นับตั้งแต่ต้นปี 2568 ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ท่ามกลางปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ ความกังวลต่อสงครามการค้าจีนและสหรัฐ รวมถึงแรงขายจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งครบกำหนดไถ่ถอน ทำให้บรรยากาศการลงทุนขาดความเชื่อมั่น ส่งผลให้มาร์เก็ตแคปของตลาดหุ้นไทยลดลงกว่า 1.6 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ กองทุน LTF ที่ถูกยกเลิกไปนั้น ครบกำหนดไถ่ถอนแล้วทั้งหมด ทำให้นักลงทุนที่เคยถือกองทุนสามารถขายออกมาได้ทั้งหมด ซึ่งสร้างความกังวลว่าอาจเกิดแรงขายเพิ่มเติมกดดันตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องหรือไม่
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่า ปัจจุบันมูลค่า LTF คิดเป็นเพียง 1.2% ของ Market Cap ตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีสัดส่วนลดลงอย่างมากจากอดีต หากแรงขายจาก LTF เริ่มคลี่คลาย ตลาดหุ้นไทยอาจมีโอกาสฟื้นตัว
ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปราะบาง ปรับตัวลง -9.6% นับจากต้นปี หรือมาร์เก็ตแคปหายไป 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งหากเทียบกับประเทศ ที่ถูกตั้งกำแพงภาษีโดยตรง อย่าง China Mexico Canada กลับสวนทาง คือ สร้างผลตอบแทนเป็นบวกในปีนี้ทั้งสิ้น
ดังนั้น ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ลงมาแรงและเร็ว อาจเกิดจากนักลงทุนกังวลต่อแรงขาย LTF ที่เร่งตัวออกมา สะท้อนได้จาก ข้อมูลสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ยอด LTF ในเดือน ม.ค. 68 ลดลง -3.14 หมื่นล้านบาท หรือ 14.5% เหลือ 1.88 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในรอบ 10 ปี (เฉลี่ย 10 ปี เดือน ม.ค. AUM ลดลง -8.0 พันล้านบาท) ส่งผลให้นักลงทุน เทขาย LTF และนักลงทุนทั่วไปขายหุ้น รวมถึงนักลงทุนทั่วไปไม่กล้าซื้อหุ้น
อย่างไรก็ตามหากพิจารณามูลค่า LTF ในปัจจุบันที่ 1.88 แสนล้านบาท ถือเป็นสัดส่วนเล็กๆ ของกองทุนรวมหุ้นไทย เท่านั้น ต่างกับปี 2562 ที่ LTF เคยมีมูลค่า AUM สูงถึง 4.16 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของกองทุนรวมหุ้นไทย
แต่ปัจจุบันเหลือ 1.88 แสนล้านบาท มีสัดส่วนแค่ 16% เท่านั้น อีกทั้งมูลค่า LTF ในปัจจุบันที่ 1.88 แสนล้านบาท ยังเป็นสัดส่วนเล็กๆ ของเม็ดเงินที่หมุนเวียนในตลาดหุ้นไทย หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 1.2% ของมาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นไทยใน ปัจจุบัน
ดังนั้นหากประเด็นดังกล่าวเริ่มผ่านไป ดัชนีตลาดหุ้นไทยจึงมีโอกาสกลับตัวได้ในอนาคต โดยวางกรอบการเคลื่อนไหววันนี้ไว้ที่ระดับ 1,260-1,283 จุด
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้