พญ.ศิริพัฒนา
ตอกย้ำความมหัศจรรย์ของน้ำนมแม่ ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพของทารก ฮักกี้ส์ ผ้าอ้อมที่ออกแบบมาเพื่อทารกกินนมแม่โดยเฉพาะ จึงเชิญ พญ.ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล กุมารแพทย์ กรรมการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย มาให้ความรู้ในกิจกรรม “แทนคำสัญญา อิ่มไอรักกับฮักกี้ส์” เพื่อสร้างความตระหนักแก่คุณแม่ทั้งหลายในความพยายามเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียว 6 เดือนได้เป็นผลสำเร็จ

พญ.ศิริพัฒนา ได้เน้นว่า น้ำนมแม่ มีส่วนประกอบที่นับว่าสุดยอดต่อสุขภาพของลูกน้อย 7 ชนิด ในทั้งหมด 200 กว่าชนิด คือ มีตัวดักจับเชื้อโรค (HMO) ในน้ำนมแม่มี 150-200 ชนิดที่แตกต่างกัน และมีปริมาณ 10-15 กรัมต่อลิตร เทียบกับในนมผงมีเพียง 0.05 กรัมเท่านั้น, มีวัคซีน (Antibodies) ที่ผลิตใหม่ๆ สดๆ ออกมากับน้ำนมแม่ทุกวัน การที่ลูกได้รับน้ำนมแม่จึงเท่ากับได้รับวัคซีนป้องกันโรคทุกวันเช่นกัน, มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidants) ซึ่งมีอยู่มากในหัวน้ำนม และในน้ำนมแม่ระยะหลังก็มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่านมผง, มีหน่วยจู่โจมทำลายเสบียงของเชื้อโรค (Lactoferrin) โปรตีนชนิดหนึ่งในน้ำนมแม่ มีหน้าที่หลายอย่าง เช่น ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส โดยจะจับตัวกับธาตุเหล็ก (อาหารของเชื้อโรค) จึงทำให้เชื้อโรคขาดอาหารก็จะอ่อนแรงและตายไป, เสริมภูมิคุ้มกันในสำไส้ให้ลูก ลดโอกาสในการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารได้มาก, มีเซลล์เม็ดเลือดขาวคอยทำหน้าที่จับกินเชื้อโรคในร่างกายเด็กทารก น้ำนมแม่สดๆ จะมีเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีชีวิต ดังนั้นนมแม่สดๆ จึงมีคุณภาพดีกว่านมแม่แช่แข็ง และสำหรับทารกแรกเกิดที่ป่วย ควรให้กินนมแม่ สดๆ ทุกวัน
...

สุดท้าย พญ.ศิริพัฒนา ยังยืนยันด้วยว่า ในน้ำนมแม่ มีสเต็มเซลล์ (Stem cells) ทุกๆวันที่ลูกกินนมแม่ ลูกจะได้รับสเต็มเซลล์จำนวนมากกว่า 10,000 ตัว เซลล์เหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลง และพัฒนาไปเป็นเซลล์ของระบบต่างๆในร่างกาย ที่สำคัญคือระบบประสาท และสมอง สเต็มเซลล์ อาจจะผ่านเข้าไปสู่สมองของลูกได้ จึงเข้าไปซ่อมสร้างสมองส่วนที่อาจจะถูกกระทบกระเทือนไปในช่วงแรกคลอด นมแม่จึงเป็นประโยชน์มากในทารกที่คลอดก่อนกำหนดและทารกที่มีอาการเจ็บป่วย โดยมีงานวิจัยจากหลายมหาวิทยาลัย ได้พิสูจน์แล้วว่า น้ำนมแม่มีสิ่งที่เหนือกว่านมผง นั่นคือ สเต็มเซลล์.