ดูผาดๆ องค์ในคอลัมน์วันนี้ เป็นสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ปรกโพธิ์ แม่พิมพ์ที่ทรวดทรงองค์เอวคล้ายพิมพ์เกศบัวตูม จึงเรียกกันว่า ปรกโพธิ์เกศบัวตูม และดูจะเป็นปรกโพธิ์พิมพ์นิยม ที่พอหาดูได้จนคุ้นตา มากกว่าปรกโพธิ์พิมพ์อื่นๆ
ในยุคแรกๆ เอ้า! เอาเป็นว่า นับ พ.ศ.2500 ก็แล้วกัน สื่อโซเชียลยังไม่ได้ใช้ “ตรียัมปวาย” เขียนในปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่มพระสมเด็จฯ ว่า เป็นแม่พิมพ์ที่มีน้อยที่สุดหาชมได้ยากที่สุด
หลังงานประกวดพระเครื่องธนาคารศรีนคร ซึ่งปลุกวงการพระเครื่องให้ตื่น ปี พ.ศ. 2522 ประจำ อู่อรุณ นำพระเครื่องที่ผ่าน (หลายๆ) งานประกวด ออกในตีพิมพ์เผยแพร่...“พี่จำ” ใช้คำว่ายังหาปรกโพธิ์ องค์ที่แน่ใจมาตีพิมพ์ไม่ได้
ปี 2523 วรเทพ อุดมรัตนศิลป์ พิมพ์ออกมาอีกเล่ม...มีปรกโพธิ์วัดระฆังเกศบัวตูม...องค์หนึ่ง เจ้าของเป็นทหารเรือยศนาวาเอก ต่อมามีข่าวในนิตยสาร องค์นี้เข้าตลาดพระท่าพระจันทร์ ตลาดหนึ่งเดียวตอนนั้น ราคาเจ็ดแสน
เซียนตีเฉไฉไม่ใช่วัดระฆัง เป็นบางขุนพรหมบ้าง แล้วองค์นี้ก็หายเงียบไปนาน..
มาโผล่อีกที เมื่อสองสามปีที่แล้ว ในหนังสือพระเครื่องเล่มดัง ของเช็ง สุพรรณ มีคำบรรยายเปลี่ยนมือกัน 14 ล้าน อือ! ก็ยังถือว่า ได้ใจ...แม้เมื่อเทียบกับวัดระฆังพิมพ์ใหญ่องค์ดังๆ ก็ยังต่ำ
วงการพระเดินไปทำนองนี้แหละครับ... พระพิมพ์หายาก หาองค์แข่งไม่ได้ ก็ไม่กล้าซื้อกล้าขายกัน ราคาก็จึงไม่ดี แต่หากจะคิดกันถึงคุณค่า..ที่จริง น่าจะสูงกว่าพิมพ์อื่นๆเอาด้วยซ้ำน่ะนา!
จนมาถึงวันนี้ ปรกโพธิ์วัดระฆังเปิดโฉมออกมาหลายองค์ หลายพิมพ์ หลายสภาพ คนรักพระสมเด็จก็พอได้เปรียบเทียบความสวยกันไปตามอัธยาศัย ไม่เกร็ง ไม่กลัวเซียนกันเกินไปเหมือนสมัยก่อนๆ
หันมาคุยกันปรกโพธิ์วัดระฆังองค์ในคอลัมน์...คราบฝ้ารักสีน้ำตาลแกมดำยังเหลือหนา ทั้งหน้าหลัง จึงช่วยขับเน้นให้เห็นเนื้อขาวขุ่น ในองค์พระและซุ้มเด่นขึ้น
...
เข้าแว่นเจาะลึกลงในพื้นผนัง ด้านหน้า หลุมร่อง รอยยุบ รอยแยก ยังเห็นชัด จึงไม่เป็นอุปสรรคของคนเป็นพระที่จะตัดสินได้ว่าเป็นพระแท้
โดยองค์รวม องค์นี้เส้นสายลายพิมพ์ คมชัดไปทุกสัดส่วน โพธิ์ยังเห็นเค้าโพธิ์ใบ คลุมพระเกศบัวตูมงาม เส้นสังฆาฏิ เส้นขอบจีวรอ่อนช้อนเข้าหารักแร้ เส้นแยกพระเพลาลงไปถึงเส้นแซมทั้งสองเส้น
เส้นซุ้ม รวมถึงเส้นกรอบกระจกติดคมครบสี่ด้าน..คุณสมบัติเหล่านี้หาดูได้ยากจากองค์อื่น
แต่ความครบครันของเส้นสายลายพิมพ์...ที่ดูได้ว่าเป็นข้อเด่นข้อดีของด้านหน้า...กลับส่งผลไปถึงความผิดปกติที่เป็นข้อด้อยด้านหลัง หลังองค์นี้ คราบฝ้ารักช่วยให้เห็นริ้วรอยของหลังสมเด็จวัดระฆัง ที่เรียก “สังขยา” ชัดเจนขึ้น
ก็ต้องถือว่าปรกโพธิ์วัดระฆังองค์นี้ ทั้งงามทั้งง่าย
แต่ข้อสะดุดใจ..โครมใหญ่ อยู่ขอบทั้งสี่ด้านที่ถูกขัดให้เห็นรอยหยาบๆ ถนัดชัดเจน
ข้อพิจารณา....พระที่ถูกขัดขอบ ขัดหน้า หรือจะขัดตรงไหน..ก็ตาม จะถูกตีว่าเป็นพระเก๊ ที่คนขายตั้งใจขัดแต่งออกขาย กรณีองค์นี้ ก็พอคิดได้ เหลี่ยมคมๆของขอบสี่ด้าน...ขัดตาคนไม่เป็นพระคนนั้น
เป็นข้อพิรุธต่อการพิจารณาพระแท้ก็จริง
แต่..เนื่องจากปรกโพธิ์วัดระฆังองค์นี้ มีคุณสมบัติ ด้านพิมพ์ทรง เนื้อหา และธรรมชาติที่จัดจ้าน ครบครันมาก จึงสามารถหักล้างข้อพิรุธของรอยขัด...ออกไปได้ไม่ยาก คนเป็นพระใส่ตลับขึ้นคอได้อย่างมั่นใจเต็มที่
ไม่อยากบอก แต่ก็จะขอบอก สมเด็จวัดระฆังสภาพนี้ ซื้อมาจากแผงลอยริมถนน ราคาหลักร้อย รู้แล้ว ก็ลองทดสอบสายตา... ถามปัญญาตัวเอง พระสมเด็จวัดระฆังแท้เป็นเช่นนี้จริงฤา?
พลายชุมพล
คลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม