ชลบุรี แฉคลิปเสียงหลุด ทหารขอเจรจาตำรวจ ขอกำลังพลทั้ง 3 นายกลับ อ้างนายสั่งให้มารับตัว กลับไปขังที่หน่วย ตำรวจลั่น “ผมให้เกียรติพี่นะ แต่พี่ต้องเข้าใจผม” ขณะที่ความคืบหน้าทางด้านคดี ตำรวจนำตัวจ่าทหารเรือเมาขับ ส่งฟ้องศาลแล้ว
จากกรณี เมื่อเวลา 23.54 น. ของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 พ.ต.ต.พรชัย เหลือผล สว.(สอบสวน) สภ.พลูตาหลวง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกันได้รับความเสียหาย เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มุ่งหน้าเข้าพลูตาหลวง
โดยรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีน้ำตาล ทะเบียน งจ 7421 ชลบุรี ของ น.ส.ธารญา เชื้อแถว โดนชนได้รับความเสียหายบริเวณหลังด้านขวา ใกล้กันพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน กต 5660 กาญจนบุรี มีจ่าเอกเกรียงศักดิ์ แต่กลาง สังกัดหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ได้รับความเสียหายด้านหน้า ในสภาพมึนเมา เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปยัง สภ. เพื่อทำการตรวจเป่าแอลกอฮอล์ ขณะนั้นได้มีรถกระบะตราสมอ ติดไซเรน ข้างรถเขียนว่า สอ.รฝ. มาจอดพร้อมกำลังพลทหาร จำนวน 6 นาย สะพายข้างพกอาวุธปืนยาว M-16 ลงมาพร้อมจะเข้าควบคุมสถานการณ์ ก่อนนำตัวจ่าเอกเกรียงศักดิ์ พร้อมพลทหาร 2 นาย มายัง สภ. เพื่อดำเนินคดี

...
เมื่อถึง สภ.พลูตาหลวง จ่าเอกคนดังกล่าวอยู่ในสภาพมีอาการมึนเมา พูดจาไม่รู้เรื่องโดยมีเจ้าหน้าที่ชุดทหารคุมมา แต่พอมาถึง จ่าเอกคนดังกล่าวได้เดินตรงมาหาผู้สื่อข่าวท้องถิ่น ที่กำลังบันทึกภาพ ในลักษณะเดินปรี่ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ทหารที่ถืออาวุธปืนยาวอยู่หน้าโรงพัก พร้อมประสานขอนำตัวจ่าเอกคนพร้อม 2 พลทหารดังกล่าวไปควบคุมตัว เพื่อลงโทษทางวินัย แต่สุดท้ายทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมปล่อยให้จ่าเอกกลับไป เพราะอาจเข้าข่ายเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ก่อนนำตัวจ่าเอกเกรียงศักดิ์ไปเป่าแอลกอฮอล์ ขึ้นสูงถึง 167 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีตามกฎหมาย เมาแล้วขับ นำตัวเข้าห้องควบคุม เตรียมส่งศาลจังหวัดพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนพลทหารทั้ง 2 นาย ที่เดินทางมากับจ่าเอก ทางตำรวจได้ให้เจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวกลับไปสอบสวน เพื่อลงโทษทางวินัยที่ต้นสังกัดต่อไป

ต่อมา เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 ได้มีหนังสือชี้แจงจากสถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี จากกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้น และปรากฏบนสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2568 เวลา 21.40 น. พ.ต.ต.พรชัย เหลือผล สว. (สอบสวน) สภ.พลูตาหลวง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนกันบนถนนสุขุมวิท ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ และได้เชิญตัว จ.อ.เกรียงศักดิ์ มาที่ สภ.พลูตาหลวง เพื่อวัดปริมาณแอลกอฮอล์ และทางหน่วยทหาร หน่วย สอ.รฝ.ได้เดินทางมายัง สภ.พลูตาหลวงจริง แต่ไม่ได้แสดงการข่มขู่ หรือกระทำการใดฯ ที่ส่งผลเสียต่อทางราชการตามที่ปรากฏทางสื่อโซเชียลมีเดียแต่อย่างใด และได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำความผิด
โดยภาพที่ปรากฏว่ามีทหารถือปืนอยู่หน้า สภ.พลูตาหลวง นั้น เป็นทหารเวรรักษาความปลอดภัยของหน่วย สอ.รฝ. กำลังออกตรวจในพื้นที่ของหน่วยงาน และขณะกำลังออกตรวจได้รับแจ้งจาก สก.พลูตาหลวง ว่ามีข้าราชการในสังกัดได้รับอุบัติเหตุ จึงเดินทางมาที่ สภ.พลูตาหลวง ในส่วนเรื่องของคดีความทางสถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวงได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
โดยทางคดี วันนี้ (27 ก.พ.68) ทาง พ.ต.ต.พรชัย เหลือผล สว. (สอบสวน) สภ.พลูตาหลวง จ.ชลบุรี ได้นำตัว จ.อ.เกรียงศักดิ์ ส่งศาลจังหวัดพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา เมาแล้วขับ ส่วนการดำเนินการทางวินัยทหาร คงเป็นหน้าที่ของหน่วยทหารมารับตัวไปดำเนินการต่อ ส่วนพลทหารทั้ง 2 นาย ถูกเจ้าหน้าที่รับตัวไปตั้งแต่เมื่อคืน

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีคลิปเสียงหลุดออกมา เป็นเสียงการสนทนาระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ และนายทหาร โดยมีการพูดคุยว่า ระบุว่า ผู้บังคับบัญชาทาง สอ.รฝ.ประสานมายังเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าว ให้ออกมารับตัวทหารทั้ง 3 นาย กลับไปที่หน่วยเพื่อลงทำโทษ กักขัง โดยพลทหารจะโดนโทษประมาณว่า หนีออกนอกกรมกอง ส่วนจ่าเอกโดยหลายกระทงแน่ๆ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดว่า “ผมให้เกียรติพี่นะ แต่พี่ต้องเข้าใจผม” ก่อนที่ทหารจะยอมเอาไปแค่ 2 พลทหาร ส่วนจ่าเอก ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีไป
...
บางช่วงบางตอนในคลิปเสียงสนทนาดังกล่าว ระบุว่า จริงๆ ผมเสร็จภารกิจตรวจหน่วยก็จบแล้ว ก็พอดี “ท่านรอง” เขาประสานมา ก็เลยมารับตัวน้องกลับ พร้อมระบุอีกว่า ทางหัวหน้าในส่วนของ สอ.รฝ. ประสานมาทางฝ่ายข่าวว่า ให้เอาทั้งน้องทหารกับจ่าไปขังไว้ แต่ยังไม่รู้ว่ากี่วัน พลทหารอาจจะ 15 ประมาณว่า หนีออกนอกกรมกอง