เรียกว่าเป็นประเด็นฮือฮาในแวดวงนางงาม เมื่อ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล บิ๊กบอสเวทีมิสแกรนด์ฯ ได้สิทธิ์ในการจัดการประกวด Miss Universe Thailand 5 ปี โดยซื้อลิขสิทธิ์จาก JKN ที่บริหารโดย แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ กว่า 180 ล้านบาท และล่าสุดทั้งคู่ได้จัดงานแถลงข่าว ณ MGI Hall ศูนย์การค้า Bravo BKK ก่อนที่จะเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงความร่วมมือในครั้งนี้

เมื่อนักข่าวถามว่ามันไม่น่าเกิดขึ้น แอนตอบ “ตกใจเหรอ เรารักกันค่ะ ที่ผ่านมาเป็นแค่เพียงการแสดง แต่ต่อจากนี้เป็นต้นไปเป็นเรื่องจริง (ยิ้ม)” จากนั้น ณวัฒน์ ก็เล่าว่า เอาจริงเราคุยกันระยะนึง พูดตรงๆ เราเหมือนเพื่อนพี่น้อง ทำงานกันเยอะ ตามประสาเพื่อนก็อาจมีน้อยใจกันบ้างเรายอมรับ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นอย่างนั้นอย่างที่เห็นตลอด เราก็ให้กำลังใจ เพราะคุณแอนเป็นคนที่ทำบิ๊กเซอร์ไพรส์ ไปเอายูนิเวิร์สมาได้
แล้วเราเคยรวมพลังกันตั้งแต่สมัยก่อน รู้จักกันมาตั้งแต่โครงการเก่าๆ ตั้งแต่สมัยแอนกลับจากออสเตรเลียใหม่ๆ เราก็คิดว่ายังไงเราน่าจะคอร์ปอเรตกัน คุยกัน ใช้เวลาพอสมควร แต่เรื่องธุรกิจคุยกันจริงๆ ไม่ถึงปี เราต้องให้เกียรติคนเดิม
...
หลังจากนั้นเราคุยสัพเพเหระ แล้วมาคุยจริงๆ ว่าจะไปทางไหน เราเป็นคนไทยทั้งคู่ และเราถือสิทธิ์เวทีนางงามทั้งคู่ เราจะซัพพอร์ตยังไง ซึ่งเขาเป็นเวทีอันดับ 1 เราก็รู้สึกว่าเวทีเขาใหญ่กว่าเราเยอะ เราก็เสนอว่าส่วนไหนเขายังขาด เราก็จะทำให้เท่าที่สามารถ
เรามาอยู่วงการนางงามแบบบังเอิญมา 20 กว่าปี เจอคุณพอลล่ามาก่อน คิดว่าเวทีนี้เป็นเวทีศักดิ์สิทธิ์อันนึง อยากทำให้ดีที่สุดแต่โอกาสมันไม่ถึง ขอบคุณคุณแอนที่ไปกระชากแบรนด์มาจากคนอเมริกัน เราไม่สนใจตรงอื่น เราสนใจตรงที่ว่าเราเอามาได้ อันนี้มันยากมาก รู้สึกภูมิใจ

จากนั้นแอนบอกว่า หลังจากประกวดที่เม็กซิโกก็ได้คุยกัน ก็เปิดโอกาสให้คนอื่นๆ เข้ามาด้วย ส่วนเหตุผลที่ให้กับณวัฒน์จริงๆ ไม่ใช่แค่เรา แต่ทีมนิวยอร์ก เม็กซิโก ช่วยกันดู ดูเรื่องประสบการณ์ ความพร้อมทางการเงิน ความพร้อมด้านเน็ตเวิร์ค ฯลฯ คือเขาพร้อมทุกอย่างในเวลา 1 วัน ไม่ให้บอสจะให้ใคร เราเฟ้นหาคนที่พร้อมที่สุดในแต่ละประเทศไป
ในส่วนที่จ่ายลิขสิทธิ์ MUT ไป 180 ล้าน มีความคุ้มค่าแค่ไหน ณวัฒน์ กล่าวว่า อย่างที่เห็นว่าจ่ายไป 180 ล้าน รับมา 115 ล้าน ตอนนี้คุ้มทุนแล้ว ที่เหลือคือกำไร ต้องบอกว่าเราไม่ได้เพิ่มทุนใดๆ ทั้งสิ้น เราใช้เงินที่มีจ่าย 180 ล้าน ไม่ได้เพิ่มทุน
ส่วนเรื่องทิศทางสร้างรายได้จะซ้ำซ้อนกับ MGI ไหม ณวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ซ้ำซ้อน ถ้าผมไม่ทำ คนอื่นก็ทำ คนอื่นมีวิธีหาเงินอยู่แล้ว ผมจะไปขยี้ให้รายได้เพิ่มพูนมากขึ้น อย่างสปอนเซอร์ที่เห็นว่ามันเป็นไปได้เหรอ 30 ล้าน แต่เราเป็นบริษัทมหาชน เราไม่กล้าผิดแม้แต่ตัวเลขตัวเดียว ซึ่งเราอาจจะหลุดจากตลาดหลักทรัพย์ก็ได้
เรารอจังหวะนี้มาพัฒนา MUT ให้เป็นเงินเป็นทองเพื่อซัพพอร์ตคุณแอน JKN และ MU พูดด้วยความจริงใจ ที่ผมเข้ามาคือหลังจากคุยไปมา บางทีเราก็กลับไปนั่งคิดว่าทำไมเราประทับใจและสงสาร ทำไมแอนต้องเอาทุกอย่างใส่หัวขนาดนี้ ต้องต่อสู้กับหลายอย่าง เราเลยบอกเขาว่าทำงานให้สนุก ไม่ต้องตอบโต้อะไรที่เป็นขยะ มันเป็นความรู้สึกมากกว่าคำว่าเพื่อน เราอยากซัพพอร์ตเพราะเขามีของดี เขาเก่ง แต่เหมือนเขาจะมีขยะลอยมาเรื่อยๆ เลยอยากให้ทิ้งขยะไปบ้าง

