กูเกิลกำลังขยายการใช้งานผลการค้นหาแบบสร้างสรรค์จาก AI ให้มากขึ้น โดยการค้นหาลักษณะนี้ มีความคล้ายกับโหมดค้นหาของ ChatGPT
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กูเกิลประกาศว่า AI Overviews กำลังจะถูกนำไปใช้กับระบบค้นหาใน Google Search มากขึ้น โดยเริ่มต้นจากคำถามด้านคณิตศาสตร์ขั้นสูง การเขียนโค้ด และการค้นหาแบบมัลติโมดัล (Multimodal) ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการใช้โมเดลที่ล้ำหน้ากว่าเดิมอย่าง Gemini 2.0 ที่ช่วยให้ AI Overviews สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ AI Overviews ยังขยายการเข้าถึงให้กับผู้ใช้ที่อยู่นอกสหรัฐฯ โดยอนุญาตให้ผู้ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบก็สามารถดูสรุปผลการค้นหาที่สร้างขึ้นโดย AI ได้
สุดท้าย กูเกิลกำลังทดลองแชทบอทค้นหา AI แบบเฉพาะทาง คล้ายกับโหมดค้นหาของ ChatGPT และ Perplexity ที่รวมศักยภาพของ Gemini กับความสามารถในการค้นหาแบบเรียลไทม์ของกูเกิล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่อัปเดตที่สุด ฟีเจอร์ใหม่นี้ซึ่งเรียกว่า AI Mode ปัจจุบันมีให้ทดลองใช้งานผ่าน Google Labs
กูเกิลกำลังแสดงให้เห็นว่าการนำขุมพลัง AI เข้าสู่แอปพลิเคชันและบริการทั้งหมดคือหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ธุรกิจของกูเกิล

...
ควรกล่าวได้ว่า AI Mode เป็นความพยายามอย่างชัดเจนของกูเกิลที่จะแข่งขันกับผู้ให้บริการด้านการค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Perplexity และ ChatGPT search mode ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ใช้ที่หันมาใช้แชทบอทเป็นแหล่งข้อมูลหลัก และกำลังคุกคามระบบการค้นหาของกูเกิล อีกทั้งยังเป็นธุรกิจหลักของกูเกิลด้วย
ทั้งนี้ภายใน Google Labs หน้าจอแสดงผลของ AI Mode จะมีแท็บของแอป Google Search พร้อมกับตัวกรองที่คุ้นเคยอย่าง All, Places, Maps และ Images โดยโมเดลที่อยู่เบื้องหลังคือ Gemini 2.0 ที่มีความสามารถในการให้เหตุผล โดยจะทำการแยกแยะคำถามออกเป็นขั้นตอนย่อยๆ เพื่อตรวจสอบและยืนยันคำตอบ ซึ่งช่วยลดการ “หลอน” ของ AI ได้
สำหรับผู้สมัครเป็นสมาชิก Google One AI Premium ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 20 ดอลลาร์สหรัฐ จะได้สิทธิ์เข้าใช้งานก่อนใคร
ที่มา: Mashable