คลังตลาดทุน-พาณิชย์บีโอไอผนึกกำลังโรดโชว์

“ยิ่งลักษณ์” นำทีมเยือนสหราชอาณาจักรเข้าเฝ้า “ควีนเอลิซาเบธ” และพบนายกฯ อังกฤษ ชี้ลู่ทางส่งออกสินค้าไทยสดใส หลังกำลังซื้อผู้บริโภคยังดีอยู่ ด้าน “กิตติรัตน์” ผนึกกำลังสภาธุรกิจตลาดทุนไทยโรดโชว์ชูโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หวังดึงเงิน “ผู้ดี” ลงทุนผ่านตลาดทุน ส่วนบีโอไอนำนักธุรกิจชั้นนำ 200 ราย จัดกิจกรรมขยายโอกาสการลงทุน

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะช่วงวันที่ 12-15 พ.ย.ว่า นายกฯ มีภารกิจเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งเป็นผู้นำคนแรกของไทยที่ได้เข้าเฝ้าในรอบหลาย 10 ปี และหารือกับนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ รวมถึงจะมอบนโยบายแก่ทีมประเทศไทยและหารือกับสมาคมธุรกิจไทยในสหราชอาณาจักร

สำหรับโอกาสการค้าของไทยนั้น สหราชอาณาจักรเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง ผู้บริโภคมีรสนิยมซื้อสินค้าที่มีคุณภาพดี  ทันสมัย และเปลี่ยนตามฤดูกาล โดยเฉพาะเสื้อผ้า เครื่องประดับ นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรยังเป็นผู้นำเข้าอาหารรายใหญ่ของโลก ไทยจึงมีโอกาสสูงที่จะขยายตลาดเช่น สินค้าเกษตร อาหาร และเกษตรกรรมแปรรูป ส่วนธุรกิจร้านอาหารไทยได้รับความนิยมสูงและมักจะตกแต่งด้วยสินค้าไทย จึงสามารถใช้เป็นโชว์รูมโชว์สินค้าไทย เช่น เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งภายใน ทั้งนี้ปี 55 มีร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักร 1,680 ร้าน ได้รับเครื่องหมายไทยซีเล็คท์แล้ว 73 ร้าน และปี 56 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมีแผนงานจะจัดโครงการ Taste of Thailand in Taste of London และโครงการส่งเสริมสินค้าอาหารและร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ด้วย

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง และนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เตรียมนำคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนไทยพบนักลงทุนสถาบันชั้นนำ ณ กรุงลอนดอน โดยนายไพบูลย์กล่าวว่า การโรดโชว์ครั้งนี้ มีผู้บริหารกองทุนของลอนดอนกว่า 80 ราย เข้าร่วมงาน ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ทั้งภาครัฐและเอกชนจะได้ร่วมกันให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามของนักลงทุนในเวทีเดียวกัน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้เป็นอย่างดี โดยผู้แทนภาครัฐนั้น นำทีมโดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง พร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ร่วมเสนอข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2.27 ล้านล้านบาท รวมทั้งโครงการอื่นๆ เช่น โครงการลงทุนเพื่อป้องกันภัยน้ำท่วมมูลค่ากว่า 3.5 แสนล้านบาท คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนมาก เนื่องจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงที่รับผิดชอบเป็นผู้นำเสนอและตอบข้อซักถามอย่างละเอียดด้วยตนเอง

นอกจากนี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เตรียมนำเสนอข้อมูลภาพรวมเศรษฐกิจไทย และแนวทางการดำเนินโครงการต่างๆ ทั้งด้านโครงข่ายการขนส่งทางบก ทางน้ำ และอากาศ รวมทั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เสริมสร้างการเชื่อมโยงระหว่างกันในภูมิภาค  และยกระดับความสามารถ

การแข่งขันของประเทศ ตลอดจนนโยบายสร้างรายได้และลดรายจ่ายภาคครัวเรือน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของอุปสงค์ภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการส่งออก ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดีภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง จะนำเสนอข้อมูลเรื่องเสถียรภาพการเงินและการคลังของประเทศ ตลอดจนนโยบายการเงินและการคลังในอนาคต

ส่วนผู้แทนภาคเอกชนไทยนั้น สภาธุรกิจตลาดทุนไทยจะนำเสนอข้อมูลผลประกอบการของตลาดหุ้นไทยเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคและทั่วโลก โดยยืนยันผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นไทยที่ให้ผลตอบแทนดีติดอันดับต้นของโลก พร้อมนำเสนอผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรอบ 9 เดือนปีนี้ที่ยังคงโตต่อเนื่อง ส่งผลให้การลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นที่สนใจจากนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น “มั่นใจว่าการโรดโชว์ครั้งนี้จะประสบความสำเร็จและสามารถดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้าตลาดทุนและโครงการสำคัญของภาครัฐได้อย่างแน่นอน” นายไพบูลย์กล่าว

ขณะที่นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เผยว่า บีโอไอจะจัดงานขยายโอกาสด้านการลงทุนระหว่างไทย-อังกฤษ ณ กรุงลอนดอน  โดยนักธุรกิจนักลงทุนอังกฤษตอบรับเข้าร่วมงานแล้ว 200 ราย โดยนายกรัฐมนตรีจะกล่าวสุนทรพจน์ เพื่อชี้แจงภาวะเศรษฐกิจไทยและสร้างความมั่นใจต่อนโยบายส่งเสริมการลงทุน โอกาสในการลงทุนและการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจและการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ และการใช้ไทยเป็นศูนย์กลางสู่ประชาคมอาเซียนด้วย สำหรับคณะนักธุรกิจของไทย ซึ่งเป็นผู้นำภาคเอกชน 50  ราย จะพบปะหารือกับนักธุรกิจของสหราชอาณาจักร เพื่อเสริมสร้างโอกาสและความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และบีโอไอจะนำคณะนักธุรกิจไทยไปเยี่ยมชมกิจการบริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์–ไซเคิลส์ ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบค์ ซึ่งตั้งฐานการผลิตอยู่ในไทยแล้ว เพื่อหารือถึงโอกาสขยายการลงทุนในไทยเพิ่ม.

...