ในส่วนเงิน 180 ล้าน จะเอาไปทำอะไร แอน ตอบว่า ก็จะเอาไปชำระ ดำเนินการทางธุรกิจต่อ เป็นรายรับบริษัท นำไปชำระในสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ส่วนคำถามที่ว่าที่ณวัฒน์เห็นใจแอนและอยากเข้าไปช่วย อยากเข้าไปเป็นอาสาจัด MU ในฐานะเจ้าภาพไหม ณวัฒน์ ตอบว่า ยังครับ ยังไม่ได้คิดไปไกลถึงขนาดนั้น ถ้าเราทำงานร่วมกันแล้วเป็นผลดีทั้งคู่ มันก็อาจเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไร แต่สำหรับการเป็นเจ้าภาพก็ได้คุยในเบื้องต้น อยู่ระหว่างการศึกษา เขามีความคิดค่อนข้างชัดเจนว่าเราจะขายอะไรสู่ชาวโลก ดังนั้นอะไรซัพพอร์ตได้เดี๋ยวจะคุยกันอีกครั้ง ถ้าได้บทสรุปแล้วจะบอก
...
ถามว่า MGI จะจัด MU เป็นไปได้ไหม ก็ตอบว่าเป็นไปได้ แต่ยังไม่ได้บอกว่าเป็นไปแล้ว เอาจริงๆ ถ้าคุณแอนอยากให้ทำก็ยินดีทำ ตอนนี้ผมก็ช่วยดูโน่นนี่ให้ แต่ยังไม่เป็นเรื่องเป็นราว เพราะเราเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ทั้งคู่ เราต้องขอแบบออฟฟิเชียล คณะกรรมการความเสี่ยงต้องประเมินในทุกจุดที่ทำ ฉะนั้นเราไม่ได้ตัดสินใจลำพัง ตัดสินใจด้วยตัวเลข บอร์ด ผู้ดูแลความเสี่ยงซึ่งกันทั้ง 2 บริษัท เราต้องรับผิดชอบผู้ถือหุ้น ถ้ามันดีเกิน 50% มันวินไปหมด ก็ได้ภาพที่ชัดเจน
แอน เสริมว่า การทำตรงนี้มันทรหด ต้องรับนางงามกว่า 130 ประเทศทั่วโลก มีกิจกรรมทุกวัน มันคือการลงทุน มีสิ่งที่เป็นเน็ตเวิร์ก ต้องมีประสบการณ์ ฉะนั้นทีมงานสำคัญมาก การเตรียมงานสำคัญมาก
ส่วนเรื่องการขายของของนางงาม ณวัฒน์บอกว่า ขายครับ บอกเลยว่าไม่ว่าเวทีไหนของโลกไม่ต้องเลียนแบบผม หลายเวทีเงียบไป เจอกันปีละครั้ง หรือไม่มีบริบทอะไรมากมาย การพัฒนาโปรดักชั่นไม่เคลื่อนที่เพราะเศรษฐกิจของเวทีนั้นๆ เราคุยกันก็ตรงกันว่าคุณแอนขายของ ทุกคนก็ต้องซื้อ ถ้ารักคุณณวัฒน์ก็ต้องซื้อคุณแอนด้วย เดี๋ยวเราจะไปไลฟ์ขายของด้วยกัน เราไลฟ์ขายของให้ MU และ MGI ไม่มีปัญหา ตอนนี้อินฟลูฯ มีอิทธิพลกว่าสื่อโทรทัศน์

