กลายเป็นดราม่าเดือด หลังจากนักร้องนักแสดงหนุ่ม มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ ปล่อยมิวสิกวิดีโอคัฟเวอร์เพลง Afterglow ศิลปิน Ed Sheeran แต่กลับเจอกระแสวิจารณ์หนักในโซเชียล เมื่อมีคนมองว่ามิวสิกวิดีโอของเจ้าตัวมีภาพบางส่วนที่มีความคล้ายคลึงกับมิวสิกวิดีโอเพลง I like me better ที่เป็นมิวสิกวิดีโอคัฟเวอร์ของ แจฮยอน NCT ศิลปินบอยแบนด์เกาหลีใต้ และยังจับสังเกตว่ามีความคล้ายกับศิลปินคนอื่นๆ อีก จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และแฮชแท็ก #มิวศุภศิษฏ์ชอบก๊อปงานคนอื่น ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ของประเทศไทย แม้จะมีการขอโทษจากทีมงานแล้ว แต่มิวก็ยังไม่ได้ขอโทษและชี้แจงแต่อย่างใด

ล่าสุด มิว ศุภศิษฏ์ พร้อมด้วย ทนายนิด้า ได้ออกมาแถลงข่าวชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ณ ห้องแถลงข่าวชั้น C โรงแรม Grande Point Terminal 21 ซึ่งก่อนจะเริ่มแถลงข่าว มิวยกมือไหว้พร้อมทั้งขอโทษทุกคนที่รู้สึกลำบากใจกับเรื่องนี้จากใจจริง พร้อมทั้งบอกว่าเสียใจมากจริงๆ เพราะไม่คิดว่าจะทำให้หลายคนได้รับผลกระทบในวงกว้างมากขนาดนี้ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอสรุป 12 ข้อ เกี่ยวกับดราม่าดังกล่าว ดังนี้
...
1. เรื่องมิวสิกวิดีโอคัฟเวอร์เพลง Afterglow ได้ลิขสิทธิ์มาจากวอร์นเนอร์ มิวสิค โดยตรง เจตนาคือเนื่องจากมีแฟนคลับต่างชาติจำนวนหนึ่งและอยากให้เขาตามรอยเวลามีโอกาสมาประเทศไทย อยากให้เห็นว่าประเทศไทยมีมุมที่สวยมาก มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เลยใช้คอนเซปต์ Street Walk เดินเล่นใน กทม.

2. ซึ่งหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็ได้เข้าไปดูมิวสิกฯ ของ แจฮยอน NCT ซึ่งถูกเปรียบเทียบว่าคล้ายกัน ก็มีความคล้ายมีตามจุดที่แฟนๆ ได้แคปมาในทวิตเตอร์ ความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้คือต้องบอกตรงๆ ว่าไม่มีเจตนาก๊อบปี้หรือทำให้คล้ายกัน และตนก็ให้ทีมงานโปรดักชั่นและครีเอทีฟเข้าไปดูด้วยว่าคล้ายยังไงบ้าง สำหรับตนรู้สึกว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ ทำให้เราต้องใช้เวลาไตร่ตรอง เรามีแถลงการณ์ออกมา 3 ฉบับว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และได้ลบมิวสิกวิดีโอแล้ว
3. ทนายนิด้าพูดถึงหนังสือชี้แจงจากทีมงานว่า ออกมาเพราะไม่สบายใจที่คนมองว่าก๊อบปี้ผลงาน ถ้าตัดมาชอตต่อชอตมีความคล้ายคลึงกัน แต่บนโลกนี้เรื่องความคล้ายคลึงบังเอิญมันเกิดขึ้นได้ ซึ่งมิวลบมิวสิกวิดีโอออกและทำหนังสือชี้แจง มันน่าจะเพียงพอสำหรับการกระทำที่เกิดขึ้น แต่คนอยากให้ชี้แจง จนมาสู่การแถลงข่าวในวันนี้ กับเรื่องที่คนมองว่าไม่จริงใจ ไม่อยากให้มองกันตรงนั้น ทุกอย่างที่ทำก็ออกมาจากใจอยู่แล้ว ถ้ามองด้วยอคติก็ไม่จริงใจอยู่ดี
4. ทนายนิด้าเผยว่า ที่ผ่านมามิวปรึกษาตลอดว่าสิ่งที่ทำมีตรงไหนที่ผิดพลาดไป ซึ่งตนก็ยืนยันกับมิวว่าการกระทำแบบนี้ไม่ใช่การละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ผิดกฎหมายข้อไหนเลย อยากถามเหมือนกันว่านับจากนี้ต่อไปจะเอากฎหมายหรือความพอใจ ถ้าเอาเรื่องกฎหมายเป็นที่ตั้ง วันนี้มิวอาจไม่ต้องขอโทษก็ได้ เพราะในแง่กฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์ไม่มีข้อไหนที่ผิดเลย ถ้าพูดตามความพอใจ คือแฟนคลับอีกฝ่ายไม่พอใจและมีการ Sanction กดดันให้คนมานั่งขอโทษ เราจะอยู่แบบนี้หรือให้สังคมเป็นแบบนี้จริงหรือเปล่า

