หลังจากที่ ดีเจแมน พัฒนพล ได้ออกมาเปิดเผยผ่านรายการ แฉ ของ มดดำ คชาภา ว่าถูกดาราคนหนึ่งติดต่อเข้ามาเรียกเงิน 14 ล้านบาท เพื่อแลกกับการช่วยให้รอดคดี Forex-3D
ล่าสุด ใบเตย สุธีวัน ก็ได้มาเปิดใจผ่านรายการ แฉ เช่นกัน โดย มดดำ ได้ถามถึงเรื่องนี้ ด้าน ใบเตย ได้พูดว่า
- วันนี้อยากขอความเห็นใจจากพี่ๆ ทุกคน ชีวิตหนูมันแย่มาตลอด มันเจออะไรที่ร้ายๆ มาตลอด วันนี้อะไรที่ไปแตะต้องกับเรื่องราวแย่ๆ หรือต้องไปโยงเกี่ยวกับคนอื่น หนูไม่อยากข้องเกี่ยว ที่ผ่านมามันปวดหัวใจหนูมาก
- เครียดมาก เราเป็นซึมเศร้าหนักมากด้วย พอมาเจออะไรอย่างนี้อีก มันเหมือนภาพเก่าๆ กลับคืนมา ที่ต้องมานั่งพูดหวาดระแวง นั่งกลัว กับการเจออะไรแบบนี้ ก็อยากจะขอความเห็นใจ

- วันนี้ทำงานทั้งวันตั้งแต่ตื่น ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมากมาย อยากจะแยกแยะทุกอย่างในชีวิตให้มันดีที่สุด ก็รู้สึกว่าอย่างที่บอก เห็นใจหนูหน่อย หนูไม่ไหวกับการที่ต้องมานั่งเจออะไรแบบนี้อีก
- ถามว่าสิ่งที่เจอที่ได้รับรู้กันไป ไม่ว่าจะเรื่องอะไรแล้วแต่ สิ่งที่หนูเจอมันเลวร้ายยิ่งกว่านั้นเยอะมาก หนูเจอมากกว่านั้นเยอะมาก อันนั้นไม่ใช่จุดเลวร้ายที่สุด
...
- ต้องยอมรับเรื่องการกระทำลักษณะใครที่มีคดี หนูเชื่อว่าได้รับ DM ทั้งในเฟซบุ๊กและติ๊กต่อกเยอะมาก ทุกคนได้เจอเหตุการณ์นี้มาหมด ไม่เคยเล่าผ่านใครเลย หนูและครอบครัวเจอมาเยอะมากๆ ไม่ใช่แค่เป็นใครหรือใครก็ได้ เจอทุกรูปแบบทุกอาชีพ อยากบอกเป็นอุทาหรณ์ว่าอาชีพนี้มีอยู่จริง และมีคนเจอเยอะมาก ขนาดหนูอยู่ในนั้นอยู่ข้างในหนูยังเจอ
- มันเป็นเรื่องที่เราไม่อยากจำมาตลอด คนที่บอกว่าอยากหวังดีหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้ แต่หวังผลประโยชน์มีเยอะมาก มาทุกรูปแบบ มีทั้งคนปกติและหลายๆ ชนชั้นที่มาอย่างนี้กับเราในวันที่เราเจอคดี มันมีหมด
- เชื่อว่าคดีที่มีชื่อเสียง เจอหมด เขาจะเข้ามาอ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่และให้ความช่วยเหลือได้
- ถามว่าได้คุยกับฟิล์มบ้างไหม ใบเตยบอกว่า ยังไม่ได้คุยรายละเอียดอะไรเลย คือตอนนี้หนูยังไม่ได้อ่านรายละเอียด ว่ามันเริ่มต้นจากอะไรและจบที่ตรงไหน
- ตอนนี้หนูไม่รู้จะพูดอะไร และไม่อยากจะพูดถึงมันด้วย รู้สึกว่ามันมีผลกระทบกับจิตใจหนู ให้หนูไปพูดอะไรเดิมๆ เจอภาพเดิมๆ มันแย่ มันไม่ไหว
- เมื่อถามว่า อยากจะพูดถึงเหตุการณ์นี้ครั้งสุดท้ายว่ายังไง ใบเตยบอกว่า ในมุมของใบเตยโดยส่วนตัวอะไรที่มันเกิดขึ้นแล้ว หรือว่ามันทำให้ชีวิตเราต้องกลับไปเจออะไรแบบเดิมๆ หนูรู้สึกว่าอยากให้มันจบลงตรงนี้ แล้วก็ เอาจริงๆ วันนี้ก็ไม่รู้ว่า คืออย่างที่บอกหนูยังไม่ดูรายละเอียดอะไรทั้งสองฝั่งในโซเชียลเลย ถ้าเห็นใจหนู อยากให้ข้ามผ่านมันไป

- หนูไม่อยากพาดพิงถึงใครอีกแล้ว หนูได้ออกมามีชีวิตอิสระแล้ว เพราะฉะนั้นหนูไม่อยากยุ่งหรือข้องเกี่ยวกับใครอะไรในส่วนนี้อีกเลย เพราะเราก็อยู่เฉยๆ มาตลอดค่ะ
- ยอมรับว่า ตอนนี้กลายเป็นคนแพนิคแล้ว
- ถามว่ายังรู้สึกติดค้างอะไรในใจไหม อยู่ดีๆ มีคนมาเรียกร้องเงินจากเรา ใบเตยบอกว่า ไม่เคยเลย เราไม่เคยโทษใครเลย เรารู้สึกว่ามันคือวิบากกรรมชีวิต เพราะสุดท้ายแล้วย้อนกลับไปหนูไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ ณ วันนั้น หรือหลีกเลี่ยงที่จะไม่เจอเรื่องพวกนี้
- แล้วมันก็อย่างที่หนูบอกที่หนูเจอ ตั้งแต่เรื่องพี่แตงโม เสร็จมาเป็นพี่สาวของหนูอีกคนที่เจอคดีเดียวกัน แล้วมาเป็นหนู มันพังมาตั้งแต่ ณ วันนั้น มันเลวร้ายมาตั้งแต่ ณ วันนั้นเลย แล้วหนูเข้าไปในนั้นอีก เลวร้ายกว่า
- แล้วไม่หนำซ้ำหนูต้องพรากลูก และต้องเจอเหตุการณ์ที่น้องเขยหนูตาย มันแย่มาก มันเป็นจุดต่ำของชีวิต
- ถ้าตายได้หนูก็อยากตายนะ
- เมื่อถามว่าจากที่เมื่อก่อนเคยมีกระเป๋าแบรนด์เนมเยอะๆ มาวันนี้ต้องเอาไปขายหมดเลยจริงไหม ใบเตยบอกว่า เอาไปขายบางส่วน มีช่วงที่น้องชายเอาไปขายให้ เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ก็บอกน้องว่าอะไรที่ช่วยเหลือน้องได้ทุกอย่าง เพราะตอนนั้นเราก็ไม่ได้อยู่ อะไรที่อำนวยความสะดวกเขา ให้เขาได้มีเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เลี้ยงน้องเวทมนตร์และครอบครัว
- ต้องขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นซึ่งคนที่ซื้อไปเป็นลูกค้าของเรามานานแล้ว
- ส่วนที่มีคลิปเปิดแอร์ให้กระเป๋า เราทำธุรกิจขายของแบรนด์เนมมาก่อนอยู่แล้ว ขายมา 5 ปี ไลฟ์ขายของในลักษณะซื้อมาขายไป

...