...
กับประเด็นเรื่องคว้ามงสามในยุค MGI จะมีไหม แอน ถามกลับว่า ทำไมต้องคว้ามงสาม แล้วฉันจะไปถามใคร ต้องถามกรรมการ แต่จะทำให้ดีที่สุด เรื่องมงสามเราก็ลุ้น แต่ทุกอย่างเป็นไปตามกฎกติกา มีกรรมการ ที่สำคัญมันมีบริบทการให้คะแนน ฉะนั้นต้องเคารพกติกา ส่วน Road to MUT วันนี้ก็เข้าตาหลายคนเลย ขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่ตั้งใจมา ยกย่องในสปิริต ขอให้ทุกคนตั้งใจต่อไป ขอให้เข้าตาบอสแล้วกัน
ด้าน ณวัฒน์ บอกว่า ให้พูดตรงๆ ผมจะไม่ใช้แฮชแท็กมงสามจากนี้เป็นต้นไป ผมจะใช้คำว่า Miss Universe Thailand เพื่อมุ่งตรงสู่ Miss Universe เท่านั้นเอง เพราะการที่เราจะใช้คำว่ามงสามมันจะรู้สึกกดดัน เพียงแต่เมื่อถึงเวลาที่สมควร เราจะได้เอง เราอยากให้บริษัทเจริญเติบโต ให้ผู้หญิงเติบโตด้วยลำแข้งตัวเอง เป็นสตาร์ดวงใหญ่ อันนี้คือสิ่งสำคัญที่สุด
กับคำถามว่า MUT 2025 จะยึดตามเวทีแม่ไหม ณวัฒน์ บอกว่า ทุกอย่างใช้กฎเกณฑ์เดียวกัน เพราะมันอยู่ในสัญญา ต้องทำตามทุกอย่าง ส่วน MUT 2025 จะมีอะไรพิเศษ ณวัฒน์ บอกว่า ความสวยที่มีมูลค่าจริง เมื่อจบจักรวาลการประกวด ชีวิตต้องมีเงินและเติบโตต่อได้จริง นั่นคือสิ่งที่ต้องประจักษ์ในยุคของผม ไม่ว่าตำแหน่งนั้นจะจบลงที่ท็อปไหนหรือ unplace ไม่เป็นไร แต่กลับมาคุณต้องมีงานหามรุ่งหามค่ำ นั่นคือความสำเร็จของเรากับเขา ซึ่ง MUT 2025 ต้องสวยครบเครื่อง จะไม่ทำให้คุณแอนและองค์กรเสียหน้า
ส่วนนางงาม MUT ยุคของณวัฒน์จะเป็นแบบไหน ณวัฒน์ บอกว่า ก็ต้องมีความเป็น beauty queen อยู่มากกว่าปกติ แต่มันต้องมี commerce มี personality ผสมผสานกัน ไม่กดดันกับความคาดหวัง ในขณะที่ แอน บอกว่า พูดจากใจจริงอยากเห็นผู้หญิงไทยๆ จริงๆ ที่มีความสามารถบนเวทีอินเตอร์ มีความฉลาด สวยแบบมั่นใจ แต่รู้จักถ่อมตัวและทำงานได้ เข้ากับองค์กรได้ เทรนได้ มีสัมมาคารวะ ทำงานด้วยกันได้ดีราบรื่น เราอยากได้คนที่เป็นแบบแผ่นดินสยาม สวยจังเลย บางทีอาจจะเป็นคนใหม่ไม่เคยเห็นในสื่อมาก่อนและอาจทำให้เราว้าวก็ได้ ตัวเต็งที่มีหลายคนก็เคยเห็นในสื่อก็อาจเกิดขึ้นได้ ณวัฒน์ เสริมว่า อย่างน้อยๆ คุณสมบัติเบื้องต้นภาษาอังกฤษต้องพอสื่อสารได้ อย่างอื่นไม่ติด
...

เมื่อถามย้ำว่าที่ผ่านมาไม่เคยบาดหมางกันเลยใช่ไหม ณวัฒน์ ถามกลับว่าจะซ้ำอีกแล้วเหรอ แอนถามกลับแบบอารมณ์ดี “มีอะไรเหรอคะ” ก่อนที่ณวัฒน์จะพูดว่า “ผมตอบแทนก็ได้ ตอบไปแล้วบนเวที เอาสาระเลยชัดๆ เลยไม่มีอะไร เพื่อนอาจจะมีงอนกันบ้าง แต่พอแกไปทำสายนางงาม เราก็รู้สึกคอนเกรท คุยกันเป็นระยะๆ แต่ไม่ได้คุยเรื่องทำ MUT เพราะตอนนั้นคนเก่ายังทำอยู่ ไม่รู้เรื่องสัญญาจะหมดกี่ปี พอเสร็จจากเม็กซิโกเลยได้คุยกัน เลยมาสู่วันนี้ ก็ไม่มีอะไร รักกันดี"
กับเรื่องความคืบหน้าของ JKN ในการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ แอน ตอบว่า “ก็ดีค่ะ สวยค่ะ พร้อมรีเซตกลับขึ้นมาใหม่ และเราพร้อมเดินหน้าต่อ ดีใจที่ตัวเองเรียกได้ว่าจัดเคลียร์บ้านใหม่ รีออแกไนซ์ใหม่ จัดทุกสิ่งทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง พร้อมที่จะเดินหน้าอย่างยั่งยืนค่ะ”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม