รถติดวินาศสันตะโรทั่วกรุง ผลพวงพายุฝนกระหน่ำตลอดคืนผสมโรงด้วยช่างรับเหมาร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินชุ่ยขุดไปโดนท่อประปาขนาดยักษ์แตกบริเวณถนนราชปรารภ ทำน้ำทะลักท่วมสูงพ่วงท้ายต้นก้ามปูล้มขวางถนนเพลินจิต ส่งผลให้จราจรในเมืองหลวงติดพัวพันเป็นใยแมงมุมยาวจนเกือบเที่ยงถึงคลี่คลาย “สุขุมพันธุ์” ตรวจสภาพน้ำย่านหนองจอก สั่งลดประตูระบายน้ำฝั่งตะวันออก เพื่อเร่ง ระบายน้ำใน กทม.ให้อยู่ระดับปกติก่อน

ช่างรับเหมาขุดเจาะวางสายไฟชุ่ยทำท่อประปาแตกน้ำทะลักท่วม เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 16 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีท่อประปาขนาดใหญ่แตกใต้ถนนราชปรารภ มุ่งหน้าแยกดินแดงใกล้ทางขึ้นถนนจตุรทิศ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. ทำให้น้ำพุ่งเออขึ้นมาบนผิวถนนสูงราว 1 เมตร บริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่ก่อสร้างอุโมงค์ร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวงที่ปิดเส้นทางการจราจรเพื่อขุดเจาะตอนกลางคืน 2 ช่องทาง

จุดเกิดเหตุเป็นหลุมกว้างราว 5 เมตร ลึก 2 เมตรเศษที่บริษัทรับเหมาใช้รถแบ็กโฮขุดเจาะสำหรับทำอุโมงค์ร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน แต่เกิดความผิดพลาดของช่างที่ขุดไปโดนท่อประปาแตกจนน้ำพุ่งท่วมอุโมงค์เออล้นขึ้นทะลักท่วมเต็มถนนราชปรารภไหลเข้าสู่อาคารพาณิชย์ละแวกนั้น อีกทั้งยังส่งผลให้การจราจรช่วงเช้ามืดตลอดสายติดขัดพันกันยาวเยียดไปถึงถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถนนราชดำริ ถนนดินแดง ถนนรัชดาภิเษก รวมถึงถนนพระราม 9 และถนนสุขุมวิท เมื่อรถไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องประชาสัมพันธ์ให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง
ขณะที่ความพยายามในการปิดรอยรั่วของ ท่อประปาคอนกรีตขนาดมหึมาเส้นผ่าศูนย์กลาง 800 มิลลิเมตร เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นเวลาเช้ามืดยังไม่มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบสั่งการ ผู้รับเหมาเดินสายไฟฟ้าแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการนำรถแบ็กโฮมาจอดขวางทางน้ำบริเวณปากหลุมเพื่อชะลอการไหลทะลัก แต่กระแสน้ำยังแรงทำพื้นถนนเจิ่งนองไปผสมกับสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ยิ่งส่งผลกระทบต่อการจราจรโดยรวมทั่งกรุง กว่าเจ้าหน้าที่การประปานครหลวงจะเดินทางไปปิดวาล์วท่อเมนใหญ่และซ่อมแซมรอยแตกที่เกิดขึ้นกินเวลาอยู่หลายชั่วโมง

ต่อมานายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ รมช.มหาดไทย ลงตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า เหตุที่ท่อประปาขนาดใหญ่แตกเกิดจากผู้รับเหมาวางแนวท่อของการไฟฟ้าขุดเจาะโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์  อย่างไรก็ตาม ให้ทุกฝ่ายแก้ปัญหาโดยด่วน จากที่หารือกับการประปานครหลวง หากท่อประปาเสียหายไม่รุนแรงจะต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมประมาณ 4 ชั่วโมง พร้อมปิดการจราจร 1 ช่องทาง แต่หากเสียหายอย่างรุนแรง อาจต้องใช้เวลามากกว่านั้น โดยจะต้องนำรถเครนขนาดใหญ่เข้าพื้นที่เพื่อซ่อมแซม และปิดการจราจรบริเวณแยกราชปรารภ

