'วันไหว้พระจันทร์' ในเทศกาลนี้ ชาวจีนจะเฉลิมฉลองด้วยการไหว้ดวงจันทร์ในเวลากลางคืน ในบางประเทศ เช่น สิงคโปร์ หรือเวียดนาม จะจัดเป็นประเพณีใหญ่ มีการเฉลิมฉลองด้วยโคมไฟสีแดง เป็นสีสันยามค่ำคืน หรือบางแห่งอาจมีการเชิดมังกร ความเชื่อเหล่านี้ก็อยู่ที่ตามท้องถิ่นกันไป...
ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ ไม่สันทัดในเรื่องนี้ เพราะเป็นคนไทยแท้ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ (ฮ่าๆ) แต่เราหาข้อมูลมาประกอบการไหว้พระจันทร์ให้คุณๆ หนุ่มๆ สาวๆ แล้วจ้า ที่มาของเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ ทำไมต้องฉลอง ทำไมขนมไหว้พระจันทร์ถึงขายดิบขายดีในช่วงนี้ เราไปรู้ที่มาที่ไปของเทศกาลนี้กันเลยค่ะ...

1. เกิดขึ้นในเทศกาลฤดูใบไม้ร่วง
เทศกาลไหว้พระจันทร์ (Moon Festival) รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า เทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง ในภาษาจีนคือ จงชิวเจี๋ย หมายถึง เทศกาลช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่พระจันทร์เปล่งแสงสวยงามที่สุด เป็นเทศกาลตามวัฒนธรรมของชาวจีน เพื่อเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยว จะมีขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ (กันยายนตามปฏิทินสากล) ปัจจุบันเทศกาลนี้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก
...

2. ทำไมต้องไหว้ดวงจันทร์
ประวัติความเป็นมาเพราะคนจีนถูกชาวต่างชาติอย่างมองโกล เอาเปรียบ ขี้โกง กดขี่ข่มเหง และบรรพบุรุษของชาวจีนได้ทำการขับไล่ออกจากประเทศได้สำเร็จในวันที่พระจันทร์ตรงศีรษะพอดีเป๊ะ เลยเป็นที่มา การไหว้พระจันทร์ ในวันไหว้พระจันทร์ คือวันที่ระลึกถึงบรรพบุรุษ เมื่อครั้งกู้ชาติได้สำเร็จ ทำให้คนจีนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจใดๆ ทั้งนี้คนจีนรุ่นก่อนมีการยึดถือและถูกสั่งสอนให้ปฏิบัติ จึงทำให้เกิดธรรมเนียมดีๆ ขึ้น และคาดว่าธรรมเนียมต่างๆ จะส่งมายังคนรุ่นหลัง
3. เป็นวันแห่งครอบครัว
อย่างที่บอกว่าเป็นวันที่พระจันทร์สวยงามที่สุด นั่นจึงเป็นต้นกำเนิดของขนมไหว้พระจันทร์ อันมีลักษณะกลมดุจดั่งดวงจันทร์เต็มดวง และยังถือเป็นอีกหนึ่งประเพณีสำคัญของชาวจีนทั่วโลกที่จะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว และร่วมกินขนมไหว้พระจันทร์ พบปะ พูดคุย และใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกัน

4. อีกตำนานว่า เป็นตำนานแห่งแม่นางฉางเอ๋อ
ตามตำนานเล่าว่า มีเทพธิดาแห่งดวงจันทร์องค์หนึ่ง นามว่า "ฉางเอ๋อ" ซึ่งเป็นหญิงคนรักของโฮวอี้ นักยิงธนูแห่งสวรรค์ ที่ใช้ธนูยิงดวงอาทิตย์ตกลงไปถึง 9 ดวง จากทั้งหมด 10 ดวง ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนบัญชาสวรรค์ จึงโดนลงทัณฑ์ให้ไปใช้ชีวิตธรรมดาเช่นมนุษย์ทั่วไปบนโลกมนุษย์กับฉางเอ๋อ แต่แล้วโฮวอี้ก็ถูกคนสนิททรยศฆ่าตาย ส่วนฉางเอ๋อดื่มน้ำอมฤตเพื่อที่จะมีชีวิตอมตะ แล้วเหาะกลับไปยังดวงจันทร์อีกครั้งตามลำพังด้วยความเศร้าสร้อย
ต่อมากษัตริย์ฮั่นเหวินตี้ แห่งราชวงศ์ฮั่น พระองค์ได้ทรงพระสุบินว่า พระองค์ลอยขึ้นไปเที่ยวชมพระราชวังบนดวงจันทร์ และได้พบกับฉางเอ๋อกำลังร่ายรำอยู่อย่างงดงาม ในพระสุบินนั้น พระองค์ทรงเพลิดเพลินและเกษมสำราญเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งเมื่อตื่นพระบรรทมและโปรดให้พระสุบินนั้นเป็นความจริง จึงมีรับสั่งให้นางสนมแต่งตัวและร่ายรำเลียนแบบเทพธิดาฉางเอ๋อที่พระองค์ได้พบเจอมา
จากนั้นมา การร่ายรำแบบนี้ก็แพร่หลายไปสู่ราษฎรและเป็นประเพณีมาตั้งแต่บัดนั้น โดยหญิงสาวชาวจีนในยุคนั้น จะนิยมสวดขอพรจากฉางเอ๋อ เพื่อให้มีความเยาว์วัยและงดงามตลอดไปดุจดั่งแม่นางฉางเอ๋อ
...
5. ขนมไหว้พระจันทร์นำมาซึ่งเอกราช
ขนมไหว้พระจันทร์เป็นขนมที่ใช้ส่งสารในสมัยนั้น ก่อนที่จะทำการขับไล่ฆ่าชาวมองโกล นำมาซึ่งเอกราชของชาวฮั่น จนกลายเป็นประเพณีการรับประทานและไหว้พระจันทร์ในปัจจุบัน
6. ปีนี้ตรงกับวันไหนนะ?
สำหรับวันไหว้พระจันทร์ของปีนี้ ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินจีน ส่วนปฏิทินสากล ตรงกับวันที่ 24 ก.ย.2561 แต่สำหรับห้างร้านที่ทำขนมไหว้พระจันทร์ ก็เริ่มทำขายกันแล้วตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคมเรื่อยมาแล้ว
ข้อมูล : Wiki
อ่านเพิ่มเติม :ขนมไหว้พระจันทร์ 7 ไส้อร่อยถูกปากคนไทย ปีไหนๆ ก็ต้องซื้อ!
อ่านเพิ่มเติม : รีวิวเที่ยวแขวนโคมไหว้พระจันทร์ ล้ง 1919 ชิมขนมโบราณ 63 ปี