กองปราบร่วม สภ.สะเดา กวาดล้างพระนอกรีต รับจ้างแม่ค้ายืนบิณฑบาต เวียนเทียนอาหารใส่บาตรซ้ำ จนพระดีนำไปฉันแล้วท้องเสีย เผยแม่ค้าหัวใสขายอาหารเวียนกว่า 15 ปี รวยเป็นเศรษฐีใส่ทองเส้นโต
วันที่ 22 พ.ย. พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.กก.6บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.ภัทราวุธ อ่อนช่วย สว.กก6ป. และ ร.ต.ท.นิเวศน์ ขาวนวล รอง ส.กก6 นำกำลังเจ้าหน้าที่กองปราบ พร้อมขอกำลังเสริมจาก พ.ต.ท.ถาวร ผลกล้า รอง ผกก.ป.สภ.สะเดา นำร้อยเวร และสายตรวจจุดตรวจบ้านด่านนอก ต.สำนักขาม อ.สะเดา พร้อมนิมนต์พระครูบัณฑิตธรรมลังการ เจ้าคณะอำเภอสะเดา พระประโชติ โชติกิจโกศล เจ้าคณะตำบลปริก อ.สะเดา ออกปฏิบัติการกวาดล้างพระนอกรีต หลังชาวบ้านทนพฤติกรรมของแม่ค้าขายอาหารชุดใสบาตรและพระนอกรีตยืนบิณฑบาตอยู่กับที่ไม่ไหว รับแต่เงินนำอาหารคืนแม่ค้าขายหมุนเวียนซ้ำ จนพระปฏิบัติดีที่เดินบิณฑบาตชาวบ้านซื้อใส่บาตรฉันอาหารแล้วท้องเสีย มีการร้องเรียนหลายครั้งแต่ไม่เลิกพฤติกรรม

เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลัง เข้าตรวจสอบที่ถนนกาญจนวนิช บริเวณปากซอยไทย-จังโหลน 12 และปากซอยไทย-จังโหลน 5 พบพระภิกษุสูงอายุ 5 รูปกำลังยืนบิณฑบาตหน้าแผงขายอาหารชุดใส่บาตร โดยมีหญิงชาวด่านนอกนิมนต์ใส่บาตรจำนวนมาก ตำรวจจึงนิมนต์พระทั้งหมดขึ้นรถของ สภ.สะเดา นำตัวมาให้เจ้าคณะอำเภอตรวจสอบ พบว่าในบาตพระแต่ละรูปมีเงินสดเป็นเงินสกุลมาเลเซียและเงินไทยกว่า 100 บาท พระเครื่องติดป้ายราคา 20 องค์ เป็นพระจากนอกพื้นที่ 3 รูป กับวัดในพื้นที่ พระบางรูปให้การรับสารภาพว่า แม่ค้าขายอาหารชุดบิณฑบาตได้นำรถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมกซ์ ทะเบียน ผค 9904 สงขลา มารับที่วัดไร่ออก พร้อมถวายเงินรูปละ 100 บาทต่อพระ 1 รูป พามาส่งที่ปากซอยไทยจังโหลน 12 ทุกวัน เป็นเวลาหลายปี
...
พระครูบัณฑิตธรรมลังการ เจ้าคณะอำเภอสะเดาได้ว่ากล่าวตักเตือนพร้อมยื่นข้อเสนอทางเลือก 2 แนวทาง คือ ให้สึก หรือ ออกนอกพื้นที่ ให้เลิกพฤติกรรมการรับเวียนอาหารให้แม่ค้า ทั้งหมดก็ยอมรับ และสึกจากการเป็นพระ 3 รูป และอีก 2 รูปขอออกนอกพื้นที่ พร้อมฝากเตือนที่น้องชาวพุทธที่ต้องการใส่บาตร ให้แยกอาหารกับเงินออกจากกัน เงินต้องใส่ซองถวายต่างหากในย่าม

ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.มนตรี พงษ์พิทักษ์ ร้อยเวร สภ.สะเดา ได้เชิญตัว นางวงษ์วาส ดำคง อายุ 46 ปี ซึ่งสวมสร้อยคอทองคำหนักเกือบ 10 บาท ยืนขายอาหารชุดใส่บาตร และแม่ค้าอีก 2 ราย ไปสอบสวน พร้อมว่ากล่าวตักเตือนห้ามนำอาหารมาเวียนขายซ้ำ แล้วทำประวัติก่อนปล่อยตัวไป.