ด้านนายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ กปน. กล่าวว่า การประปาเร่งวางแผนการซ่อมโดยมีความจำเป็นต้องตัดท่อส่วนที่แตกออก และนำท่อใหม่เชื่อมต่อเข้าไปแทนที่ ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 6-7 ชั่วโมง คาดจะแล้วเสร็จภายในเย็นวันเดียวกัน สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำประปาขาดแคลนจากการปิดน้ำเพื่อซ่อมท่อประธาน ได้แก่ ถนนราชดำริ ตั้งแต่แยกเพลินจิตถึงคลองแสนแสบ ถนนชิดลม และแยกเพลินจิตถึงคลองแสนแสบ ถนนวิทยุ ตั้งแต่แยกเพลินจิตถึงคลองแสนแสบ ถนนราชปรารภ ตั้งแต่สามเหลี่ยมดินแดง ถึงแยกเพลินจิต ถนนรัชตภัณฑ์ ทั้งสองฝั่ง ถนนเพชรบุรี ตั้งแต่ซอยเพชรบุรี 15-21 และตั้งแต่แยกราชเทวี ถึงแยกประตูน้ำ ทั้งนี้สำนักงานประปาสาขาแม้นศรี ส่งทีมงานเพื่อสูบน้ำและทำความสะอาดให้กับอาคารในบริเวณใกล้เคียงที่ถูกน้ำท่วมเข้าพื้นที่และระดมรถบรรทุกน้ำจากสาขาอื่นมาช่วยแจกจ่ายน้ำแล้ว

นายวีระพงษ์ ศรีนวกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ดราตรั้มไทย คอนทรัคชั่น จำกัด บริษัทผู้รับเหมาวางสายไฟฟ้าใต้ดินเปิดเผยว่า บริษัทได้รับการว่าจ้างจากการไฟฟ้านครหลวงให้วางท่อร้อยสายไฟฟ้าลงใต้ดิน สำหรับจุดที่เกิดเหตุ บริษัทได้เจาะพื้นถนนลึกประมาณ 2 เมตรครึ่ง ก่อนจมบ่อพักเพื่อวางท่อสายไฟฟ้า มีการสำรวจแนวท่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี แต่ละหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นทางกรุงเทพมหานคร การประปานครหลวง และบริษัทเอกชนแสดงแบบแนวท่อไว้ชัดเจนแล้ว แต่เมื่อลงมือขุดเจาะถนนพบว่า แบบมีการคลาดเคลื่อน ทำให้เกิดเฉี่ยวท่อประปาขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ดิน ส่งผลให้ท่อประปาแตกน้ำท่วม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่การประปาได้เร่งปิดวาล์วน้ำแล้ว และบริษัทยินดีที่จะรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ผลพวงจากเหตุฝนกระหน่ำกรุงตลอดคืนลากยาวถึงช่วงเช้าทั่วทุกพื้นที่เมืองหลวงยังส่งให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนหลายสาย กระทบต่อการจราจรในเช้าวันทำงานที่ติดขัดระส่ำเป็นวินาศสันตะโรไปคลี่คลายเอาตอนเวลาเกือบเที่ยง ถนนบางสายมีน้ำท่วมขังระบายไม่ทัน อาทิ ถนนนาคนิวาส เขตลาดพร้าว มีน้ำขังสูง 10-15 ซม. ถนนประชาราษฎร์สาย 2 ถึงแยกเตาปูน ท่วมสูง 5-10 ซม.และถนนสุวินทวงศ์บริเวณแยกการไฟฟ้าน้ำขังเป็นระยะทางกว่า 800 เมตร จนรถเคลื่อนตัวช้า รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ส่วนถนนราชปรารภที่เกิดผลพวง จากท่อประปาแตกผสมโรงเข้ามาด้วยจนทำให้ระดับน้ำสูงถึง 20 ซม. แถมยังมีต้นก้ามปูขนาดใหญ่ล้มกีดขวางการจราจรบนถนนเพลินจิตใกล้แยกวิทยุที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจัดแจงเคลื่อนย้ายให้พ้นผิวการจราจร