5. ที่คนมองว่าพอเกิดเรื่องแล้วยังไม่ได้ยินคำขอโทษจากมิว ทนายนิด้าบอกว่า จริงๆ ตนเป็นคนบอกน้องเองว่าไม่อยากให้น้องขอโทษ เพราะตนมองว่าไม่ผิดกฎหมาย การลบมิวสิกวิดีโอออกและชี้แจง ถ้านี่เป็นบทลงโทษก็คิดว่าเหมาะสมและทุกคนน่าจะรับได้ แต่ถ้ามาชี้ว่าให้เป็นมิวพูดเท่านั้น ตนคิดว่าเป็นการสร้างบทลงโทษขึ้นมา แล้วทุกคนคิดว่ายุติธรรมกับมิวหรือเปล่า
6. มิวชี้แจงต่อว่า เรื่องลุคและคาแรกเตอร์ต่างๆ ก็อยากให้สบายๆ มากที่สุด และคอสตูมเป็นคนจัดมาให้ แล้วตอนนั้นผมเป็นสีนั้นจริงๆ ทำมาตั้งแต่เดือน ม.ค. และใช้สีนี้ในการถ่ายมิวสิกวิดีโอด้วย เรื่องสตอรี่บอร์ด ตนให้ reference เพลง I love You 3000 กับโปรดักชั่นไป ทางเขาก็ไปหาเพิ่มอีก 3 เพลง ซึ่งตนเป็นแฟนคลับของ Boyce Avenue อยู่แล้ว และมีเพลง Torn ที่คล้าย แต่เขาถ่ายที่ออสเตรเลีย ตัวสตอรี่บอร์ดเขาวางไว้แค่โลเกชั่นในการถ่ายว่าจะไปร้านไหนบ้างเพื่อทานอาหารไทยและขนมไทย สตอรี่บอร์ดมีแค่นั้น
...

7. มิวบอกว่า ความรู้สึกแรกที่เห็นเอ็มวีอีกฝ่าย ตนรู้สึกว่าเป็นเอ็มวีที่ Common Practice มากๆ การเดินบนถนน ถ่ายรูปกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มันเป็นสิ่งที่ทุกคนทำอยู่แล้ว ท่าเดินต่างๆ ท่าโพสก็มีหลายท่า แต่ท่าที่ถ่ายรูปสวย เหมาะกับเอ็มวี เป็นภาพจำของตากล้องอยู่แล้ว เขาจะรู้ว่ามุมนี้สวย ลองถ่ายแบบนี้สิ ยืนยันไม่ได้ก๊อป และเอ็มวีของแจฮยอนตนเพิ่งได้ดูตอนเกิดเรื่องจริงๆ
8. กับเรื่องที่เกิดขึ้น มิวรู้สึกเสียใจมาโดยตลอด เราโดนโจมตีเราเสียใจอยู่แล้ว คนที่รักที่อยู่รอบตัวเรา แฟนๆ เราและคนอื่นๆ เกิดความขัดแย้ง เรารู้สึกว่าทุกอย่างดิ่งลงไปเรื่อยๆ เสียใจมากจริงๆ จนออกมาขอโทษในวันนี้ ถามว่าเรื่องราวจะไม่บานปลายแบบนี้ ถ้าออกมาขอโทษตั้งแต่แรก ก็อย่างที่ทนายนิด้าบอกไป คือตนปรึกษาทนายมาโดยตลอดว่าควรจะออกมาเมื่อไหร่ เพราะอยากขอโทษนานมากๆ แล้ว แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องไตร่ตรองก่อนถึงออกมาในวันนี้

