หนุ่มสัปเหร่อประจำหมู่บ้านชาวแพร่ ชอบช่วยชาวบ้าน เรียนจบ ม.6 ไม่เรียนต่อ หันมาเข้าป่าเลี้ยงควาย ล่าสุดชาวบ้านฮือฮา พบเป็นเจ้าของควายเผือกกว่าครึ่งร้อย เลี้ยงอยู่ในป่า มีคนมาขอซื้อแต่ไม่ขาย จนขยายพันธุ์ออกมามากมาย...

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังป่าบนดอย บ้านท่าข้าม ซึ่งห่างจากหลังโรงเรียนท่าข้ามวิทยาคมไปประมาณ 2 กม. เป็นบ้านท่าข้าม หมู่ที่ 5 ต.ท่าข้าม อ.เมือง จ.แพร่ พบฝูงควายเผือก จำนวนกว่า 30 ตัว ถูกเลี้ยงอยู่ข้างถนนคลองชลประทานแม่ยมฝั่งขวา บริเวณป่าละเมาะ หลังโรงเรียนท่าข้ามวิทยาคม ต.ท่าข้าม อ.เมือง จ.แพร่

และได้พบกับเจ้าของควาย ชื่อ นายอักษรณรงค์ ปงลังกา หรือ สล่าเก้ง อายุ 37 ปี ชาวบ้าน ต.ท่าข้าม อ.เมืองแพร่ เป็นหนุ่มโสด กำลังเดินเลี้ยงควายฝูงนี้อยู่ นายอักษรณรงค์ กล่าวว่า ตนเลี้ยงควายมาตั้งแต่เรียนจบชั้น ม.6 เพื่อนไปเรียนต่อ ตนเองตัดสินใจเลี้ยงควาย เริ่มแรก มี 9 ตัว เป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิหลวงพ่อพรหม วัดท่าข้าม อดีตพระเกจิดังของจังหวัดแพร่ เลยทำอาชีพเป็นสรรพช่าง (สัปเหร่อ) ในพิธีกรรมงานศพประจำป่าช้า ต.ท่าข้าม จนถึงปัจจุบัน เลี้ยงควายเป็นอาชีพหลัก เคยมีฝูงควายมากสุดกว่า 130 ตัว แต่ก็ได้ขายควายดำออกไปบ้าง ขณะนี้เหลือ 66 ตัว ส่วนใหญ่จะเป็นควายเผือก 40 ตัว ซึ่งไม่เคยนำออกไปเลี้ยงข้างนอก และมีคนมาขอซื้อแต่ตนไม่ขาย ยังจะเลี้ยงไว้เพื่อผสมพันธุ์ ให้ออกลูกมาอีก และหลังจากออกลูกส่วนใหญ่ก็จะเป็นควายเผือกเสียส่วนใหญ่ ในแต่ละปีก็จะขาย ประมาณ 6-7 ตัว ตัวละประมาณ 30,000 บาท ก็นำเงินมาเลี้ยงพ่อแม่ที่อยู่บ้านตอนนี้อายุมากแล้ว ตนก็ไม่อยากให้พ่อแม่ทำงานหนัก

ตะลึง! ฝูงควายเผือกครึ่งร้อยในป่า หนุ่มแพร่เลี้ยงขายหาเงินดูแลพ่อแม่

...

นายเงิน จันปะตุ นายก อบต.วังธง อ.เมือง จ.แพร่ กล่าวว่า นายเก้ง หรือชาวบ้านเรียกว่า ช่างเก้ง เป็นคนนิสัยดีมาก ช่วยเหลืองานชาวบ้านในชุมชน ที่สำคัญแกจะทำตัวเป็นสัปเหร่อ ในงานศพ ให้กับชาวบ้าน จนชาวบ้านเรียกว่าสัปเหร่อเงินล้าน เป็นคนประหยัด ประวัติเคยเรียนดีแต่พอจบ ม.6 ก็ไม่ยอมไปเรียนอีก เพราะว่าครอบครัวมีควายอยู่ 6 ตัว แกก็อาสาออกมาเลี้ยงเอง จนกระทั่งควายได้แพร่พันธุ์ออกไป แต่ไม่รู้ว่ามีมากมายแบบนี้ และชาวบ้านก็ไม่เคยเห็นว่าแกไปเลี้ยงไว้ที่ไหน แต่มาในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ชาวบ้านต่างก็ออกมาพูดว่า พบควายเผือกอยู่ในป่าจำนวนมาก ตนก็ได้เข้าไปดูจนรู้ว่าเป็นควายของนายช่างเก้งนี่เอง และเท่าที่พบเห็น ก็จะพบตอนแกเอาขี้ควายออกไปขายให้กับชาวบ้าน เพื่อนำไปใช้เป็นปุ๋ย นับว่า นายเก้ง มีรายได้จากการขายขี้ควายอีก ส่วนงานสังคมให้หมู่บ้าน นายเก้ง จะเข้าไปช่วยเหลือไม่ขาด

นายเงิน นายก อบต.กล่าวด้วยว่า เท่าที่ตนได้เข้าไปเห็นลักษณะของควาย มีลักษณะหน้าเด่น หางดอก ซึ่งเป็นลักษณะของพญาควายตามตำราถึง 5 ตัว หากจะขายควายลักษณะนี้ก็จะมีราคามากกว่าตัวละ 100,000 บาทเลยทีเดียว แต่ตามความเชื่อห้ามฆ่ากินเนื้อหรือขายเนื้อ เพราะจะทำให้เป็นสิ่งอัปมงคล ถ้าเลี้ยงไว้ดีถ้าเกิดกับคนเลี้ยงจะทำให้มีความเจริญรุ่งเรือง จึงนำผสมกับพ่อควายเผือกลูกออกมาเป็นควายเผือกแล้วสองตัว ทำให้ฝูงควายของนายเก้งเพิ่มมากยิ่งขึ้น.