ชาติชัย - ปทุมพรหนังสือพิมพ์หลายสำนัก ต่างเสนอข่าวดาราฮ่องกง บินลัดฟ้ามาเมืองไทย เพื่อมาร่วมพิธีงานศพของ “กิมน้ำ จิรรัตนพิเชษฐ์” หรือ “อาจารย์กิมน้ำ”...ร่างทรงของหลวงปู่มังกรขาวตำหนักหลวงปู่มังกรขาว ตั้งอยู่ถนนศรีราชาหนองค้อ บริเวณใกล้เคียงหลังโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี แต่แปลกที่อาจารย์กิมน้ำ กลับไม่เป็นที่โด่งดังในเมืองไทย...สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจาก อาจารย์กิมน้ำ ไม่อยากออกสื่อ และไม่เคยให้สัมภาษณ์สื่อใดๆมาก่อนปทุมพร จิรรัตนพิเชษฐ์ หรือ นก ลูกสาว...บอกว่า สาเหตุที่คุณพ่อไม่อยากให้สัมภาษณ์ เพราะว่ากลัวโดนสื่อนำเรื่องที่พูดไปขยายความ ดัดแปลง แก้ไข เปลี่ยนแปลง ประการสำคัญ ก็คือ ความลำเอียง คุณพ่อไม่อยากเป็นเช่นนั้น เพราะถ้าให้สัมภาษณ์ ก็ต้องให้สัมภาษณ์หมดทุกสื่อ ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา เรื่องราวของอาจารย์กิมน้ำ หากจะมีให้เห็นก็เป็นในแบบที่คุณพ่อไม่เต็มใจ กระนั้นแม้ว่าจะไม่ค่อยออกสื่อ...แต่ที่ผ่านมาก็มีลูกศิษย์ลูกหาเข้ามาเยี่ยมเยือนมากมาย จากตัวเลขบัตรคิวที่เปิดให้เข้าพบในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ น่าจะมีไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละ 500 คน การมาหาก็มาในแบบแรงศรัทธาแบบปากต่อปาก ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อต้องการมากกว่าการที่มีคนมาหาในแบบที่ถูกโฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อต่างๆ“ใจจริงๆ คุณพ่อไม่ได้อยากเป็นร่างทรง เพราะกลัวว่าจะโดนตราหน้าว่าเป็นคนโกหก หลอกลวง เรียกเงินประชาชน กลัวว่าชาวบ้านจะบอกว่าเสียสติ ตัวท่านเองพยายามบ่ายเบี่ยงมาตลอด”ย้อนเวลากลับไป ปี พ.ศ. 2519 กิมน้ำ จิรรัตนพิเชษฐ์ เริ่มอาชีพ ขายมอเตอร์ไซค์ อยู่ที่ตลาดหนองมน ได้มีลูกค้าคนหนึ่งมาขอซื้อมอเตอร์ไซค์ แต่คุณพ่อไม่ยอมขายให้ ลูกค้าคนนั้นพยายามพูดสารพัดวิธี ยังไงคุณพ่อก็ไม่ยอมขาย จนลูกค้าคนนั้นก็โกรธ จึงไปซื้อมอเตอร์ไซค์จากร้านอื่นมาขี่แทนหลังจากนั้นไม่นาน ก็เกิดเรื่องกับลูกค้าคนนั้น รถมอเตอร์ไซค์ที่เพิ่งซื้อมาถูกขโมย ลูกค้าคนนั้นจึงได้กลับมาหาคุณพ่อ ถามว่า ทำไมไม่บอกตรงๆว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้น คุณพ่อก็ไม่ตอบอะไร“ลูกค้าจึงถามคุณพ่อต่อว่า แล้วมอเตอร์ไซค์จะได้คืนไหม คุณพ่อก็ตอบไปว่า จะได้แบบฟลุกๆ ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจได้ตั้งด่านสกัดจับรถฝ่าไฟแดง ก็ไปเจอกับมอเตอร์ไซค์คันที่หายวิ่งฝ่าไฟแดงมา ตำรวจจึงจับได้ และนำมอเตอร์ไซค์ส่งคืนเจ้าของ”สิ่งที่คุณพ่อรับรู้จะเรียกว่า เป็นสัมผัสพิเศษก็ได้ เป็นสิ่งที่คุณพ่อมี ซึ่งเธอก็ตอบไม่ได้ว่า สัมผัสนั้นมาจากไหน ตลอดระยะเวลากว่ายี่สิบปี ที่ได้อยู่เคียงข้างคุณพ่อ นกยืนยันว่า คุณพ่อเป็นร่างทรงที่ไม่เคยใบ้หวย ไม่เคยนำเรื่องราวที่เป็นปาฏิหาริย์มาเป็นจุดขาย แต่คุณพ่อมักจะแนะนำ สอนลูกศิษย์รวมถึงคนใกล้ชิดด้วยหลักเหตุและผลยกตัวอย่าง พี่สาวของนกคนหนึ่ง มีลูกวัยกำลังซน พี่สาวก็บ่นลูกตลอดเวลา คุณพ่อก็พูดขึ้นว่า ลูกดูไก่กับแม่ไก่สิ แม่ไก่เวลามันจะสอนอะไรลูก มันก็พาลูกมันเดินไป ทำให้ลูกไก่ดู มันไม่เคยปริปากบ่น เพราะฉะนั้น เราอยากสอน อยากให้ลูกทำอย่างไร เราก็ทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น แล้วลูกของเราก็จะทำตามเราเอง อันนี้เป็นหลักธรรมะ บวกกับธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อมักนำมาสอนอยู่เสมอสิ่งที่คุณพ่อเน้นย้ำกับลูกศิษย์ที่แวะเวียนมาหาอยู่เสมอ ก็คือความกตัญญู มีหลายครั้งที่ลูกศิษย์ นำอาหารอร่อยๆ อาหารดีๆ มาฝากคุณพ่อ คุณพ่อมักจะย้อนถามกลับไปเสมอว่า...“อาหารพวกนี้ เคยซื้อให้พ่อให้แม่ กินหรือยัง ถ้ายังก็ให้นำอาหารดีๆแบบนั้น ไปให้พ่อให้แม่กินบ้าง ไม่ต้องเอามาฝาก เพราะไม่ได้เลี้ยงดูมา คนที่สมควรนำไปฝากคือคุณพ่อคุณแม่ กลับไปดูแลท่าน ใส่ใจท่านให้ดี แล้วมันจะดีต่อตัวเอง”อาจารย์กิมน้ำมีลูกศิษย์มากมาย แต่ที่กำลังเป็นข่าวเรื่องดาราฮ่องกงศรัทธาในตัวคุณพ่อ และเดินทางมาร่วมงานศพมากนั้น นก บอกว่า ลูกศิษย์ของคุณพ่อ มีอยู่แทบทุกวงการ พวกดาราฮ่องกงที่เขาศรัทธาในตัวคุณพ่อ เพราะคุณพ่อ สอนพวกเขาอยู่เสมอว่า อย่าลืมตัวดาราเป็นคนมีชื่อเสียง เจอคนรัก คนชอบ หยุดยิ้มให้เขาสักนิด ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคม แล้วทุกอย่างจะดีตามมาเอง...มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผู้สร้างหนัง ได้นำนักแสดงฮ่องกงสองคนที่โด่งดัง คือ หลิว เต๋อหัว และ เหลียง เฉาเหว่ย มาเล่นหนังเรื่องแปลเป็นไทยว่า “สองคนสองคม” ทางผู้สร้างก็ไม่รู้จะจัดทำแผ่นโปสเตอร์อย่างไร เพราะศักดิ์ศรีของดาราทั้งคู่นั้นเท่ากันคุณพ่อก็เชิญดาราสองคนนั้นมา และแนะนำว่า ให้รูปหลิว เต๋อหัว นั้นอยู่ข้างบน เพราะอาวุโสกว่า และรูปเหลียง เฉาเหว่ยนั้นอยู่ด้านล่าง ส่วนตัวอักษรจีนที่ออกแบบมา 4 ตัวนั้น ให้ตัดเหลือแค่ 3 ตัว ดาราทั้งสองและทีมงานเห็นชอบตามที่คุณพ่อเสนอ ปรากฏว่า หนังเรื่องสองคนสองคมนั้น ทำเงินทะลุเป้า เกินคาดหมายถามว่า...สิ่งนี้คือปาฏิหาริย์ของคุณพ่อหรือไม่ นก บอกว่า ไม่ใช่...คุณพ่อเป็นแค่คนสนับสนุน ช่วยออกความคิด เหตุผลที่ประสบความสำเร็จ ก็เป็นเพราะนักแสดงและทีมงาน รวมไปถึงบทของหนังที่ดีอยู่ก่อนแล้ว“บ่อยครั้งเหลือเกินที่ลูกศิษย์ มักจะมาถามคุณพ่อว่า งานที่เขากำลังทำอยู่นั่นดีไหม เธอมักจะได้ยินคุณพ่อย้อนถามไปว่า ต้องถามตัวเองก่อนว่า งานที่ทำนั่นดีอยู่ไหม คุณพ่อตอบแทนไม่ได้ ต้องถามตัวเองว่า ดีต่อที่ทำงาน ดีต่อเจ้านาย ดีต่อเพื่อนร่วมงาน หรือเปล่า แล้วค่อยกลับมาถามว่า งานนั้นดีอยู่ไหม” เช่นเดียวกัน คนมักจะมาถามเรื่องเนื้อคู่ อยากเจอเนื้อคู่แบบนั้น แบบนี้ คุณพ่อก็จะตอบไปว่า อยากเจอเนื้อคู่แบบมีการศึกษา ฐานะดี เป็นที่ยอมรับของพ่อแม่ เป็นพ่อบ้านแม่บ้านที่ดีซื่อสัตย์ หากเราอยากได้เนื้อคู่แบบไหน เราก็ควรทำตัวแบบนั้น แล้วสิ่งที่เราทำมันจะผลักดันให้เราเจอสิ่งที่เราค้นหาเองลูกศิษย์หลายราย มาปรึกษาปัญหาธุรกิจ คุณพ่อก็มักบอกเสมอว่า คุณอดทน และตั้งใจรวมไปถึงมีความชำนาญ ต่อธุรกิจของตัวเองมากแค่ไหน เราต้องตั้งใจทำงานให้มาก ธุรกิจก็จะดีตาม แต่การอดทนและตั้งใจอย่างเดียวนั้นมันไม่พอ...คนเรานั้นอย่าใจร้อน ฉุนเฉียว ให้รู้จักระงับอารมณ์ พูดดี คิดดี ทำดี ลองกลับไปปรับปรุงนิสัย ระงับความโกรธ เพราะความโกรธจะนำพามาซึ่งความสูญเสีย ได้อะไรมาก็หมดไป มีมาก็มีไป เก็บไม่มีวันอยู่“พอปรับปรุง ทบทวนตัวเอง ทำอารมณ์ให้เย็นลง พูดจาดีขึ้น ทุกอย่างก็ดีขึ้น ผู้ร่วมงานลูกน้อง ก็มีความสุข ก็ส่งผลให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง สิ่งที่พ่อสอนเป็นหลักเหตุผลเป็นหลักธรรมะ มีคำถามและคำตอบอยู่ในตัวเอง”ชาติชัย จารุศิริธรางกูล หรือ คุณลุงชาติ ซึ่งทำหน้าที่เป็นล่าม ให้กับอาจารย์กิมน้ำ เสริมว่า กว่า 30 ปีแล้ว ที่ได้อยู่ใกล้ชิดอาจารย์กิมน้ำมา ตั้งแต่ตำหนักยังอยู่ที่หนองมน การช่วยอาจารย์แปลภาษา ทำให้ทราบว่า อาจารย์เป็นคนที่มีความเมตตา สอนคนให้คิดด้วยหลักเหตุผล ไม่เคยสอนคนให้งมงายหลักธรรมและเหตุผลที่อาจารย์ได้สอนออกไป กลายเป็นสิ่งที่กล่าวถึงกันแบบปากต่อปาก ทำให้คนมาหามากมาย ด้วยความที่เป็นคนมีเมตตา ในปี...ปีหนึ่ง อาจารย์ได้บริจาคเงินเพื่อการกุศล ปีละเป็นสิบ...สิบล้าน ไม่ว่าจะสร้างวัด โรงพยาบาล โรงเรียน ล่าสุดได้ซื้อเครื่องเสมือนหัวใจเทียมให้กับเด็กที่มีปัญหาทางหัวใจตั้งแต่กำเนิดลุงชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า อาจารย์กิมน้ำ เคยบอกกับคนใกล้ชิด ก่อนเสียชีวิตว่า...ลองนึกภาพตะเกียง น้ำมันที่อยู่ในตะเกียงนั้นเมื่อหมด...จะหาจากไหนมาเติมก็ได้ แต่ไส้ตะเกียงหมดแล้วก็หมดเลย เติมใหม่ไม่ได้“ถ้าจะเปรียบชีวิตของคนเราเป็นไส้ตะเกียง น้ำมันที่จะใช้เติมให้ไส้ตะเกียงลุกโชติช่วง ก็คือ ความดี คิดดี ทำดี พูดดี มีความกตัญญูรู้คุณ ...อยากให้ทุกคนหมั่นทำความดี ทำตามคำที่อาจารย์กิมน้ำสอน แล้วชีวิตของทุกคนก็จะเจริญรุ่งเรือง ลุกโชติช่วง สว่างไสว เหมือนแสงไฟที่อยู่ในตะเกียง...”