...
9. ทนายนิด้ายืนยันว่า การทำมิวสิกวิดีโอหรือหนังสักเรื่องที่มีพล็อตเรื่องแค่ถ่าย Street Walk ต่างๆ กฎหมายไม่คุ้มครองให้ เพราะเป็นสิ่งที่ใครก็ทำกันได้ เป็นสิ่งที่ปกติมาก ดังนั้นถึงบอกว่าไม่มีในแง่มุมไหนเลยที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ถ้ามองว่าถึงไม่ละเมิดก็ไม่ควร นั่นหมายความว่าทำตามความพอใจเองแล้ว คนเล่นโซเชียลกำลังบัญญัติกฎหมายขึ้นมาว่าไม่พอใจแปลว่าผิด ผิดแล้วต้องถูกลงโทษ ถ้าพูดกันจริงๆ มันไม่สามารถทำได้ ในขณะที่เรียกร้องกฎหมาย ก็อยากให้เคารพกฎหมายด้วยว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ อีกทั้งการที่มีแฮชแท็กเรียกร้องให้มิวออกมาพูดก็ถือเป็นการละเมิด
10. มิวพูดถึงแฟนคลับทั้งของตนเองและคนอื่นว่า เข้าใจทุกคนจริงๆ เพราะทุกคนรักศิลปินตัวเอง คาดหวังให้ศิลปินทุกคนไปในทางที่ดี ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่สนับสนุนมาตลอด ความรักที่ทุกคนให้มา การสนับสนุนของทุกคนสามารถทำให้สร้างสรรค์ผลงานต่อได้ เป็นแรงบันดาลใจให้พัฒนาตนเองและอยากสร้างสรรค์ให้ดีขึ้น

11. ที่คนโจมตีในแง่จริยธรรมและจรรยาบรรณมากกว่ากฎหมาย จึงทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทนายนิด้าถามกลับว่า แล้วจรรยาบรรณกับจริยธรรมอะไรคือมาตรฐาน อะไรคือบรรทัดฐาน เอาเกณฑ์จากตรงไหน ทุกวันนี้ที่ใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ไม่รบกวนหรือเบียดเบียนใคร เพราะยึดถือกฎหมายเป็นหลัก ทุกอย่างจะไม่กระทบกระทั่งใครเลย ตอนนี้มีคนสนับสนุนและไม่สนับสนุนมิว คนที่สนับสนุนบอกอยู่ในมาตรฐานแล้ว มีจรรยาบรรณแล้ว คนไม่ได้สนับสนุนก็บอกอีกอย่างนึง เลยไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งถูกหรือผิด ดังนั้นบางเรื่องถ้ามีกฎหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าจะบอกว่าทั้งเพลง 5 นาทีบอกว่าไร้จรรยาบรรณเลย ก็เป็นการปรักปรำที่โหดร้ายมากเกินไป
12. มิวพูดถึงแจฮยอนว่า เสียใจมากจริงๆ ที่ไปดึงเขามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะไม่มีเจตนาทำให้ใครต้องรู้สึกผิดอะไรเลย ต้องขอโทษเขาจริงๆ ที่เอาชื่อเขามาเกี่ยวข้องด้วย ยอมรับว่าหลังเกิดเรื่องก็เป็นห่วงว่ากระทบงาน แต่สุดท้ายวันนี้ก็ต้องขอโทษอยู่ดี เพราะรู้สึกผิดมากจริงๆ ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก.
...