เพิ่งหายเหนื่อยจากงานไปรษณียบัตรทายผลแชมป์ฟุตบอลโลกกับ นสพ.ไทยรัฐไปหมาดๆผู้บริหารหญิงเก่งแห่งไปรษณีย์ไทย อานุสรา จิตต์มิตรภาพ ก็ส่งเทียบเชิญหัวหน้าทีมซอกแซกให้ไปดูโปรเจกต์ใหม่ บริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ “EMS” SUPER SPEED” ส่งด่วน มั่นใจ ถึงไวใน 24 ชั่วโมง
เที่ยวบินปฐมฤกษ์ FD 3352 กรุงเทพฯ-อุดรธานี เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเผอิญหัวหน้าทีมติดภารกิจจึงส่ง “ฤทธิ์ ศิษย์ซูม” เป็นตัวแทนไปเกาะติดสถานการณ์และบรรยากาศตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้ายและตั้งแต่ต้นทางที่สนามบินดอนเมืองไปจนถึงปลายทางที่อุดรธานีครบถ้วนบริบูรณ์
สำหรับเที่ยวบินดังกล่าว มีผู้โดยสารเดินทางตามปกติ แต่ที่เรียกเสียงฮือฮา คือ สายการบินแอร์เอเชีย เพ้นท์โลโก้ ไปรษณีย์ไทย และโลโก้ EMS ขนาดใหญ่บนตัวเครื่องบินเป็นการเฉพาะจำนวน 1 ลำ จอดรออยู่
ระหว่างอยู่บนเครื่องบินสู่อุดรธานี ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณอานุสรา ทำให้ทราบว่า ไปรษณีย์ ไทย ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ แอร์เอเชีย เปิดบริการ อีเอ็มเอส ซูเปอร์สปีด ส่งของด่วนพิเศษ นำจ่ายภายในวันเดียว
พื้นที่หลักที่เปิดให้บริการนำร่องไปแล้ว 9 เมืองใหญ่ที่มีสนามบิน ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช
ขั้นตอนการทำงาน จะปิดรับฝาก ณ ที่ทำการไปรษณีย์ 205 แห่งทั่วประเทศ ที่เปิดให้บริการภายในเวลา 10.30 น. จากนั้นสิ่งของจะถึงปลายทาง ที่อยู่ผู้รับภายในเวลา 20.30 น. รวดเร็วทันใจในแบบ ส่งเช้า ค่ำถึงว่างั้นเถอะ
แถมยังมีประกันการสูญหาย และตรวจสอบสถานะของสิ่งของได้ตลอดเส้นทางผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนด้วยแอพ Track& Trace กับเว็บไซต์ www.thailandpost.co.Th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
...
สนนราคาค่าบริการเริ่มต้นที่ 150 บาท น้ำหนักไม่เกิน 1 กก. หากเกิน 2 กก.ราคา 250 เกิน 2 กก.แต่ไม่เกิน 3 กก. ราคา350บาท ทั้งนี้น้ำหนักสิ่งของที่ฝากส่งสูงสุด ต้องไม่เกิน 20 กก.
เป้าหมายที่ตั้งไว้ของอีเอ็มเอส ซูเปอร์สปีด ทั้ง 205 แห่ง รวม 30,750 ชิ้นต่อเดือน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 20% หรือ 36,900 ชิ้นต่อเดือน ในปี 2558
หลังพื้นแตะรันเวย์สนามบินอุดรธานี ไม่กี่อึดใจในขณะที่ด้านหนึ่งบุรุษไปรษณีย์ทีมงาน พิเศษ อีเอ็มเอส ซูเปอร์สปีด จัดแจงนำสิ่งของกระจายส่งถึงมือผู้รับทันทีทันควันนั้น อีกด้านทีมงานซอกแซกก็เกาะติด คุณอานุสรามุ่งหน้าไปยังที่ ทำการไปรษณีย์อุดรธานี บนเนื้อที่ 9 ไร่ เรียกว่าใหญ่ที่สุด ในภาคอีสาน เพื่อเข้าเยี่ยมชมกิจการ “โลจิสโพสต์”บริการ ฝากส่งสิ่งของขนาดใหญ่น้ำหนักสูงสุด 200 กก. ซึ่ง เริ่มต้นทดลองที่นี่
