ยังมีความหวัง พ่อแม่ "น้องเนย" ภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องคุ้มครองลูก ให้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ตึกถล่ม
วันที่ 30 มี.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านแสงสุวรรณ ตำบลสามัคคี อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.อทิตยา ยืนยาว หรือ น้องเนย อายุ 23 ปี ผู้สูญหายจากเหตุการณ์ตึกถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 28 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา โดยที่บ้านมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านจำนวนหนึ่งเข้าไปให้กำลังใจกับ นายมะลิ ยืนยาว อายุ 59 ปี และนางดาระณี ประทุมวัน อายุ 53 ปี พ่อแม่ของน้องเนย พร้อมได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและติดตามความคืบหน้าในการค้นหาน้องเนย
ขณะที่พ่อแม่ของน้องเนย ยังอยู่ในอาการโศกเศร้าและรอข่าวดีจากการค้นหาติดตามหาน้องเนยจากซากตึกที่พังถล่ม ซึ่งมีการโทรศัพท์ติดต่อสอบถามกับญาติที่ทำงานอยู่ที่เดียวกันกับน้องเนย และรอดชีวิตจากเหตุการณ์ตึกถล่มมาได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งได้เฝ้าติดตามการค้นหาน้องเนยอยู่ตรงจุดเกิดเหตุตลอดเวลา แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับรายงานว่าน้องเนยอยู่ตรงไหนและสภาพเป็นอย่างไรบ้าง

...
ทางด้าน นายสมชัย บูรณะ ปลัดจังหวัดยโสธร ได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวและญาติของน้องเนยที่บ้านพักด้วย พร้อมกับได้มอบวัตถุมงคลและภาพถ่ายของพระราชวชิรมงคลญาณ หรือ หลวงปู่ประสาร สุมโน เกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดยโสธร เพื่อขอให้น้องเนยปลอดภัย และรับปากว่าขณะนี้ทางจังหวัดยโสธรและส่วนราชการกำลังประสานขอความช่วยเหลือให้เร่งหาน้องเนยให้พบโดยเร็วและเตรียมให้การช่วยเหลือครอบครัวอย่างเต็มที่
ส่วน นางดาระณี เล่าว่า ตนมีลูก 2 คน ซึ่งน้องเนยเป็นลูกสาวคนสุดท้อง หลังเรียนจบระดับ ปวช. อยากจะไปทำงานหาเงินมาจุนเจือครอบครัว โดยน้องเนยบอกว่าจะเป็นงานอะไรก็ทำได้ไม่เลือกงานอยู่แล้ว ตนจึงได้โทรศัพท์สอบถามไปหาญาติที่ทำงานก่อสร้างอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อหางานให้ ญาติจึงแจ้งว่าที่บริษัทฯ รับพนักงานพอดี ซึ่งเป็นพนักงานสโตร์ น้องเนยจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 และไปทำงานอยู่ในไซต์งานก่อสร้างตึก โดยพึ่งจะย้ายเข้ามาทำในตึกของ สตง. ที่พังถล่มได้เพียง 3 วันเท่านั้น
ในแผนกสโตร์ คอยจ่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าให้กับช่างไฟฟ้าที่ทำงานภายในตึกดังกล่าว แต่ก่อนที่น้องเนยจะเดินทางไปกรุงเทพฯ ตนรู้สึกผิดสังเกตว่าน้องเนยไม่ได้เอาเสื้อผ้าไปเยอะนัก บอกว่าจะไปหาเอาใหม่ เครื่องสำอางก็ไม่เอาไป และที่สำคัญกระปุกออมสินของน้องเนยที่วางอยู่หัวที่นอน น้องเนยก็เอามาให้ตนบอกว่าเก็บเอาไว้ไปทำบุญนะ
จากนั้นก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ทันที กระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุในช่วงเที่ยงน้องเนยยังโทรศัพท์มาหาพ่อกับแม่ว่าอยู่ระหว่างพักเที่ยงและกำลังรับประทานอาหารอยู่ที่ชั้น 7 ซึ่งเป็นแผนกสโตร์ แล้วก็วางสายไป กระทั่งตนมาทราบข่าวว่าตึกที่น้องทำงานอยู่ได้ถล่มลงมา จึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามญาติที่ทำงานด้วยกันจึงทราบว่าช่วงเกิดเหตุในระหว่างที่ตัวตึกสั่น
ขณะนั้นพากันทำงานอยู่ชั้น 7 อยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 คน จึงได้พากันวิ่งหนีลงมาถึงชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นลานจอดรถ เพื่อนๆ รวมทั้งญาติที่ไปด้วยกันได้พากันวิ่งข้ามไปยังลานจอดรถได้ทันเวลาพอดี แต่น้องเนยกับเพื่อนอีก 3 คน ที่วิ่งตามหลังกันมาในระหว่างที่กำลังก้าวขาข้ามไปยังลานจอดรถแผ่นพื้นของตึกได้ทรุดตัวลงไปอย่างรวดเร็วและมีแผ่นพื้นจากชั้นอื่นที่อยู่สูงขึ้นไปพังถล่มทับลงมาอย่างแรงจนทำให้ตัวน้องเนยและเพื่อนรวม 3 คน ร่วงตามไปด้วยโดยไม่รู้ชะตากรรม ก่อนที่เพื่อนที่รอดชีวิตพากันวิ่งหนีตายออกจากตัวตึกมาได้ ซึ่งตนก็ยังมีความหวังว่าน้องเนยจะปลอดภัยและรอปาฏิหาริย์พร้อมกับภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องคุ้มครองน้องเนยให้ปลอดภัยด้วย
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะพบน้องเนยในสภาพไหนก็ตาม ก็ยังรักและรอคอยการกลับมาของน้องเนยในทุกสภาพ.