอน ให้ท่องตาม เกศา โลมา นขา ทันตา ตโจ (ผมขนเล็บฟันหนัง) คนเคยบวชก็ท่องตามง่ายๆ ไม่รู้เลย ท่านอุปัชฌาย์สอนกรรมฐานขั้นต้น

พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์สมเด็จพุทธโฆศาจารย์ (ป..ปยุตโต) อธิบายศัพท์ ตจปัญจกกัมมัฏฐานว่า กรรมฐานมีหนังเป็นคำรบที่ห้า คือ กรรมฐานที่ท่านสอนให้ พิจารณาส่วนของร่างกาย 5 อย่าง คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง โดยความเป็นของปฏิกูล หรือ...โดยความเป็นสภาวะอย่างหนึ่งๆ ตามที่มันเป็นของมัน

...

ไม่เอาใจเข้าไปผูกพัน แล้วคิดวาดภาพใฝ่ฝัน ตามอำนาจกิเลส

ที่จริงผมเคยฉุกใจ...เอาคำ เกสา โลมา ฯลฯ ไปคิดไปทบทวน ในใจ ขณะนั่งสมาธิมานานแล้ว

ตอนมโนถึงเกสา ผมก็เอาความรู้ที่ว่า ผมคนเราหลุดร่วงทุกวัน วันละร้อยสองร้อยเส้น...หลายเส้นติดหวี อีกหลายๆเส้นไปร่วงไปหล่น ในร่องพื้นบ้าน ในถังขยะ หรือกำลังไปกับรถขนเทศบาล...แล้วเอ้า! ถูกเผาอยู่ในกองขยะ

ที่แน่ๆ ไม่ว่าเส้นผมจะอยู่ที่ไหน แต่ทันทีที่มันหลุดไปจากหัวเรา...ก็ไม่ใช่ ผมของเราอีกต่อไป

จบจากผม...มโนต่อถึง ขน เล็บ...สมมติเอาเล็บ...ก็เพิ่งตัดไปเมื่อวานซืน...ชัดเลย ขยะเล็บนั้น ก็ไม่ใช่ส่วนหนึ่งที่ปลายนิ้วของเรา อีกแล้ว

ฟัน หลายซี่ถูกถอน อีกไม่กี่ซี่ที่เหลือ ก็มีเค้าจะโยกคลอน และจะถูกหมอฟันถอนต่อไป

พิจารณาวิธีเดียวกัน ฟันเหล่านั้น...ไม่ใช่ฟันของเรา ส่วนที่เหลือ ที่เราเคยคิดว่าเป็นของเรา ก็คงต้องอยู่และดูแลมันเรื่อยไป จนกว่าถึงวันสุดท้าย

นี่เป็นวิธีคิดตามความเป็นจริง สรุปได้โดยไม่มีข้อแย้ง...ไม่ว่า เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ เอาเข้าจริงๆ ไม่มีอะไรเป็นของเรา ทุกสิ่งเป็นอนัตตา...เราไม่ได้เป็นนั่นเป็นนี่ นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา นั่นไม่ใช่ของๆเรา

ที่เราเผลอคิดว่าเป็นของเรา เพราะหลายสิ่งให้บังเอิญมารวมอยู่ ด้วยกัน ระหว่างที่ยังอยู่ ก็ทำตามหน้าที่ใครหน้าที่มัน

นี่แค่กัมมัฏฐานขั้นต้น...ทบทวน เข้าถึงให้ลึกซึ้งถึงความจริง...

จิตที่พลุ่งพล่าน ฟุ้งซ่าน ก็จะสงบเข้าที่ปล่อยวาง...ได้ เมื่อจิตดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย เราก็ได้อยู่ภพภูมิที่ดี

ที่พูดๆกัน สวรรค์ในอก นรกในใจ มนุษย์เราหาได้เองทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องดิ้นรนหาจากที่ไหนเลย.

กิเลน ประลองเชิง

คลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม