สกลนคร - รองผู้การฯ เรียกประชุมด่วน ระดมชุดสืบสวนเร่งคลี่คลายคดีฆาตกรรมอำพราง หนุ่มวัย 32 ปี จัดฉากเป็นอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน หวังเอาเงินประกัน 14 ล้านบาท คาดมีผู้ร่วมขบวนการอีก หลังจับกุมได้แล้ว 3 ราย

จากกรณีที่ตำรวจ สภ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยสามารถจับกุมตัวได้ 3 ราย และอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 1 ราย หลังตัวแทนบริษัทประกันภัยจากบริษัทต่างๆ และบริษัทประกันภัยกลาง เข้าร้องเรียนที่ ภ.จว.สกลนคร เนื่องจากพบความผิดปกติในการทำประกันภัยในคดีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมาเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นพบพิรุธหลายประการที่เชื่อว่าน่าจะเป็นการฆาตกรรมอำพรางเพื่อหวังเงินประกัน จนนำมาสู่การขอหมายจับและจับกุมผู้ต้องหา

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เวลา 13.00 น. วันที่ 9 มีนาคม 2568 ที่ห้องประชุม สภ.ศรีวิชัย อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร พ.ต.อ.จิรโรจน์ โรจน์ภานุพัชร์ รอง ผบก.ภ.จว.สกลนคร เรียกประชุมด่วนชุดสืบสวน ภ.จว.สกลนคร สภ.วานรนิวาส และ สภ.ศรีวิชัย เร่งคลี่คลายคดีสำคัญ หลังจากเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2568 ได้มีตัวแทนบริษัทประกันภัยจากบริษัทต่างๆ และบริษัทประกันภัยกลาง ได้เดินทางมาที่ ภ.จว.สกลนคร เพื่อยื่นหนังสือให้ตรวจสอบความผิดปกติของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2568 เป็นเหตุให้นายวิเชียร จิตเย็น อายุ 32 ปี ที่อยู่ 150 ม.15 ต.วานรนิวาส อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ ว่ามีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุหรือไม่อย่างไร

โดยพบข้อพิรุธหลายประเด็น บริษัทประกันภัยได้ตรวจสอบรถยนต์ทั้งสามคันแล้วว่ามีการทำประกันภัยไว้หลายกรมธรรม์และหลายบริษัทในระยะเวลาก่อนเกิดเหตุไม่นานคือ ภาคบังคับ 22 กรมธรรม์ วงเงินประกันภัยที่น่าจะได้รับประมาณ 14 ล้านบาท ซึ่งต่อมาสืบสวน ภ.จว.สกลนคร ได้ทำการสืบสวนจนพบความผิดปกติ และนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย โดยสามารถจับกุมได้เมื่อวานนี้ 3 ราย คือ นายสมศักดิ์ โวเบ้า ชาวอำเภอพังโคน สกลนคร, นายพีรพัฒน์ รักกุศล, นายสกล สอนแก้ว ชาวอำเภอวานรนิวาส สกลนคร ส่วนนายพรชนก อ่อนสุระทุม อยู่ระหว่างหลบหนี ตร.กำลังตามล่าตัว โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ

...

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พ.ต.อ.วีระศักดิ์ พิมพ์มีลาย รอง ผบก.ภ.จว.สกลนคร เปิดเผยว่า หลังจากได้รับการร้องเรียนจากตัวแทนบริษัทประกันภัยหลายแห่ง พล.ต.ต.สมจิตร เหล่ามงคลนิมิต ผบก.ภ.จว.สกลนคร ได้แต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนทันที จนนำมาสู่การออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาได้ดังกล่าว ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นคดีนี้น่าจะเป็นการฆาตกรรมอำพราง เนื่องจากบาดแผลของผู้เสียชีวิตมีร่องรอยคล้ายถูกทำร้ายหรือร่องรอยเกิดจากอุบัติเหตุก็ยังไม่ชัดเจน ซึ่งยังคงต้องรอผลการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนมากกว่านี้ ส่วนผู้ร่วมขบวนการนั้นน่าจะมีมากกว่า 4 คนที่ออกหมายจับไปแล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านผู้เสียชีวิต ที่ บ.สุวรรณคีรี ม.15 ต.วานรนิวาส อ.วานรนิวาส เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไปพบนางจันที อายุ 56 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต บอกกับผู้สื่อข่าวว่า นายวิเชียร ผู้ตาย ซึ่งเป็นลูกชายของตนนั้น มีพฤติกรรมเสพยาเสพติดจนมีอาการก้าวร้าว มักก่อเหตุทำร้ายพ่อแม่และหลานชายที่เป็นลูกของนางสาวบัวเรียน พี่สาว อยู่เป็นประจำ จนได้เคยนำตัวเข้ารักษามาแล้ว วันที่นายวิเชียรเสียชีวิตนั้น ตอนบ่ายมีคนชื่อ เมฆซึ่งเป็นหลานเขยมารับไป โดยที่ตนเองก็ไม่รู้ว่าไปไหน จนกระทั่งช่วงดึกนางสาวบัวเรียน พี่สาวผู้ตายบอกกับตนว่า มีคนมาโทรมาบอกว่า นายวิเชียรตกรถจนเสียชีวิต ส่วนเรื่องประกันอะไรต่างๆ นั้น ตนเองไม่รู้ ทุกอย่างลูกสาวตนเป็นคนจัดการ

บริษัทประกันพบความผิดปกติ

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2568 เวลาประมาณ 14.00 น.ได้มีตัวแทนบริษัทประกันภัยจากบริษัทต่างๆ และบริษัทประกันภัยกลาง ได้เดินทางมาที่ ภ.จว.สกลนคร เพื่อยื่นหนังสือให้ตรวจสอบความผิดปกติของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2568 เป็นเหตุให้นายวิเชียร จิตเย็น อายุ 32 ปี ถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ ว่ามีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุหรือไม่อย่างไร โดยพบข้อพิรุธบางอย่างหลายประเด็น บริษัทประกันภัยได้ตรวจสอบรถยนต์ทั้งสามคันแล้วว่ามีการทำประกันภัยไว้หลายกรมธรรม์และหลายบริษัทในระยะเวลาก่อนเกิดเหตุไม่นาน คือ ภาคบังคับ 22 กรมธรรม์ วงเงินประกันภัยที่น่าจะได้รับประมาณ 14 ล้านบาท ดังนี้ รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน กพ 2576 สกลนคร มีความคุ้มครอง พ.ร.บ. ภาคบังคับ 12 กรมธรรม์ กับบริษัทประกันภัย 12 บริษัท รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน บษ 1720 กาฬสินธุ์ มีความคุ้มครอง พ.ร.บ. ภาคบังคับ 5 กรมธรรม์ กับบริษัทประกันภัย 5 บริษัท, รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ผผ 2872 อุดรธานี มีความคุ้มครอง พ.ร.บ. ภาคบังคับ 5 กรมธรรม์ กับบริษัทประกันภัย 5 บริษัท ซึ่งประเด็นของคดี น่าเชื่อว่าเกิดจากการฆาตกรรมอำพรางเพื่อหวังเงินจากการทำประกัน พ.ร.บ. รถยนต์

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 21.10 น. พ.ต.ท.นันท์มนัส โพธิ์ศรี สว.(สอบสวน) สภ.วานรนิวาส ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกัน ที่บริเวณถนนระหว่างบ้านนาบัว-เจริญศิลป์ กม.ที่ 15 ต.ธาตุ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงได้เดินทางไปที่เกิดเหตุเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบศพนายวิเชียร นอนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวน ทราบว่า นายสมศักดิ์ อายุ 56 ปี ขับรถยนต์กระบะ ป้ายทะเบียน กพ 2576 สกลนคร โดยมีนายวิเชียรฯ ผู้ตายนั่งโดยสารกระบะหลังไปด้วย โดยขับจากบ้านนาบัวมุ่งหน้าไปทาง อ.เจริญศิลป์ ขณะเดียวกันนั้น มีนายพรชนก อายุ 41 ปี ขับรถ ป้ายทะเบียน บษ 1720 กาฬสินธุ์ ขับตามหลังรถของนายสมศักดิ์ไปในทางเดียวกัน โดยได้ลากจูงรถยนต์ ป้ายทะเบียน ผผ 2872 อุดรธานี ไปด้วย และมีนายพีรพัฒน์ เป็นผู้ควบคุมรถ ขณะเกิดเหตุ นายวิเชียรฯ ผู้เสียชีวิต ได้พลัดตกจากหลังรถกระบะ นายพรชนกที่ขับรถกระบะตามหลังมา เมื่อเห็นมีวัตถุตกหล่นจากรถคันหน้า จึงได้หักพวงมาลัยรถหลบพ้นร่างนายวิเชียรฯ แต่รถยนต์ที่ถูกลากจูงไปได้ทับร่างของนายวิเชียรฯ เมื่อขับรถไปได้ประมาณ 500 เมตร นายสมศักดิ์ที่ขับกระบะที่มีนายวิเชียรอยู่ด้านหลังกระบะ ได้จอดรถเพื่อดูนายวิเชียร แต่ที่หลังรถกระบะไม่มีนายวิเชียรอยู่แล้ว จึงได้กลับไปยังที่เกิดเหตุ ก็พบว่านายวิเชียรฯ เสียชีวิตแล้ว พ.ต.ท.นันท์มนัส โพธิ์ศรี สว.สอบสวนฯ สภ.วานรนิวาส จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา นายสมศักดิ์ นายพรชนก และนายพีรพัฒน์ ว่าขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยผู้ต้องหาทั้งสามให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

พี่สาวผู้ตายให้เบาะแส

จากการสอบถาม นางสาวบัวเรียน อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของนายวิเชียร ผู้ตาย จึงทราบว่าก่อนเกิดเหตุประมาณเดือนตุลาคม 2567 นายสกล อายุ 38 ปี ชาว ต.คูสะคาม อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ซึ่งเป็นญาติได้เข้ามาช่วยเหลือเกี่ยวกับเงินประกันภัยของบิดา จึงได้พูดคุยปรับทุกข์กับนายสกล ถึงพฤติกรรมของนายวิเชียร ผู้ตายที่ชอบทำร้ายบิดามารดาและบุตรชายของ น.ส.บัวเรียน จึงได้พูดออกไปด้วยอารมณ์โมโหว่า “ช่วยเอามันไปตายไหนก็ได้เพื่อสั่งสอน” โดยไม่ได้มีเจตนาทำตามที่พูด

...

หลังจากนั้นนายสกล ได้โทรศัพท์มาหา น.ส.บัวเรียน บอกว่าจะพานายวิเชียรไปสั่งสอนแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ต่อมาในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 เวลาก่อนเที่ยงวันนายสกล ได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าจะมาเอานายวิเชียร ผู้ตายไปสั่งสอน ซึ่งวันนั้นตนไม่ได้อยู่บ้านไปตัดมันสำปะหลัง คาดว่านายสกล ได้มารับนายวิเชียร ไปสั่งสอน จากนั้นเวลา 23.00 น. ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่านายวิเชียร ได้เกิดอุบัติเหตุตกจากรถยนต์เสียชีวิต เมื่อเดินทางไปถึงโรงพยาบาลได้ยืนยันว่าใช่เป็นน้องชายจริงและไม่ติดใจสาเหตุการตายและไม่ต้องการชันสูตรพลิกศพ เชื่อว่าการตายเกิดจากนายสกล เป็นผู้กระทำแน่นอน และได้มารับศพที่โรงพยาบาลเพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และได้เดินทางไปชี้ตัวผู้ต้องหาที่ สภ.วานรนิวาส โดยยืนยันตัวตนผู้ต้องหา และมีการตกลงกันว่าจะชดใช้เงินเพื่อช่วยเหลือ จำนวน 150,000 บาท ให้กับน.ส.บัวเรียน

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2568 ขณะที่ น.ส.บัวเรียน อยู่ที่บ้านพัก ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายมาสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายวิเชียร น.ส.บัวเรียน สำนึกผิด และสงสารที่นายวิเชียร ซึ่งน้องชายแท้ๆ เสียชีวิตโดยไม่เป็นธรรม เนื่องจากถูกนายสกล กับพวกฆ่าตาย น.ส.บัวเรียนจึงเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ความจริงที่เกิดขึ้นเพื่อประกอบการดำเนินคดี