"รองเต่า" เผยคืบหน้าทุจริตยาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ยันมีหลักฐานแน่นเอาผิดได้-เร่งขยายผลหาขบวนการที่เหลือ ส่วนผู้ต้องหาประกันตัวในชั้นตำรวจแล้ว 7 ราย เหลืออีก 1 รายที่ยังหาเงินมาประกันตัวอยู่

กรณีการจับกุม 8 ผู้ต้องหาคดีทุจริตเบิกจ่ายยาของโรงพยาบาลทหารผ่านศึก มีทั้งพันเอกหญิง, แพทย์หญิง พยาบาล และเจ้าหน้าที่ พร้อมยึดของกลางมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าว่า จากการสอบสวนแพทย์หญิง หรือ น.ส.บรินดา ไม่ขอให้การ แต่จะขอทำคำให้การส่งมาให้ภายหลัง ส่วนพันเอกหญิง หรือน.ส.กัญยารัตน์ ขอให้การในชั้นศาล ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่รับซื้อยานั้นให้การภาคเสธ ยอมรับว่าซื้อจริงเพราะคิดว่าเป็นยาที่ถูกต้อง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ส่วนจะมีผู้ต้องหาในขบวนการอื่นๆ อีกหรือไม่ จากข้อมูลที่ทำกันอยู่ คาดว่าน่าจะยังมีอีกขบวนการ ขณะนี้ประสานให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบการเบิกจ่ายที่ผิดปกติ คาดว่าน่าจะมีการจับกุมในเฟส 2 นอกจากนี้ยังทราบจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ด้วยว่า ยังพบการทำธุรกรรมที่ผิดปกติลักษณะเดียวกันอีกหลายแห่ง

ส่วนกรณีนายสมปราช เคนถาวร และน.ส.สุรีย์ ถิรนุทธิ ที่เป็นยี่ปั๊วเถื่อน ไม่ได้จดทะเบียน ไม่มีใบอนุญาต ทราบว่ารับซื้อยามาจากตลาดมืด ก่อนนำออกขาย โดยพบมีหลักฐานจำนวนมาก ทั้งจากแชทไลน์ และโทรศัพท์

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับตลาดมืดยาเถื่อนมีอยู่เยอะ เพราะเมื่อมีผู้ต้องการยาบางชนิด แต่หาไม่ได้ตามร้านขายยาทั่วไป จะสามารถหาได้ในตลาดมืด แม้ราคาแพง หรืออาจถูกกว่า ทำให้ร้านค้าในตลาดมืดจะสมประโยชน์กัน ข้อมูลจากการตรวจค้นร้านค้าทั้งหมด พบหลักฐานทั้งแชทไลน์ เส้นทางการเงิน บันทึกข้อมูลการซื้อขายกันไว้ ส่วนนี้จะต้องมาพิจารณาว่าจะสามารถเอาผิดใครได้อีกหรือไม่ ส่วนประเด็นคดีฟอกเงิน ตำรวจต้องทำงานอย่างต่อเนื่องต่อไป

...

ให้ประกัน พ.อ.หญิง-พญ. หัวขบวนทุจริตยาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ไม่กังวลยุ่งเหยิงหลักฐาน

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่ออีกว่า การเข้าตรวจค้นเมื่อวานนี้บางจุดไม่เจอยาเป้าหมาย แต่เจ้าหน้าที่ต้องการให้สังคมรับทราบว่า สิ่งที่ร้านยาเหล่านี้ทำ คือการไปหายามาจากตลาดมืด แล้วนำออกขายให้กับประชาชนทั่วไป สำหรับผู้ต้องหาในเครือข่ายดังกล่าว เบื้องต้นยังมีเพียงเท่านี้ ส่วนจะมีมากกว่านี้หรือไม่เป็นเรื่องของการสอบสวนเพิ่มเติม หากพบมีใครเกี่ยวข้องอีกก็จะเรียกตัวมาสอบปากคำกันต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนลูกทีมที่เหลือต้องเรียกตัวเข้ามาสอบสวนด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ป.ป.ท. ระบุว่าอาจจะจบแล้ว แต่จากการทำงานร่วมกัน และเคยคุยกันว่า จะต้องดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแถว 2 แถว 3 หรือไม่ซึ่งมีจำนวนมาก เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการต่อไป แต่ขณะนี้ยังเน้นไปที่ตัวการสำคัญที่ได้รับเงินผลประโยชน์ไปจริงๆ ส่วนเหยื่อที่ถูกหลอกไปว่าทำแล้วไม่ผิด เพราะมีการจ่ายยาถูกต้อง เรื่องนี้จะต้องมาดูเจตนากันว่าเป็นอย่างไร

"กลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดี เพราะเราต้องการเปิดโปงให้สังคมรับทราบถึงขบวนการที่เลวร้าย ผู้มีวิชาชีพมีจรรยาบรรณจะต้องทำหน้าที่ของตัวเอง แต่กลับมาประพฤติมิชอบ ต้องดำเนินคดีกับผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นลำดับแรก ส่วนผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆ อยู่ระหว่างการพิจารณา" รองผบช.ก.กล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังกล่าวอีกว่า กรณีของน.ส.บรินดา อาจระวังตัวทำให้ไม่มีเส้นทางการเงินไปถึง แต่พนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเกี่ยวข้องและมีผลประโยชน์ร่วม สำหรับพยาบาลที่ทำหน้าที่ตรวจเอกสาร เบื้องต้นพิจารณาแล้วว่าใครจะเป็นพยาน หรือใครเป็นผู้ต้องหา สำหรับตัวการสำคัญคือ น.ส.กัญยารัตน์ และน.ส.บรินดา ที่จะต้องเอาผิดให้ได้ ส่วนกรณีให้ประกันตัวผู้ต้องหา ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน รวมทั้งผู้ต้องหาบางรายมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง บางรายยังรับราชการอยู่ รวมทั้งให้ความร่วมมืออย่างดีอีกด้วย การให้ประกันตัวออกไปจึงไม่น่ากังวลว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เพราะมีพยานหลักฐานที่เพียงพอและละเอียด เนื่องจากทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน หากพบมีการข่มขู่ หรือไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่จะพิจารณาถอนประกัน ส่วนจะมีผู้บงการใหญ่กว่านี้หรือไม่ ยังไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้งไป แต่เท่าที่ตรวจสอบขณะนี้ยังไม่พบผู้บงการที่ใหญ่กว่านี้

"คดีนี้ถือเป็นการทำผิดที่เป็นปัจเจกบุคคล ไม่อยากให้เหมารวมทั้งองค์กร เพราะยังมีแพทย์อีกกว่าร้อยคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย" พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นอกจากนี้ยังผู้ต้องหาอีก 4 คนที่พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว โดยให้ความร่วมมือ พร้อมให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีด้วย ทั้งหมดยอมรับว่าเป็นเพียงลูกข่าย ทางตำรวจจึงปล่อยตัวชั่วคราวไปแล้ว

ล่าสุดมีผู้ต้องหาไปแล้ว 7 ราย ขอยื่นประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนแล้ว ประกอบด้วย แพทย์หญิงหรือ น.ส.บรินดา อุจวาที อายุ 48 ปี ประกันตัว มูลค่า 400,000 บาท พันเอกหญิง หรือน.ส.กัญยารัตน์ จิตต์ประสงค์ อายุ 59 ปี ประกันตัว มูลค่า 400,000 บาท นายสมปราช เคนถาวร อายุ 49 ปี ประกันตัว มูลค่า 250,000 บาท ร.ต.หญิง ภาวนา เคนถาวร อายุ 49 ปี ประกันตัว มูลค่า 250,000 บาท น.ส.สุรีย์ ถิรนุทธิ อายุ 50 ปี ประกันตัว มูลค่า 400,000 บาท นายสมพงศ์ กิจเจริญไพศาล อายุ 53 ปี ประกันตัว มูลค่า 400,000 บาท นายทินกร จันทร์เมือง อายุ 49 ปี ประกันตัวโดยเช่าหลักทรัพย์และเงินสด รวมมูลค่า 300,000 บาท ส่วนน.ส.อภิญญา จรจรัส อายุ 56 ปี ยังไม่ได้รับการประกันตัวเนื่องจากอยู่ระหว่างหาเงินในการประกันตัว

...