เป็นรองแล้วไง "บุรีรัมย์" สาดวาทะเด็ด หลังถูกจับชน "อัล อาห์ลี" ACL อีลิท รอบ 8 ทีม

เป็นรองแล้วไง "บุรีรัมย์" สาดวาทะเด็ด หลังถูกจับชน "อัล อาห์ลี" ACL อีลิท รอบ 8 ทีม

ไทยรัฐออนไลน์

18 มี.ค. 2568 16:42 น.

เป็นรองแล้วไง "บุรีรัมย์" สาดวาทะเด็ด หลังถูกจับสลากไปชน "อัล อาห์ลี" ทีมแกร่งลีกซาอุฯ ACL อีลิท รอบ 8 ทีม

Loading official content
บาร์เซโลนาชนะแอตเลติโก มาดริด 1-0 ในการแข่งขันโคปา เดล เรย์
ประตูเร็วจากเฟอราน ตอร์เรส เพียงพอที่ทำให้บาร์เซโลนาเอาชนะอัตเลติโก มาดริดในนัดที่สองของรอบรองชนะเลิศและเข้าชิงโคปา เดล เรย์
0 seconds of 1 minute, 6 secondsVolume 0%
Press shift question mark to access a list of keyboard shortcuts
ถัดไป
แข้งใหม่ไบรท์ตันจากเคลีก ได้เห็นบ้านใหม่ของเขาก่อนใคร
01:00
00:00
01:06
01:06
 
รับชมต่อไป

วันที่ 18 มีนาคม 2568 ความเคลื่อนไหวของ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัวแทนหนึ่งเดียวของประเทศไทย และสโมสรอาเซียน ที่ได้ไปลุยศึกฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก อีลิท รอบไฟนอลสเตจ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 ณ เอเอฟซี ฮับ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้มีการจับสลากประกบคู่การแข่งขัน รอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งนำทีมจากโซนตะวันออก และตะวันตก มาพบกัน แข่งแบบน็อกเอาต์ นัดเดียว เพื่อหาคู่ชิงชนะเลิศ

ผลปรากฏว่า "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จากไทยลีก จะต้องพบกับ อัล อาห์ลี ซาอุดี เอฟซี ตัวแทน 1 ใน 3 ของสโมสรจากซาอุดีอาระเบีย ที่ผ่านเข้ามาสู่รอบนี้ ซึ่งจะฟาดแข้งกันในวันที่ 26 เมษายน 2568

หลังจากผลการจับสลากประกบคู่จบลง นายชนน์ชนก ชิดชอบ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนเข้าร่วมพิธีจับสลากในครั้งนี้ ได้เปิดเผยถึงบรรยากาศภายในงานว่า "บรรยากาศการจับสลากในครั้งนี้ ตัวแทนจากทุกสโมสร ดูมีความตึงเครียดมากกว่าการจับสลากในรอบลีกสเตจ เพราะทุกทีมที่เข้ามาถึงจุดนี้ ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทุกทีมหวังที่จะไปให้ถึงแชมป์ทั้งนั้น"

ติดตามหัวข้อนี้

"ทั้งสองโซน เหลือแต่ทีมใหญ่ๆ เข้ามา ไม่มีทีมไหนถือว่าเป็นทีมเล็ก ซึ่งเป็นบรรยากาศที่สามารถรับรู้ได้ถึงความกดดัน ในการเข้าไปร่วมงานครั้งนี้"

"ส่วนการพบกับสโมสรอัล อาห์ลี ซาอุดี เอฟซี เหมือนกับเป็นเจ้าบ้าน ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ เนื่องจากสนามเหย้าของพวกเขา คือ สังเวียนแข่งขันครั้งนี้ ต้องบอกก่อนว่า ก่อนการจับสลากการแข่งขัน เราคิดว่ามันไม่สำคัญว่าเราจะจับเจอใคร"

"แต่สำหรับผม การมาถึงจุดนี้ ทุกทีมมีความแข็งแกร่งมากๆ ทุกทีมเป็นทีมท็อปของระดับเอเชีย ซึ่งบางทีมอาจจะไปสู้กับทีมระดับโลก หรือไปแข่งขันในลีกยุโรปได้เลย"

"การที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้ามาถึงรอบนี้ได้ จริงๆ ผมไม่อยากเรียกมันว่าเป็นเป้าหมาย ผมเชื่อว่าผู้เล่น ทีมงานสตาฟฟ์โค้ช รวมถึงผู้บริหารทุกคน ต่างที่อยากจะผ่านรอบลีกสเตจ เพื่อเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ให้ได้ เท่านี้เราก็ภูมิใจแล้ว แต่การทะลุมาถึงรอบ 8 ทีมได้ในเวลานี้ มันคือความฝันที่สูงที่สุดที่เราจะทำได้"

"ตอนนี้พวกเรา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังไม่อยากตื่นจากความฝัน เราอยากจะให้ความฝันอันนี้เดินต่อไป เพราะมันคือฝันที่ดี ไม่ใช่ว่าการมาถึงซาอุดีอาระเบียแล้ว เราจะตื่นจากความฝัน เราต้องการที่จะฝันต่อไปอีกเรื่อยๆ ไปให้นานที่สุด และไกลที่สุด"

"ผมเชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจว่าเราหมายความว่าอะไร เราต้องการเดินต่อไป และสร้างเซอร์ไพรส์ต่อไป ในรอบไฟนอลสเตจ ในโลกของฟุตบอลไทย มันมีคำพูดว่า ฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ สิ่งที่สำคัญ มันอยู่ที่ตัวเราแล้วว่า เราเลือกที่จะสู้ ถ้าเรามีความคิดว่าจะสู้ เราก็ต้องเดินต่อไป"

หนุน ชนน์ชนก ชิดชอบ ได้ตอบคำถามสื่อท้องถิ่น ต่อไปอีกว่า "เชื่อเถอะว่ามาถึงตรงนี้ หลายคนรวมถึงทีมที่เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายมา มองว่าเราเป็นม้านอกสายตา แต่พวกเราเล่นฟุตบอลถ้วยเอเชียมาโดยตลอด ทั้งรูปแบบเก่าและรูปแบบใหม่ เราถูกมองว่าเป็นรองมาตลอด แต่เราก็สามารถเอาชนะทีมจากญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย มาได้ตลอด"

"มันไม่มีเหตุผลเลยที่เราจะเก็บชัยชนะอีกไม่ได้ มันไม่มีทีมไหนไม่น่ากลัว เราก็แค่ลุกไปทำหน้าที่ของเรา ให้มันออกมาดีที่สุด ทำให้มันมีความเชื่อมั่นที่สุด"

นอกจากนี้ นายชนน์ชนก ชิดชอบ ยังตอบคำถามสื่อมาเลเซีย ที่ยกให้ปราสาทสายฟ้า เป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนว่า "เรามีความสุขกับผลงานมากๆ อยู่แล้ว ที่แฟนบอลชื่นชม และยกตำแหน่งคิงออฟอาเซียนให้เรา แต่ต่อจากนี้ เราไม่อาจจะพูดได้ทุกปีว่าเราเป็นทีมเบอร์หนึ่งของอาเซียน เพียงเพราะชนะ ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม เพียงแมตช์เดียว"

"มันเป็นเรื่องที่เราอาจจะได้เจอยะโฮร์ทุกปี ซึ่งเขาโดนเราเอาชนะไปครั้งหนึ่งแล้ว แน่นอนว่าเขาไม่ยอมเราอีกแน่ พวกเขาน่าจะกลับมาแข็งแกร่งขึ้นในฤดูกาลหน้า นั่นหมายความว่า เมื่อเขาเสริมตัวผู้เล่น เราเองก็ต้องเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่ง ด้วยการเติมตัวผู้เล่น เพราะถ้าเราไม่เสริมตัวผู้เล่น ปีหน้าเราอาจจะเสร็จเขาบ้างก็ได้"

"แต่มุมมองของผม การที่ปราสาทสายฟ้า เจอกับ ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม มันเหมือนเป็นดาร์บีแมตช์ ที่ปลุกวงการฟุตบอลระดับสโมสรอาเซียนให้ตื่นขึ้น"

"จากนี้เชื่อว่าตัวนักเตะทุกคนในอาเซียน จะพัฒนา ผมหวังว่าเราจะได้เจอกับยะโฮร์ ที่แข็งแกร่งขึ้นทุกปี และช่วยกันพัฒนาวงการฟุตบอลอาเซียน ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ทีม ในประเทศไทย และมาเลเซีย แต่รวมถึงทุกๆ ทีม ในชาติอาเซียนด้วย"

ชนน์ชนก ชิดชอบ ยังเปิดเผยหลังทราบผลการจับสลาก ถึงการได้คุยกับ "ลุงเน" เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ว่า "ก่อนเดินทางไปร่วมพิธีจับสลาก คุณพ่อบอกแล้วว่าเจอใครก็เป็นงานหนักทุกทีม ตอนนี้เราทำได้แต่เพียงเตรียมทีมให้พร้อมที่จะสู้กับทุกทีม เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด"

"ไม่ว่าเราจะนำเท่าไหร่ หรือสกอร์มันจะตามเท่าไหร่ เกมมันจะดูแย่แค่ไหน แต่เราต้องสู้ด้วยศักดิ์ศรีให้เต็มที่ เพราะเราคือ ตัวแทนสุดท้ายของประเทศไทย รวมถึงของสโมสรจากอาเซียน ซึ่งในทีมของเรามีนักเตะจากชาติอาเซียนหลายคน"

"เราต้องทำให้สมศักดิ์ศรีสโมสรอาเซียน เราจะทำให้แฟนบอลทั้งอาเซียนภาคภูมิใจในสโมสรของพวกเราว่าเป็นทีมตัวแทนจากอาเซียน หากเป็นไปได้ในฤดูกาลหน้า เราอยากให้ ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม เป็นเพื่อนร่วมอาเซียน เดินทางมาให้ได้ไกลพร้อมกับพวกเรา"

เราใช้คุ้กกี้ 

เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookie Policy)

รับทราบ