กก.จริยธรรมรับมีมูล เหตุ "สปท.ตบเด็กเสิร์ฟ" พบผิดจริยธรรม-ไม่เป็นแบบอย่างกับ ปชช. เตรียมเรียก "อนุสร" สอบ 21 มี.ค.นี้ คาดได้ผลสรุปก่อนสิ้นเดือน หากร้ายแรง ชงผู้ตรวจฯ เชือดต่อ

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.60 ที่รัฐสภา น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่สอง ในฐานประธานคณะกรรมการจริยธรรม สปท. กล่าวภายหลังการพิจารณา กรณี นายอนุสร จิรพงศ์ สปท.ที่ทำร้ายร่างกายพนักงานร้านอาหาร เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า กรณีดังกล่าวแม้จะไม่มีผู้ร้องมา แต่ตามข้อบังคับของคณะกรรมการจริยธรรม สปท. พ.ศ.2559 ข้อ 7 กำหนดว่า "ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร เชื่อได้ว่ามีการกระทำหรือพฤติกรรมใดที่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือความปรากฏต่อคณะกรรมการ โดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะดำเนินการได้ คณะกรรมการอาจหยิบยกเรื่องนั้นขึ้นมาพิจารณาตามระเบียบนี้ก็ได้" เมื่อคณะกรรมการจริยธรรมฯ ได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

น.ส.วลัยรัตน์ กล่าวว่า คณะกรรมการจริยธรรมฯ เห็นว่า กรณีดังกล่าวมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่คณะกรรมการจริยธรรมฯ จะดำเนินการได้ จึงมีมติให้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาและเห็นว่ามีมูลเพียงพอที่จะพิจารณาต่อไปได้ ว่า การกระทำดังกล่าวอาจมีลักษณะเป็นการฝ่าฝืน การประพฤติและปฏิบัติตนเพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชน และแบบอย่างที่ดีในการรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม รวมทั้งการต้องเคารพกฎหมาย ตลอดจนถึงกรอบของศีลธรรมและจริยธรรมตามข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการ พ.ศ.2558 ประกอบข้อบังคับ สปท. พ.ศ.2558 ข้อ 102 ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการจริยธรรมฯ ได้พิจารณาข้อมูลและหลักฐานแจกสื่อทุกแขนง โดยจะประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งในวันที่ 20 มี.ค. และขอข้อมูลการลงบันทึกประจำวันจาก สน.บางซื่อ มาร่วมพิจารณาด้วย ทั้งนี้คงไม่ต้องเชิญผู้เสียหายมา เพราะได้ข้อมูลจากการลงบันทึกประจำวันแล้ว และเชิญนายอนุสรมาชี้แจงข้อเท็จจริงในวันที่ 21 มี.ค.นี้ คาดว่าในสัปดาห์ถัดไปจะสามารถสรุปผลได้

...

น.ส.วลัยรัตน์ กล่าวอีกว่า หากที่ประชุมพิจารณาเสร็จจะนำเสนอข้อสรุปต่อประธานสปท. เพื่อให้ที่ประชุม สปท.พิจารณา โดยความผิดในกรณีนี้จะมีตั้งแต่ว่ากล่าว การตักเตือน การประณาม และหากพบว่ามีความผิดร้ายแรง จะส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตามในชั้นนี้หากมีสมาชิก สปท. 25 คน เข้าชื่อต่อประธาน สปท. หากเห็นว่าสมาชิกได้ทำความเสื่อมเสียเกียรติต่อ สปท. เพื่อให้พ้นจากสมาชิกภาพได้ก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องรอผลของคณะกรรมการจริยธรรมฯ.