นายอดิศักดิ์ ขันตี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (สนน.กทม.) เผยว่า จากที่มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ตั้งแต่เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. กระทั่งถึงช่วงเช้าจนกลายเป็นละอองฝน เป็นผลมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำทางตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ กทม.มีฝนตกหนักสะสมสูงสุดที่มีนบุรี ลำบึงขวาง วัดได้ 80 มม. และดินแดงฝนตกหนักสะสมวัดได้ 83 มม. ส่วนในพื้นที่อื่นๆตกหนักเบาสลับกันวัดได้ที่ 30-40 มม. และส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำคลองเพิ่มสูงขึ้นจากน้ำฝน สำนักการระบายน้ำจึงพิจารณาให้ลดบานประตูระบายน้ำฝั่งตะวันออกลงทุกบานเพื่อเร่งพร่องน้ำในพื้นที่ กทม.ให้เข้าสู่สภาวะปกติก่อนจะเปิดระบายน้ำในจังหวัดปริมณฑลต่อไป หลังจากนี้
จะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ส่วน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. ยอมรับว่า การจราจรใน กทม.ช่วงเช้าเข้าขั้นสาหัส เนื่องจากมีฝนตก ถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนเหตุท่อประปาใต้ผิวจราจรใกล้แยกมักกะสันแตกมีน้ำไหลพุ่งออกมา ได้ประสานการประปานครหลวงดำเนินการแก้ไขแล้ว เจ้าหน้าที่การประปาแจ้งว่า เร็วสุดใช้เวลาประมาณ 10 ชม. อย่างช้าไม่เกิน 48 ชม. จากจุดดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการจราจรบนถนนสายหลักได้แก่ ถนนดินแดง ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถนนพระราม 9 และถนนสุขุมวิท เป็นวงกว้าง

เที่ยงวันเดียวกัน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.เดินทางไปตรวจน้ำท่วม บริเวณหมู่บ้านฟลอร่าวิลล์ ในพื้นที่เขตหนองจอกต่อเนื่องเขตมีนบุรีที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ปิดล้อม ล้อมรอบด้วยคลองลำนกแขวกและคลองอู่ตะเภา มีประชาชนอยู่อาศัยกว่า 1,300 ครัวเรือน จากที่มีฝนตกหนักคืนที่ผ่านมาวัดได้ที่ 135 มิลลิเมตร ทำให้น้ำท่วมขังถนนอยู่ที่ 20-50 เซนติเมตร แต่ยังไม่เข้าท่วมถึงตัวบ้าน หมู่บ้านได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 5 เครื่อง ส่วนสำนักงานเขตหนองจอกติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว อีก 3 เครื่องเร่งระบายน้ำลงคลอง

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา กทม.มีฝนตกหนักโดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออก ทำให้ได้รับผลกระทบในหลายพื้นที่ ประกอบกับมีการเปิดประตูระบายน้ำค่อนข้างสูง วันนี้จึงได้สั่งการให้ลดระดับประตูระบายน้ำต่างๆ เพื่อระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯให้อยู่ในระดับปกติก่อน โดยประตูระบายน้ำคลองแสนแสบประชาร่วมใจตอนมีนบุรีจากเดิมเปิดอยู่ที่ 1.50 เมตร ลดลงเหลือเพียง 1 เมตร ประตูระบายน้ำบางชัน ลดระดับเหลือเพียง 68 เซนติเมตร ประตูระบายน้ำลาดกระบังลดเหลือ 1 เมตร รวมทั้งจะมีการระบายน้ำจากพื้นที่ฝั่งตะวันออกลงไปยังคลองหัวตะเข้และคลองบางโฉลงอีกด้วย หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าการระบายน้ำจะเสร็จสิ้นและเข้าสู่สภาวะปกติได้ในไม่ช้า

...