ปรากฏว่า จากการสำรวจภายในโกดังที่เตรียมส่งถึงมือลูกค้า มีสารพัดสิ่งของที่เยอะสุดเห็นจะเป็น มอเตอร์ไซค์ รอง ลงมา เป็นเครื่อง ใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งบ้าน เครื่องใช้สำนักงาน
แต่ที่แปลกใจ ไม่คิดว่าจะมีคนส่งคือ “ฆ้อง” ขนาดใหญ่ ให้ญาติโยมใช้ตีสะเดาะเคราะห์ตาม วัดวาต่างๆและที่สยองขวัญไม่คิดว่าจะมีคนส่งก็คือ โลงศพ ก็ยังอุตส่าห์พึ่งบริการโลจิสโพสต์กับเขาด้วย
ทีมงานซอกแซก อดสงสัยไม่ได้ ถามไถ่เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ได้ความว่า เศรษฐีเงินถุงเงินถัง เตรียมตัวก่อนตายนิยมสั่งโลงศพแกะสลักลวดลายพิเศษจากตลาดคำเที่ยง จ.เชียงใหม่ มาเก็บรักษาไว้ก่อน
งานนี้ต้องยอมรับว่า ไปรษณีย์ไทย บริการลูกค้าตั้งแต่เกิดยันตายได้ครบถ้วนจริงๆ
วันรุ่งขึ้น ทีมงานซอกแซก เดินทางผ่านด่านพรมแดน จ.หนองคาย ข้ามสะพานมิตรไทย-ลาว ไปเคาะประตูออฟฟิศของบริษัท รัฐวิสาหกิจไปรษณีย์ลาว (ปนล.) กลางนครหลวงเวียงจันทน์
ได้แง่มุมที่น่าสนใจว่า ไปรษณีย์ไทยกับไปรษณีย์ลาว มีความร่วมมือกันมาช้านาน แต่ละปีจะมีการส่งนักเรียนลาวมาเรียนโรงเรียน การไปรษณีย์ของไทย ปีละ 2 คน เมื่อเรียนจบก็กลับไปทำงานที่บ้านเกิด พัฒนาบุคลากรด้านไปรษณีย์ของลาวต่อไป
ล่าสุดมีบริการธนาณัติอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างประเทศไทย-ลาว บริการสั่งจ่ายเงินข้ามแดนรองรับแรงงานลาวที่เข้ามาทำงาน ในไทยกว่า 1 แสนคน
นับเป็นความร่วมมือที่สำคัญยิ่งนอกจากลาวแล้ว คุณอานุสรายังวางแผนขยายความร่วมมือบริการนี้ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน คือ กัมพูชา และพม่า ตัดขั้นตอนการส่งผ่านนายหน้าในอดีต ที่เคยโดนหักเงินยุ่บยั่บไปหมด ถือว่าเป็นความสำเร็จอีกขั้นของความร่วมมือกัน
ทั้งหมดทั้งมวล เป็นความมุ่งมั่นของหญิง คนเก่งคนนี้ ที่เตรียมรุกบริการครบวงจรรองรับเออีซีโดยเฉพาะ แต่น่าเสียดายอยู่นิดเดียว วันที่ 30 ก.ย. จะเป็นวันสุดท้ายการทำงานของเธอเสียแล้ว เพราะได้เวลาต้องเกษียณ
หลังเกษียณ เจ้าตัวยืนยันว่า ยังไม่หนีไปไหน พร้อมทำงานอยู่เบื้องหลังช่วยขับเคลื่อนไปรษณีย์ไทยต่อไป ส่วนที่วางแผนชีวิตไว้แน่นอนแล้ว คือ อาชีพดีเจเปิดเพลงไทย-สากล ยุคเก่าๆ ทางคลื่น วิทยุ “เลิฟ เอฟเอ็ม” 104.5 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ช่วง 5-6 โมงเย็น ให้แฟนทางบ้านฟัง
รวมทั้งไปบริหาร จันทร์ธารา รีสอร์ท อ.ขลุง จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
ในฐานะคนคุ้นเคยกันมายาวนานอดใจหายไม่ได้ ทีมงานซอกแซก ขออวยพรให้คุณอานุสรา โชคดีกับเส้นทางสายใหม่ (ความจริง สายเก่า เพราะสมัยเป็นนิสิตคณะนิเทศศาสตร์จุฬาฯ เคยดังเป็นพลุแตก ในฐานะดีเจเสียงใสๆ ของสถานีวิทยุจุฬาฯมาก่อนแล้ว) และจงมีความสุขกับชีวิตหลังเกษียณตามอัตภาพเทอญ.
“ซูม”
...