โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นตัวแสบของโลกอย่างแท้จริง!!การประกาศขึ้นภาษีตอบโต้ 60 ประเทศที่ได้ดุล การค้ากับอเมริกาไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะ “ทรัมป์” ประกาศขู่ล่วงหน้ามาแล้ว 2 เดือนแต่แปลกใจที่ประเทศไทย เพื่อนเก่าเพื่อนเกลอของอเมริกามายาวนานกว่า 190 ปีโดน “ทรัมป์” โขกภาษีตอบโต้สูงถึง 36 เปอร์เซ็นต์สูงกว่าที่ประเทศไทยเก็บภาษีสินค้าอเมริกา 3 เท่าตัว!!โหดกว่าที่รัฐบาลไทยประเมินว่าจะโดน “ทรัมป์” ขึ้นภาษีตอบโต้ไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ถ้าสังเกตให้ดี...ประเทศกลุ่มอาเซียนที่ซี้ปึ้กกับพี่เบิ้มจีนจะโดน “ทรัมป์” จัดหนักเต็มคาราเบลกัมพูชา เจอเข้าไป 49 เปอร์เซ็นต์ ลาว 48 เปอร์เซ็นต์ เวียดนาม 46 เปอร์เซ็นต์ และเมียนมา 44 เปอร์เซ็นต์ส่วนประเทศที่ใกล้ชิดพี่เบิ้มอเมริกา เช่น “ฟิลิปปินส์” โดนจิ๊บๆ 17 เปอร์เซ็นต์ และสิงคโปร์โดนจุ๋มจิ๋มแค่ 10 เปอร์เซ็นต์“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าประเทศไทยอยู่ในกลุ่ม “เหยียบเรือสองแคม”คือยังมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับพี่เบิ้มอเมริกาแต่ก็มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับพี่เบิ้มจีนเช่นกันประเทศไทยจึงโดนภาษีตอบโต้สูงถึง 36 เปอร์เซ็นต์ “อินโดนีเซีย” ก็โดนไป 32 เปอร์เซ็นต์ และ “มาเลเซีย” โดนเบาะๆ 24 เปอร์เซ็นต์แสดงว่าประเทศที่ “ทรัมป์” มองว่า ตีสติ๊กกับจีนจะโดนภาษีตอบโต้อ่วมอรไทแต่ประเทศที่ยืนขั้วอเมริกาจะเดือดร้อนน้อยหรือไม่เดือดร้อนเลย“แม่ลูกจันทร์” มองว่าการใช้ภาษีตอบโต้หนักเบาไม่เท่ากัน เป็นเกมกดดันให้ประเทศคู่ค้ากับอเมริกา ต้องวิ่งแจ้นไปขอเจรจาต่อรอง “ยื่นหมูยื่นแมว” แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่อเมริกาพอใจแต่ประเทศไทยไม่สามารถเลือกยืนข้างใดข้างหนึ่งเต็มตัวเพราะต้องพึ่งพาการค้าและการลงทุนทั้งค่ายอเมริกาและค่ายจีนบังเอิญช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยกระเถิบไปใกล้พี่เบิ้มจีนมากกว่าเดิมถึงเวลาต้องขยับมาชิดพี่เบิ้มอเมริกาอีกสัก 10-15 เปอร์เซ็นต์เพื่อปรับระยะ (หว่างเขาควาย) ให้เกิดสมดุล“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยที่ “นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร” เตรียมส่งทีมไทยไปเจรจายื่นหมูยื่นแมวกับรัฐบาลอเมริกาโดยเร็วเพื่อแสดงความจริงใจว่า รัฐบาลไทยยินดีร่วมมือแก้ไขปัญหาการค้ากับอเมริกาซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยเพราะอเมริกายังต้องการไทยเป็นพันธมิตรหลักในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์อเมริกาไม่ต้องการผลักดันไทยไปขั้วจีนเต็มตัว“แม่ลูกจันทร์” เสนอว่า “นายกฯแพทองธาร” ควรเป็น หน.ทีมไทยไปเจรจาต่อรองกับพี่เบิ้มอเมริกาด้วยตัวเองดีกว่าส่ง “ทีมข้าราชการประจำ” ไปเจรจาในนามประเทศไทยเพราะนี่คือผลประโยชน์การค้ามูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี!!การจัดทีมใหญ่ไปเจรจาหนักแน่นกว่าทีมข้าราชการประจำถ้าจะหนีบ “อดีตนายกฯเศรษฐา ทวีสิน” ร่วมทีมไปด้วยก็ยิ่งดีเพราะอดีตนายกฯเศรษฐาเก๋าเกมการเจรจาต่อรองอย่ามัวเอ้อละเหยลอยชาย...ใครไปก่อนได้เปรียบกว่านะโยม.“แม่ลูกจันทร์”คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม